อิหร่านขู่ในวันเสาร์(14มี.ค.) จะยกระดับการทำสงครามในตะวันออกกลาง ด้วยการเล็งเป้าเล่นงานโรงงานใดๆในภูมิภาคที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ หลังวอชิงตันทิ้งบอมบ์ศูนย์กลางพลังงานหลักของประเทศบนเกาะคาร์ก ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ คาดหมายว่าจะมีหลายประเทศส่งเรือรบเข้าร่วมในปฏิบัติการเปิดเส้นทางเดินเรือช่องแคบฮอร์มุซ
ท่ามกลางความขัดแย้งที่ลากยาวเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 อิหร่านยังคงแสดงออกถึงท่าทีแข็งกร้าว หลังกองกำลังสหรัฐฯโจมตีที่ตั้งทางทหารบนเกาะคาร์ก ซึ่งเป็นศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน คิดเป็นสัดส่วน 90% จากทั้งหมด ทั้งนี้ในวันเดียวกันนี้ การโจมตีของลำหนึ่งได้ก่อความปั่นป่วนแก่ศูนย์กลางพลังงานแห่งหนึ่งของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ไปเป็นไปที่เรียบร้อยแล้ว ขณะที่สถานทูตอเมริกาในแบกแดด ออกคำเตือนถึงพลเมืองสหรัฐฯให้เดินทางออกจากอิรัก
นับตั้งแต่อิสราเอลและสหรัฐฯเริ่มโจมตีอิหร่านในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ สงครามได้สังหารผู้คนไปแล้วมากกว่า 2,000 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในอิหร่าน และก่อความปั่นป่วนทางอุปทานน้ำมันครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ผลักให้ราคาน้ำมันทั่วโลกพุ่งทะยาน
สำนักข่าวฟาร์สนิวส์ สื่อมวลชนกึ่งรัฐของอิหร่าน รายงานในวันเสาร์(14มี.ค.) มีอย่างน้อย 15 ราย เสียชีวิต หลังปฏิบัติการโจมตีทางอากาศเที่ยวหนึ่งโดนโรงงานผลิตตู้เย็นและเครื่องทำความร้อนแห่งหนึ่ง ในเมืองอิสฟาฮาน ทางภาคกลางของอิหร่าน อย่างไรก็ตามทางกองทัพอิสราเอลยังไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้
ปฏิบัติการขนถ่ายน้ำมันบางส่วนถูกระงับในรัฐฟูไจราห์ ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ศูนย์เติมเชื้อเพลิงเรือของโลก ตามการเปิดเผยของแหล่งข่าวในภาคอุตสาหกรรมในวันเสาร์(14มี.ค.) ขณะที่ภาพข่าวของสถานีโทรทัศน์ พบเห็นกลุ่มควันสีดำลอยพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าบริเวณท่าเรือฟูไจราห์ ศูนย์กลางน้ำมันขนาดใหญ่ของยูเออี
โฆษกกองทัพอิหร่านรายหนึ่งเรียกร้องให้ประชาชนในยูเออีอพยพออกจากท่าเรือ อู่เรือและสถานที่หลบภัยของชาวอเมริกาโดยบอกว่ากองกำลังสหรัฐฯเล็งเป้าโจมตีเกาะของอิหร่านจากพื้นที่นี้
ทรัมป์ อ้างว่ามีหลายประเทศจะส่งเรือรบเข้าเปิดเส้นทางการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 20% ของการขนส่งน้ำมันโลก เขาไม่ได้ให้รายละเอียดว่ามีประเทศไหนบ้าง แต่ในข้อความที่โพสต์บนทรูธโซเชียล ทรัมป์แสดงความหวังว่า จีน, ฝรั่งเศส, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, สหราชอาณจักร และประเทศอื่นๆ จะส่งเรือเข้าร่วม
เมื่อถูกสอบถามขอความเห็นเกี่ยวกับโพสต์ของทรัมป์ ทางโฆษกกระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักร ตอบว่า "อย่างที่เราเคยพูดมาก่อน ปัจจุบันเรากำลังพูดคุยหารือกับพันธมิตรและคู่หูของเรา เกี่ยวกับทางเลือกต่างๆนานา เพื่อรับประกันความปลอดภัยด้านการเดินเรือในภูมิภาค"
ทรัมป์ ขู่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานน้ำในบนเกาะคาร์ก จนกว่าอิหร่าจะหยุดโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ เขาอ้างในวันศุกร์(13มี.ค.) ว่าสหรัฐฯสามารถทำลายเป้าหมายทางทหารบนเกาะแห่งนี้โดยสิ้นเชิงอย่างไรก็ตาม มอจตาบา คอเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ซึ่งก้าวขึ้นมาแทนบิดาผู้ล่วงลับ ประกาศกร้าวว่าช่องแคบฮอร์มุซจะยังคงถูกปิดตายต่อไป
คอเมเนอี ไม่ได้ปรากฏตัวต่อสาธารณะ และเผยแพร่ถ้อยแถลงผ่านการอ่านของผู้ประกาศข่าวรายหนึ่งทางสถานีโทรทัศน์แทน
อิหร่าน ยืนยันว่าเกาะคาร์กไม่ได้รับความเสียหายร้ายแรงใดๆ พร้อมกับขู่ยกระดับใช้อาวุธทรงอานุภาพกว่าเดิม และเตือนว่าบางพื้นที่ของยูเออีคือเป้าหมายที่ชอบธรรม
"เราประกาศถึงพวกผู้นำของยูเออี ว่าอิหร่านมองพวกเขาคือเป้าหมายที่ชอบธรรมในการปกป้องอธิปไตยและดินแดนของประเทศชาติ เราจะเล็งเป้าจัดการกับแหล่งที่มาของขีปนาวุธสหรัฐฯผู้เป็นศัตรู ซึ่งถูกยิงออกมาจากท่าเรือขนส่ง อู่เรือและแหล่งหลบภัยทางทหารที่ชาวอเมริกาหลบซ่อตัวอยู่ในบางเมืองของยูเออี" โฆษกของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่านระบุ
ก่อนหน้านี้รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่านเตือนว่า อิหร่านจะตอบโต้การโจมตีใดๆที่เล็งเป้าที่ตั้งทางพลังงานของพวกเขา และเตือนว่าเตหะรานจะล็อคเป้าโจมตีบริษัทต่างๆของสหรัฐฯในภูมิภาค หรือบริษัทต่างๆที่สหรัฐฯถือครองหุ้นอยู่
กระทรวงกลาโหมสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เปิดเผยว่าขีปนาวุธ 9 ลูกและโดรน 33 ลำ ถูกยิงออกมาจากอิหร่าน พุ่งเข้าหายูเออีในวันเสาร์(14มี.ค.) ขณะที่อิหร่านเตือนให้ประชาชนออกห่างจากพื้นที่ท่าเรือเจเบลอาลี ในดูไบ, ท่าเรือคาลิฟา ในอาบูดาบี และท่าเรือฟูไจราห์ของยูเออี พร้อมบอกว่าพวกเขายังเล็งเป้าเล่นงานสาขาธนาคารสหรัฐฯในอ่าวเปอร์เซียด้วย
(ที่มา:รอยเตอร์)


