กิเดียน ซาร์ รัฐมนตรีต่างประเทศอิสราเอล ในวันอาทิตย์(15มี.ค.) ปฏิเสธรายงานข่าวหนึ่งที่ระบุว่าอิสราเอลกำลังขาดแคลน จรวดสกัดกั้นขีปนาวุธทิ้งตัว (ballistic missile interceptors) หลังสงครามกับอิหร่านลากยาวมากว่า 2 สัปดาห์ ที่พบเห็นการโจมตีซ้ำๆรัวเป็นชุดมาจากอิหร่านและพวกฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน ที่ได้รับการสนับสนุนจากเตหะราน
Semafor เว็บไซต์ข่าวสัญชาติอเมริกา รายงานเมื่อวันเสาร์(14มี.ค.) อ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯซึ่งไม่ประสงค์เอ่ยนาม ระบุว่าอิสราเอลได้แจ้งไปยังวอชิงตัน ว่าจรวดสกัดกั้นขีปนาวุธทิ้งตัวของพวกเขาเหลือน้อยจนเข้าขั้นวิกฤต
เมื่อถูกถามว่ารายงานข่าวนี้ถูกต้องหรือไม่ เช่นเดียวกับกรณีที่สื่อมวลชนอิสราเอลรายงานว่าอิสราอลเตรียมการเจรจาโดยตรงกับเลบานอน ซาร์ตอบว่า "ทั้ง 2 คำถาม คำตอบคือ ไม่ถูกต้อง"
แหล่งข่าวด้านการทหารก็ปฏิเสธเช่นกันเกี่ยวกับปัญหาขาดแคลน โดยอ้างว่าทางกองทัพเตรียมการสำหรับยุทธการยืดเยื้อ
ตามข้อมูลของศูนย์ความมั่นคงแห่งชาติ ณ มหาวิทยาลัยเทลอาวีฟ ระบุว่า อิหร่าน ยิงขีปนาวุธทิ้งตัวเกือบ 300 ลูกเข้าใส่อิสราเอล และโดรนอีกหลายร้อยลำ นับตั้งแต่สหรัฐฯและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านในวันที่ 28 กุมภาพันธ์
กองทัพอิสราเอลระบุว่าในบรรดาขีปนาวุธเหล่านั้น กว่าครึ่งหนึ่งบรรจุกระสุนคลัสเตอร์ อย่างไรก็ตามทางกองทัพอิสราเอล เน้นย้ำว่าจำนวนขีปนาวุธที่ถูกยิงออกมาแต่ละวันนั้น ลดลงอย่างมาก จากช่วงวันแรกๆของสงคราม
นอกจากนี้แล้ว ฮิซบอลเลาะห์ ยังยิงจรวดจากเลบานอนเข้าใส่อิสราเอล นับตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคมเป็ต้นมา ซึ่งพวกติดอาวุธเลบานอนกลุ่มนี้ บอกว่าเป็นการแก้แค้นให้กับการเสียชีวิตของผู้นำสูงสุดอิหร่าน ในช่วงต้นของสงครามที่สหรัฐฯและอิสราเอล เล่นงานอิหร่าน
Haaretz หนังสือพิมพ์อิสราเอล รายงานในวันเสาร์(14 มี.ค.) อิสราเอลและเลบานอน คาดหมายว่าจะเปิดเจรจากันโดยตรงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ส่วนสถานีวิทยุกองทัพอิสราเอล ระบุว่าคนสนิทของนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู และ รอน เดอร์เมอร์ อดีตรัฐมนตรี ได้เดินทางเยือนซาอุดีอาระเบีย เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพื่อสำรวจความคิดริเร่มใหม่ๆสำหรับเจรจาทางการทูตกับเลบานอน ซึ่งอาจเริ่มขึ้นเมื่อครั้งที่ปฏิบัติการทางทหารในปัจจุบันกับพวกฮิซบอลเลาะห์ อ่อนแรงลงไปแล้ว
อย่างไรก็ตามโฆษกของทำเนียบนายกรัฐมนตรีเนทันยาฮู ยังไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้
(ที่มา:รอยเตอร์)


