เดวิด แซ็คส์ ซาร์ไอเอของทำเนียบขาว เมื่อวันศุกร์(13มี.ค.) เรียกร้องสหรัฐฯ ควร "ประกาศชัยชนะ" และออกจากสงครามกับอิหร่าน เตือนถึงความเป็นไปได้ของผลลัพธ์หายนะถ้าสงครามที่อเมริกาและอิสราเอลสู้รบกับเตหะราน ยังคงลากยาวต่อไป ในนั้นรวมถึงวิกฤตขาดแคลนน้ำจืดในภูมิภาค และโอกาสที่รัฐยิวจะใช้อาวุธนิวเคลียร์ ถือเป็นตัวอย่างที่พบเห็นไม่บ่อยนัก กรณีมีบุคคลดังรายหนึ่งในรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาร้องขอให้ถอนตัวจากความขัดแย้งกับอิหร่าน
"นี่คือช่วงเวลาที่เหมาะสมแล้ว ในการประกาศชัยชนะ แล้วถอนตัวออกมา" จากคำกล่าวของแซ็คส์ หัวหน้าด้านเอไอและคริปโตเคอร์เรนซีประจำทำเนียบขาว กล่าวในรายการ “All-In Podcast.” พร้อมอ้างว่าสหรัฐฯได้ลดระดับศักยภาพด้านการทหารของอิหร่านลงไปเรียบร้อยแล้ว "ผมเห็นด้วยว่าเราควรพยายามหาทางออกจากสถานการณ์ที่ยากลำบาก"
"ถ้าสถานการณ์ลุกลาม มันจะไม่มีอะไรดีเลย เมื่อถึงเวลา คุณจำเป็นต้องคิดทบทวน คุณจะลดสถานการณ์ความตึงเครียดอย่างไร การลดสถานการณ์ความตึงเครียด ผมคิดว่ามันอาจเกี่ยวข้องกับการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงบางอย่าง หรือบางอย่างของการเจรจาหาทางออกกับอิหร่าน" เขากล่าว อย่างไรก็ตาม แซ็คส์ ยอมรับว่ามีกลุ่มก๊กหนึ่งภายในพรรครีพับลิกันและคนอื่นๆ ที่ต้องการให้สถานการณ์สงครามลุกลาม ส่งกองกำลังภาคพื้นเข้าไปและหาทางเปลี่ยนแปลงการปกครอง
ข้อเท็จจริงคือ เบื้องต้น ทรัมป์ ได้ชี้ถึงเป้าหมายเปลี่ยนแปลงการปกครอง ครั้งที่สงครามเริ่มต้นขึ้นเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ทว่านับตั้งแต่นั้นเขาปฏิเสธในเรื่องนี้ อย่างไรก็ตามขณะเดียวกัน ทรัมป์ ออกคำสั่งให้กองทัพอเมริกาโจมตีเกาะคาร์ก แหล่งส่งออกน้ำมันสำคัญที่สุดของอิหร่าน และส่งนาวิกโยธิน 2,500 นาย จากเอเชีย เข้าไปยังตะวันออกกลาง
แซคส์ แสดงความกังวลเกี่ยวกับการตอบโต้แบบตาต่อตาฟันต่อฟันที่ลุกลามบานปลาย อาจได้เห็นแต่ละฝ่ายเล็งเป้าเล่นงานโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันและก๊าซของอีกฝ่าย โดยเมื่อถึงจุดดังกล่าว การหวนคืนของกระแสพลังงานจากการกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถูกอิหร่านปิดตาย อาจไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว เพราะว่าการกลับมาเดินเครื่องกำลังผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ คงเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้อีกต่อไป
"สถานการณ์ที่เลวร้ายกว่านั้นอาจเกิดขึ้น ถ้าหากบรรดาโรงผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเลถูกทำลาย" แซคส์กล่าวเตือน ในขณะที่โรงงานเหล่านั้นป้อนน้ำจืดทั่วภูมิภาค และที่ผ่านมา เริ่มตกเป็นเป้าหมายการโจมตีแล้ว
"ถ้ารูปแบบการทำลายล้างยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไป คุณอาจได้เห็นผลลัพธ์ภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียแทบอยู่อาศัยไม่ได้" เขาอธิบาย "ผมหมายความว่าคุณจะไม่มีน้ำจืดเพียงพอสำหรับคน 100 ล้านคน และมนุษย์ไม่สามารถอยู่รอดได้เป็นเวลานานถ้าปราศจากน้ำ ดังนั้นมันจะเป็นเหตุการณ์หายนะอย่างแท้จริง เรากำลังพูดถึงเกี่ยวกับการทำลายในเชิงเศรษฐกิจรัฐต่างๆในอ่าว และรวมถึงในแง่มุมด้านมนุษยธรรมด้วย"
แม้อิสราเอลไม่ได้อ่อนแอ แต่แซคส์ ชี้้ว่าประเทศแห่งนี้กำลังถูกอิหร่านโจมตีอย่างหนัก พร้อมเชื่อว่า "อิสราเอลอาจถูกทำลายหรือพื้นที่ขนาดใหญ่มากๆได้รับความเสียหายอย่างหนัก หากสงครามลากยาวต่อไปอีกหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน" และในกรณีที่อิสราเอลกำลังเผชิญกับภัยคุกคามร้ายแรงดังกล่าว มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นที่สงครามจะลุกลามบานปลายไปมากกว่านี้ และบางทีอาจลงเอยด้วยการครุ่นคิดใช้อาวุธนิวเคลียร์
สืบเนื่องจากแนวโน้มทิศทางอันน่าสยดสยอง แซคส์ เรียกร้องว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องหาทางลดความตึงเครียด ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับข้อตกลงหยุดยิงหนึ่งๆหรือข้อตกลงหนึ่งๆที่ได้จากการเจรจา
ความเห็นของ แซคส์ มีออกมาท่ามกลางรายงานข่าวที่ระบุว่าเจ้าหน้าที่รัฐบาลบางคน พยายามผลักดันเช่นกันให้ ทรัมป์ หาทางออกจากสงคราม หลังจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงเมื่อเร็วๆนี้ ก่อความเสี่ยงทางการเมือง
(ที่มา:ฟอร์จูน/อัลอาราบียา)


