เรือบรรทุกระเบิดของอิหร่านดูเหมือนจะโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิง 2 ลำในน่านน้ำอิรัก ทำให้เรือทั้งสองลำลุกไหม้ และลูกเรือเสียชีวิตหนึ่งคนเมื่อวันพุธ (12 มี.ค.) หลังจากที่ขีปนาวุธโจมตีเรือ 3 ลำในน่านน้ำอ่าวเปอร์เซีย ตามรายงานของบริษัทท่าเรือ ความมั่นคงทางทะเล และการประเมินความเสี่ยง
การโจมตีครั้งล่าสุดนี้ถือเป็นการยกระดับความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและกองกำลังสหรัฐฯ-อิสราเอล ทำให้จำนวนเรือที่ถูกโจมตีในภูมิภาคนี้ตั้งแต่เริ่มการสู้รบเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 16 ลำ
การขนส่งทางเรือในอ่าวเปอร์เซียและตามช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันประมาณ 1 ใน 5 ของโลก หยุดชะงักลงเกือบทั้งหมดนับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2022
เรือที่ตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีด้วยเรือติดอาวุธในช่วงดึกในอ่าวเปอร์เซียใกล้กับอิรัก คือเรือ Safesea Vishnu ที่ติดธงชาติหมู่เกาะมาร์แชลล์ และเรือ Zefyros โดยเรือทั้งสองบรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิงมาจากอิรัก ตามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ท่าเรืออิรักสองคน
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยท่าเรือรายหนึ่งกล่าวว่า “เราพบศพลูกเรือชาวต่างชาติในน้ำ” ขณะที่ทีมกู้ภัยของอิรักยังคงค้นหาลูกเรือที่สูญหายคนอื่นๆ ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าบุคคลนั้นเกี่ยวข้องกับเรือลำใด
ตามข้อมูลจาก Lloyd's List Intelligence ระบุว่า ผู้ดำเนินการเชิงพาณิชย์และผู้ดำเนินการที่แท้จริงของเรือ Safesea Vishnu คือ Safesea Transport Group และ Safesea Group ซึ่งมีฐานในสหรัฐฯ ทั้งสองบริษัทไม่ได้ตอบคำขอแสดงความคิดเห็นในทันที
แหล่งข่าวรักษาความปลอดภัยท่าเรือของอิรักรายหนึ่งกล่าวว่า เรือ Zefyros จดทะเบียนในมอลตา และได้ให้รายชื่อลูกเรือแก่สำนักข่าวรอยเตอร์
ตามข้อมูลจาก Lloyd's List Intelligence ระบุว่า Zefyros Trading S.A. เป็นเจ้าของเรือบรรทุกน้ำมันที่ตรงกับชื่อและรายละเอียดดังกล่าว ข้อมูลของ Lloyd's แสดงให้เห็นว่า Cygnus Tankers Limited ซึ่งตั้งอยู่ในสหราชอาณาจักร เป็นผู้ดำเนินการเชิงพาณิชย์ และกลุ่มบริษัทของตระกูล George & Vassilis Michael ซึ่งเป็นผู้เล่นสำคัญในธุรกิจขนส่งทางทะเลของกรีซ เป็นเจ้าของที่แท้จริง
Cygnus Tankers ไม่ได้ตอบคำขอแสดงความคิดเห็นในทันที และรอยเตอร์ยังไม่สามารถติดต่อหน่วยงานอีกสองแห่งได้
กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ได้เตือนว่าเรือทุกลำที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะตกเป็นเป้าหมาย ขณะที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ขู่ว่าจะเพิ่มการโจมตีอิหร่าน หากยังคงกีดขวางช่องแคบนี้ต่อไป
เรือบรรทุกสินค้า มยุรีนารี (Mayuree Naree) ซึ่งจดทะเบียนในประเทศไทย ถูกโจมตีด้วย "วัตถุ 2 ชิ้นที่ไม่ทราบที่มา" ขณะแล่นผ่านช่องแคบเมื่อช่วงเช้าวันพุธ (11) ทำให้เกิดไฟไหม้และห้องเครื่องยนต์เสียหาย บริษัทเดินเรือ Precious Shipping ผู้ดำเนินการเรือซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทย ระบถในถ้อยแถลง
"ลูกเรือสามคนสูญหาย และเชื่อว่าติดอยู่ในห้องเครื่องยนต์" บริษัทระบุ
"บริษัทกำลังทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยเหลือลูกเรือที่สูญหายทั้งสามคน" บริษัทกล่าวเสริมว่าลูกเรือที่เหลืออีก 20 คนได้รับการอพยพอย่างปลอดภัยและขึ้นฝั่งที่โอมานแล้ว
ภาพจากกองทัพเรือของไทยแสดงให้เห็นควันพวยพุ่งออกมาจากส่วนท้ายเรือ
กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่านระบุในคำแถลงที่เผยแพร่โดยสำนักข่าว Tasnim ว่า เรือลำดังกล่าวถูก "ยิงโดยนักรบอิหร่าน" ซึ่งบ่งชี้ว่าเป็นการปะทะโดยตรงครั้งแรกของกองกำลัง IRGC หลังจากที่เคยยิงขีปนาวุธหรือโดรนมาก่อน
แหล่งข่าวที่คุ้นเคยกับเรื่องนี้บอกกับรอยเตอร์ว่า กองทัพเรือสหรัฐฯ ปฏิเสธคำขอเกือบทุกวันจากอุตสาหกรรมการขนส่งสินค้าที่ต้องการเรือคุ้มกันทางทหารผ่านช่องแคบฮอร์มุซนับตั้งแต่เริ่มสงครามกับอิหร่าน โดยระบุว่าความเสี่ยงต่อการโจมตีนั้นสูงเกินไปในขณะนี้ สวนทางกับที่ ทรัมป์ เคยคุยว่าสหรัฐฯ พร้อมที่จะจัดส่งเรือคุ้มกันเมื่อใดก็ตามที่จำเป็น
เรือบรรทุกสินค้า ONE Majesty ที่ติดธงญี่ปุ่น ก็ได้รับความเสียหายเล็กน้อยเมื่อวันพุธ (11) จากวัตถุที่ไม่ทราบชนิด ห่างจากเมืองราส อัล ไคมาห์ ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ 25 ไมล์ทะเล ตามรายงานของบริษัทรักษาความปลอดภัยทางทะเลสองแห่ง
บริษัท Mitsui O.S.K. Lines เจ้าของเรือชาวญี่ปุ่น และโฆษกของ Ocean Network Express ผู้เช่าเรือ กล่าวว่า เรือถูกโจมตีขณะจอดทอดสมออยู่ในอ่าวเปอร์เซีย และการตรวจสอบตัวเรือพบความเสียหายเล็กน้อยเหนือระดับน้ำ
พวกเขากล่าวว่าลูกเรือทุกคนปลอดภัย และเรือยังคงใช้งานได้ตามปกติและปลอดภัยสำหรับการเดินเรือ เจ้าของเรือกล่าวว่าสาเหตุของเหตุการณ์ยังไม่ชัดเจนและอยู่ระหว่างการสอบสวน
นอกจากนี้ เรือลำที่ 3 ซึ่งเป็นเรือบรรทุกสินค้าก็ถูกวัตถุที่ไม่ทราบชนิดโจมตีเช่นกัน ห่างจากดูไบไปทางตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 50 ไมล์ ตามรายงานของบริษัทรักษาความปลอดภัยทางทะเล
บริษัท แวนการ์ด ซึ่งเป็นบริษัทจัดการความเสี่ยงทางทะเล ระบุว่าวัตถุที่พุ่งเข้ามาได้สร้างความเสียหายให้กับตัวเรือของเรือ Star Gwyneth ซึ่งจดทะเบียนในหมู่เกาะมาร์แชลล์ โดยเสริมว่าลูกเรือปลอดภัยดี บริษัท สตาร์ บัลค์ แคริเออร์ส เจ้าของเรือ กล่าวว่า เรือถูกโจมตีในบริเวณระวางบรรทุกขณะจอดทอดสมออยู่ ไม่มีลูกเรือได้รับบาดเจ็บ และเรือไม่เอียง
คำแถลงของหน่วยยามฝั่งยังอ้างถึงเรืออีกลำหนึ่ง ซึ่งระบุว่าถูกวัตถุพุ่งชนเมื่อเช้าวันพุธ (11) (โดยปกติหมายถึงโดรน) แต่รอยเตอร์ยังไม่สามารถยืนยันรายงานดังกล่าวได้
ที่มา: รอยเตอร์


