ญี่ปุ่นระบุในวันจันทร์ (16 มี.ค.) ว่าได้เริ่มปล่อยน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์ หลังจากที่สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุไว้ก่อนหน้านี้ว่า การปล่อยน้ำมันจะเริ่มในเอเชียและโอเชียเนียก่อนภูมิภาคอื่นๆ
บรรดาสมาชิก IEA ตกลงกันเมื่อวันที่ 11 มีนาคม ที่จะดึงน้ำมันสำรองมาใช้เพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอันเนื่องมาจากสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งนับเป็นการตอบสนองครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา
ญี่ปุ่นซึ่งพึ่งพาตะวันออกกลางในการนำเข้าน้ำมันถึง 95 เปอร์เซ็นต์ ระบุในประกาศราชกิจจานุเบกษาในวันจันทร์ว่า ระดับน้ำมันสำรองในประเทศ "กำลังลดลง"
การออกประกาศดังกล่าวบังคับให้ผู้จัดการน้ำมันสำรองต้องปล่อยน้ำมันส่วนหนึ่งออกมาเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานใหม่
สื่อญี่ปุ่นหลายรายตีความประกาศดังกล่าว เป็นการยืนยันว่าการปล่อยน้ำมันได้เริ่มขึ้นไปเรียบร้อยแล้ว
มินารุ คิฮาระ โฆษกอาวุโสของรัฐบาล กล่าวในวันจันทร์ว่า ญี่ปุ่นจะปล่อยน้ำมันสำรองออกมาในปริมาณที่เทียบเท่าสำหรับการใช้งาน 15 วันของภาคเอกชน
ปริมาณสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ของญี่ปุ่นอยู่ในระดับสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยมีปริมาณมากกว่า 400 ล้านบาร์เรล ณ เดือนธันวาคมที่ผ่านมา ทั้งนี้ ประเทศญี่ปุ่นมีปริมาณสำรองเทียบเท่ากับการบริโภคภายในประเทศ 254 วัน
เรียวเซ อากาซาวะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรม กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า ปริมาณสำรองน้ำมันของภาคเอกชนจะถูกปล่อยออกมาก่อนปริมาณสำรองของรัฐบาล
ทาคาอิจิ กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ญี่ปุ่นวางแผนที่จะปล่อยปริมาณน้ำมันสำรองของประเทศออกมาในปริมาณที่เพียงพอสำหรับการบริโภคหนึ่งเดือน
ก่อนหน้านี้ IEA กล่าวว่า ปริมาณสำรองน้ำมันที่รัฐบาลบริหารจัดการทั่วโลกจำนวน 271.7 ล้านบาร์เรล จะถูกปล่อยออกมา
"ประเทศสมาชิกได้ส่งแผนการดำเนินการของแต่ละรายไปยัง IEA แล้ว แผนเหล่านี้ระบุว่า ประเทศสมาชิก IEA ในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนียจะปล่อยปริมาณสำรองน้ำมันออกมาทันที" IEA ระบุ
"ส่วนปริมาณสำรองน้ำมันจากประเทศสมาชิก IEA ในทวีปอเมริกาและยุโรปจะเริ่มปล่อยออกมาตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม" IEA ระบุเพิ่มเติม
ที่มา เอเอฟพี


