ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ประกาศว่าในวันศุกร์(13มี.ค.) อเมริกาได้ปฏิบัติการโจมตี "ทุกเป้าหมายทางทหาร" ใส่เกาะคาร์ก ศูนย์กลางการส่งออกของอิหร่าน ความเคลื่อนไหวซึ่งเกิดขึ้นไม่นานหลังมีข่าวว่าอเมริกากำลังเสริมนาวิกโยธินหลายพันนายและเรือเรือสะเทินน้ำสะเทินบกเข้าไปยังตะวันออกกลาง
"ด้วยเหตุผลทางศีลธรรมอันดี ผมเลือกที่ไม่กำจัดโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันบนเกาะ" ทรัมป์เขียนบนทรูธโซเชียล สื่อสังคมออนไลน์ของเขาเอง "อย่างไรก็ตาม หากอิหร่านหรือใครก็ตาม ที่ทำอะไรก็ตามแทรกแซงการเดินเรืออย่างเสรีและปลอดภัยผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ผมจะทบทวนการตัดสินใจนี้ในทันที"
คำสั่งโจมตีดังกล่าว มีขึ้นไม่กี่ชั่วโมงหลังจาก พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมของเขา กล่าวระหว่างแถลงข่าวว่า กองทัพอเมริกาจะทิ้งบอมบ์ถล่มอิหร่านในวันศุกร์(13มี.ค.) หนักหน่วงกว่าทุกวันที่ผ่านมาของสงคราม อิสราเอลก็เช่นกันบอกว่าจะเปิดฉากโจมตีระลอกใหม่เข้าใส่เตหะราน
การโจมตีครั้งนี้มีขึ้นในขณะที่สำนักข่าววอลล์สตรีท เจอร์นล รายงานว่าสหรัฐฯกำลังยกระดับเสี่ยงเดิมพันอีกเท่าตัว ด้วยการส่งเรือโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบกและนาวิกโยธินเข้าไปยังภูมิภาค โดยซีเอ็นเอ็นรายงานว่านาวิกโยธินเหล่านี้เป็นหน่วยนาวิกโยธินจู่โจม (Marine Expeditionary Unit) ซึ่งปกติแล้วจะมีกำลังพลที่ประกอบด้วยนากวิกโยธินและทหารเรือ 2,500 นาย
ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนมองว่าเคลื่อนไหวนี้ เป้าหมายของ ทรัมป์ ดูเหมือนจะเป็น ปฏิบัติการยึดเกาะคาร์ก (Kharg Island) เพราะแทบไม่มีภารกิจอื่นที่กองกำลังลักษณะนี้สามารถทำได้อย่างสมเหตุสมผล
เกาะคาร์กเป็นเกาะขนาดเล็กในอ่าวเปอร์เซีย ตั้งอยู่ห่างจากชายฝั่งอิหร่านประมาณ 24 กิโลเมตร แต่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากเป็นศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันดิบเกือบทั้งหมดของอิหร่าน
อิหร่านซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อันดับ 4 ของกลุ่มโอเปก ส่งออกน้ำมันดิบประมาณ 9 ใน 10 บาร์เรลผ่านเกาะแห่งนี้ โดยปริมาณการส่งออกอยู่ที่ราว 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน และปลายทางสำคัญคือจีน
(ที่มา:รอยเตอร์/เอเอฟพี/mgronline)


