ทรัมป์ลั่นยังไม่พร้อมทำข้อตกลงยุติสงคราม ขู่ถล่มเกาะคาร์กซ้ำเพื่อ “ความสนุก” พร้อมเรียกร้องพันธมิตรส่งเรือรบคุ้มกันเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งล่าสุดยังไม่มีชาติใดตอบรับ ด้านรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านก็เสียงแข็งในวันอาทิตย์ (15 มี.ค.) ประกาศสงครามจะจบได้เมื่อเตหะรานมั่นใจว่าจะไม่มีการเริ่มต้นขึ้นมาใหม่อีก
ขณะที่สงครามในอิหร่านเข้าสู่สัปดาห์ที่สาม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์เอ็นบีซี นิวส์เมื่อวันเสาร์ (14 มี.ค.) อ้างว่า ดูเหมือนเตหะรานพร้อมทำข้อตกลงยุติการสู้รบขัดแย้งแล้ว แต่เงื่อนไขที่เสนอมายังไม่น่าพอใจ ดังนั้น วอชิงตันจะทำสงครามต่อเพื่อให้ได้เงื่อนไขที่ดีขึ้น นอกจากนั้นเขายังปล่อยมุกที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าพูดเหมือน “พวกซาดิสต์” ที่ชอบเห็นคนอื่นเจ็บปวดทรมาน ว่า อาจจะโจมตีเกาะคาร์กอีกสักสองสามหน “เพียงเพื่อความสนุก”
การให้สัมภาษณ์คราวนี้ยังขัดแย้งอย่างสิ้นเชิงกับสิ่งที่ทรัมป์พูดเอาไว้ก่อนหน้านี้ที่ว่า อเมริกาล็อกเป้าโจมตีเฉพาะที่ตั้งทางทหารบนเกาะคาร์ก ซึ่งเป็นฮับการส่งออกน้ำมันหลักของอิหร่านในวันศุกร์ (13 มี.ค.)
ทางด้านอิหร่าน รัฐมนตรีต่างประเทศ อับบาส อารักชี กล่าวในการให้สัมภาษณ์ที่เผยแพร่เมื่อวันอาทิตย์ (15) ว่า สงครามที่เริ่มต้นด้วยการที่วอชิงตันกับอิสราเอลโจมตีประเทศของเขาครั้งนี้ จะยุติลงได้ ก็ต่อเมื่อเตหะรานแน่ใจว่ามันจะไม่ถูกเริ่มต้นขึ้นมาอีก
“สงครามครั้งนี้จะยุติลงเมื่อเรามีความแน่ใจว่ามันจะไม่เกิดซ้ำขึ้นมาอีก และจะมีการจ่ายค่าชดเชยความเสียหายจากสงคราม เราเคยมีประสบการณ์นี้เมื่อปีที่แล้ว อิสราเอลโจมตี (อิหร่าน) จากนั้นก็เป็นสหรัฐฯ (เข้าร่วมวงด้วย) ... พวกเขากลับไปจัดกำลังกันใหม่ แล้วก็โจมตีเราอีกครั้งหนึ่ง (ในคราวนี้)” อารักชี บอกกับ อัล-อาราบี อัล-จาดีด สื่อด้านข่าวภาษาอาหรับ โดยอ้างถึงสงครามที่อิสราเอลกับสหรัฐฯโจมตีอิหร่านในเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว
วิกฤตพลังงานส่อเค้ายืดเยื้อ
ขณะที่สงครามที่ยังไม่มีแนวโน้มจบลงเร็วๆ นี้ ความกดดันต่อตลาดน้ำมันจึงส่อแววยืดเยื้อต่อไป โดยเฉพาะหลังจากอิหร่านใช้วิธีตอบโต้ด้วยการปิดช่องแคบฮอร์มุซในทางพฤตินัย
ทรัมป์กล่าวในวันเสาร์ โดยขู่ว่า กองทหารสหรัฐฯ จะยกระดับการโจมตีอิหร่านบริเวณชายฝั่งด้านเหนือของช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อให้เส้นทางดังกล่าวกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง
ทั้งนี้ ความสามารถของเตหะรานในการปิดช่องแคบฮอร์มุซที่เป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันดิบราว 20% ของทั่วโลก กำลังก่อให้เกิดจุดวิกฤตเร่งด่วนที่ทำให้อเมริกาและชาติพันธมิตรต้องเผชิญ เนื่องจากส่งผลทำให้เศรษฐกิจโลกปั่นป่วนวุ่นวายอย่างรวดเร็ว
ภาวะซัปพลายน้ำมันโลกชะงักงันครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ครั้งนี้ ดันราคาน้ำมันพุ่งติดจรวด สร้างความปั่นป่วนทั้งตลาดการเงิน ภาครัฐของประเทศต่างๆ ตลอดจนก่อความตื่นตระหนกแก่ประชาชนทั่วไป แม้กระทั่งประชาชนในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นประเทศที่ไม่ต้องพึ่งพาอาศัยน้ำมันจากตะวันออกกลาง
อยาตอลลาห์ โมจตาบา คอเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน ประกาศในคำแถลงครั้งแรกของเขา ซึ่งอยู่ในรูปลายลักษณ์อักษรโดยมิได้ปรากฏตัวปราศรัยทางทีวี เมื่อวันพฤหัสฯ (12) ที่ผ่านมา ว่า อิหร่านจะปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อไป เพื่อเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่ออเมริกา
ทว่า ทรัมป์เยาะเย้ยว่า เขาไม่รู้ว่า โมจตาบายังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า เพราะไม่มีใครเคยเห็นเลย
ฝ่ายอิหร่านตอบโต้ว่า โมจตาบาไม่ได้มีปัญหาอะไร แม้ไม่ได้ปรากฏตัวต่อสาธารณชนก็ตาม
อิหร่านบอกปิดฮอร์มุซเพียงไม่ให้ชาติศัตรูผ่าน
อย่างไรก็ดี รัฐมนตรีต่างประเทศอารักชี ได้กล่าวระหว่างการให้สัมภาษณ์สื่อ เอ็มเอสนาว (MS Now) เมื่อวันเสาร์ว่า ช่องแคบฮอร์มุซปิดเพียงไม่ให้พวกเรือน้ำมันและเรืออื่นๆ ที่เป็นของพวกชาติศัตรูอิหร่านผ่าน ไม่ให้พวกที่กำลังโจมตีอิหร่านและพันธมิตรของอิหร่านผ่าน
ไร้สัญญาณตอบรับทรัมป์ที่เรียกร้องนานาชาติร่วมมือเปิด “ฮอร์มุซ”
ระหว่างการให้สัมภาษณ์ในวันเสาร์ ทรัมป์ยังเรียกร้องให้จีน ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อังกฤษ และประเทศอื่นๆ ซึ่งพึ่งพิงพลังงานที่ส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ส่งเรือรบไปสมทบกับอเมริกาเพื่อคุ้มกันเรือพาณิชย์ในบริเวณดังกล่าว ทว่า ยังไม่มีประเทศใดส่งสัญญาณตอบรับในขณะนี้
ทาเคยูกิ โคบายาชิ ผู้นำด้านนโยบายของพรรคเสรีประชาธิปไตย ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลของญี่ปุ่น ไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ แต่สำทับกับสถานีโทรทัศน์เอ็นเอชเคว่า ญี่ปุ่นมีข้อกำหนดที่เคร่งครัดมากซึ่งสร้างความลำบากสำหรับการดำเนินการดังกล่าว
ปัจจุบันแดนอาทิตย์อุทัยตีความรัฐธรรมนูญใฝ่สันติของตนว่า ญี่ปุ่นสามารถส่งทหารร่วมปฏิบัติการได้ หากความอยู่รอดของประเทศตกอยู่ในความเสี่ยง ทว่า รัฐบาลจะต้องบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงปี 2015 ที่ยังไม่เคยบังคับใช้มาก่อน
ด้านสำนักประธานาธิบดีเกาหลีใต้แถลงว่า จะพิจารณาคำขอของทรัมป์หลังจากทบทวนอย่างรอบคอบ
ฝรั่งเศสนั้นบอกว่ากำลังพยายามรวบรวมพันธมิตร เพื่อคุ้มครองเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ภายหลังจากสถานการณ์ด้านความมั่นคงได้กลับสู่เสถียรภาพ ขณะที่อังกฤษระบุว่ากำลังหารือทางเลือกต่างๆ กับพันธมิตรเพื่อสร้างหลักประกันความปลอดภัยสำหรับการขนส่งสินค้า
ในส่วนของอิหร่านนั้น รัฐมนตรีต่างประเทศอารักชี ได้กล่าวเตือนในการสนทนาทางโทรศัพท์กับรัฐมนตรีต่างประเทศ ฌอง-โนเอล บาร์โร ของฝรั่งเศสว่า ประเทศอื่นๆ ควร “ละเว้นจากการกระทำใดๆ ที่อาจนำไปสู่การยกระดับบานปลายและการขยายตัวของการสู้รบขัดแย้งครั้งนี้”
IRGCขู่ยกระดับตอบโต้
อารักชี ยังประกาศด้วยว่า เตหะรานจะตอบโต้ หากฐานการผลิตน้ำมันของตนเองถูกโจมตี
ทางด้าน กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ก็ประกาศเมื่อวันอาทิตย์ (15) ว่า จะโจมตีเป้าหมายในอิสราเอลและฐานทัพอเมริกัน 3 แห่งในตะวันออกกลางด้วยขีปนาวุธและโดรน เพื่อล้างแค้นระลอกแรกให้พนักงานที่เสียชีวิตในย่านอุตสาหกรรมของอิหร่าน ขณะที่กองทัพอิสราเอลเผยว่า สามารถสกัดอาวุธที่ยิงเข้าไปหลายครั้ง
กองทัพซาอุดีอาระเบียแถลงว่า สกัดและทำลายโดรน 10 ลำในริยาดห์และทางตะวันออกของประเทศ อย่างไรก็ดี สำนักข่าวฟาร์ส ซึ่งเป็นสำนักข่าวกึ่งทางการของอิหร่าน รายงานว่า IRGC ยืนยันว่า ไม่เกี่ยวข้องกับการโจมตีดังกล่าว
สำหรับที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) การขนถ่ายน้ำมันที่เมืองฟูไจราห์ ซึ่งเป็นฮับเติมเชื้อเพลิงเรือระดับโลกที่อยู่ตรงช่องแคบฮอร์มุซ กลับมาดำเนินการได้อีกครั้งหลังจากถูกโจมตีด้วยโดรนเมื่อวันเสาร์ โดยในวันดังกล่าว อิหร่านเรียกร้องให้พลเรือนอพยพออกจากท่าเรือ 3 แห่งของยูเออี ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่อิหร่านขู่โจมตีเป้าหมายที่ไม่ใช่ผลประโยชน์ของอเมริกาในตะวันออกกลาง
ก่อนหน้านั้น อารักชีกล่าวหาโดยอ้างว่ามีหลักฐานจำนวนมากแสดงให้เห็นว่า อเมริกาใช้ท่าเรือและที่กบดานในยูเออี เพื่อโจมตีเกาะคาร์กและเกาะอาบูมูซา ของอิหร่าน
ถึงแม้ยูเออีและประเทศอื่นๆ ในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งเป็นที่ตั้งฐานทัพอเมริกันยืนยันว่า ไม่อนุญาตให้วอชิงตันใช้ดินแดนหรือน่านฟ้าของตนเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านก็ตาม
วันเดียวกันนั้น อเมริกาเตือนพลเมืองให้เดินทางออกจากอิรัก หลังจากกลุ่มสนับสนุนอิหร่านโจมตีสถานเอกอัครราชทูตและฐานทัพอเมริกันในประเทศดังกล่าว
ทั้งนี้ จากรายงานของรัฐบาลและสื่อของรัฐ สงครามที่ทรัมป์และนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ก่อขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 2,000 คน ส่วนใหญ่อยู่ในอิหร่าน
หน่วยกู้ภัยแห่งชาติของอิสราเอลเผยว่า มีผู้เสียชีวิต 12 คนจากการโจมตีของอิหร่าน ขณะที่สื่อรายงานว่า อเมริกาเสียทหารอย่างน้อย 13 นายในสงครามครั้งนี้ ซึ่งรวมถึง 6 นายในเหตุการณ์เครื่องบินเติมเชื้อเพลิงตกในอิรักเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
ทางด้านกระทรวงสาธารณสุขเลบานอนแถลงว่า มีผู้เสียชีวิต 820 คนจากการโจมตีของอิสราเอลต่อกลุ่มติดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากเตหะราน
ขณะเดียวกัน กองทัพอิสราเอลประกาศโจมตีระลอกใหม่ทางตะวันตกของอิหร่าน หลังจาก IRGC ตราหน้าเนทันยาฮูเป็นอาชญากร และประกาศตามล่าสังหารผู้นำอิสราเอล
นอกจากนั้น สื่อในอเมริกายังรายงานว่า เพนตากอนกำลังส่งเรือรบหลายลำ รวมทั้งเรือโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบก ยูเอสเอส ทริโปลี และนาวิกโยธิน 2,500 – 5,000 นายไปยังตะวันออกกลาง โดยดูเหมือนเพื่อใช้ในการยึดพื้นที่ชายฝั่งของอิหร่านรอบๆ ช่องแคบฮอร์มุซ ในการเตรียมการสำหรับให้เรือรบคุ้มกันเรือน้ำมันแล่นผ่านทางน้ำแคบๆ แห่งนี้
(ที่มา: รอยเตอร์/เอเอฟพี/เอพี)


