xs
xsm
sm
md
lg

‘อีลอน มัสก์’อันดับ1มหาเศรษฐีโลก‘ฟอร์บส์’ 2026 แชมป์ประเทศไทยยังคงเป็น‘ธนินท์ เจียรวนนท์’

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


อีลอน มัสก์
อีลอน มัสก์ ขึ้นอันดับ 1 มหาเศรษฐีโลกในทำเนียบของ “ฟอร์บส์” อีกครั้งในปีนี้ เท่ากับครองต่อเนื่องมา 2 ปีซ้อน โดยคราวนี้ด้วยมูลค่าสินทรัพย์ราว 839,000 ล้านดอลลาร์ และถือเป็นบุคคลที่รวยที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกมา ขณะที่เศรษฐีพันล้านดอลลาร์ประจำปีนี้ มีสินทรัพย์รวมกันสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 20.1 ล้านล้านดอลลาร์

ฟอร์บส์ระบุว่า ปีที่ผ่านมา อีลอน มัสก์ มีสินทรัพย์เพิ่มขึ้นราว 500,000 ล้านดอลลาร์ จากมูลค่าหุ้นของเทสลาและสเปซเอ็กซ์ ที่เตรียมนำหุ้นออกเสนอขายต่อสาธารณชนในปีนี้

มัสก์ยังเป็นคนแรกที่มีสินทรัพย์เกิน 800,000 ล้านดอลลาร์ แถมมีแนวโน้มจะกลายเป็นเศรษฐีระดับล้านล้านดอลลาร์ คนแรกของโลกอีกด้วย

มูลค่าสินทรัพย์ที่พุ่งทะยานของมัสก์สะท้อนสถานการณ์ที่พลิกผันของเทสลาเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งราคาหุ้นร่วงอยู่ตลอดช่วงฤดูใบไม้ผลิจากกระแสการต่อต้านของผู้บริโภคที่ไม่พอใจที่มัสก์สนับสนุนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และนักการเมืองปีกขวาคนอื่นๆ

อย่างไรก็ดี หุ้นเทสลาฟื้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2025 หลังจากมัสก์ถอนตัวจากคณะบริหารทรัมป์ โดยที่การจัดอันดับของนิตยสารฟอร์บส์ประจำปี 2026 นี้ อิงกับมูลค่าหุ้น ณ วันที่ 1 มีนาคม 2026 ที่ผ่านมา

เหล่ากองเชียร์เทสลาเชื่อว่า บริษัทมีแนวโน้มเติบโตสูงมาก เนื่องจากการที่มัสก์สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีล้ำยุคในด้านระบบขับขี่อัตโนมัติและปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ)

ถึงแม้ มัสก์ ขึ้นชื่อว่าเป็นคนทชอบแสดงความคิดเห็นที่สร้างความแตกแยกในสังคม แต่พวกผู้ถือหุ้นเทสลายังคงสนับสนุนเขาอย่างต่อเนื่อง โดยในการลงมติ ณ ที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นเมื่อเดือนพ.ย. ปีที่แล้ว เสียงส่วนใหญ่โหวตรับรองแพ็คเกจที่จะให้ค่าตอบแทนมูลค่า 1 ล้านล้านดอลลาร์แก่เขา ถ้าเทสลาผลิตและมีมูลค่าตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ ซึ่งจะทำให้สัดส่วนการถือหุ้นของมัสก์ในเทสลาเพิ่มเป็น 25% โดยประมาณ

ก่อนโหวต มัสก์ส่งสัญญาณว่า จะออกจากเทสลา ถ้าแพ็คเกจค่าตอบแทนไม่ผ่านความเห็นชอบ โดยบอกว่า เขาต้องการถือหุ้นในสัดส่วนมากพอที่จะมีอิทธิพลอย่างมากขณะที่เขากำลังสร้างกองทัพหุ่นยนต์

มัสก์เผยว่า ตนเองมีเงินสดไม่ถึง 0.1% ของมูลค่าสินทรัพย์ทั้งหมด

เดวิด เคิร์ช จากมหาวิทยาลัยแมรีแลนด์ ตั้งข้อสังเกตว่า การประเมินมูลค่าสินทรัพย์ของมัสก์ต้องใช้การคาดการณ์สูงมากเนื่องจากสินทรัพย์จำนวนมากอิงกับหุ้น ซึ่งมูลค่าของหุ้นเหล่านั้นขึ้นอยู่กับว่า การเติบโตที่คาดการณ์ไว้เกิดขึ้นจริงหรือไม่

สำหรับผู้ที่ได้เข้าสู่ทำเนียบของฟอร์บส์ในปีนี้ ซึ่งยังคงถือเกณฑ์ว่าต้องมีความมั่งคั่งตั้งแต่ 1,000 ล้านดอลลาร์ขึ้นไป มีจำนวนสูงทุบสถิติเดิม นั่นคือ 3,428 คนเพิ่มขึ้นราว 400 คนจากปีที่แล้ว ปัจจัยหลักคือการขยายตัวของตลาดหุ้นซึ่งส่วนหนึ่งได้อานิสงส์จากการบูมของเอไอ

ถัดลงมาจาก มัสก์ อันดับ 2 และ 3 ในทำเนียบคือ 2 ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทกูเกิล แลร์รี เพจ (มูลค่าทรัพย์สิน 257,000 ล้านดอลลาร์) และ เซียร์เก บริน (237,000 ล้านดอลลาร์) ตามด้วยเจฟฟ์ เบโซส ผู้ก่อตั้งอะเมซอน (224,000 ล้านดอลลาร์) สำหรับอันดับ 4 คือมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอบริษัทเมตา (222,000 ล้านดอลลาร์)

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นั้น อยู่ที่อันดับ 645 ไต่จากอันดับ 700 ในปี 2025 ด้วยมูลค่าสินทรัพย์ราว 6,500 ล้านดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้น 1,400 ล้านดอลลาร์

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทรัมป์รวยขึ้นเชื่อมโยงกับสกุลเงินคริปโตที่เขาโปรโมท นอกจากนั้นเขายังได้ประโยชน์จากการที่ศาลอุทธรณ์ในนิวยอร์กยกเลิกโทษปรับทางแพ่ง 518 ล้านดอลลาร์ในคดีฉ้อโกง

ฟอร์บส์ชี้ว่า การเป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ของทรัมป์ สร้างผลตอบแทนอย่างงดงามให้กับมหาเศรษฐีที่เป็นผู้นำประเทศผู้นี้ ไม่ว่าจะเป็นการปิดดีลในตะวันออกกลาง การโปรโมทเหรียญคริปโตของตัวเอง หรือการให้การต้อนรับบุคคลสำคัญในโรงแรมหรือรีสอร์ตของตนเอง ล้วนพิสูจน์ว่า ทรัมป์และครอบครัวยังคงเกี่ยวข้องกับธุรกิจอย่างมากมาย

10 อันดับมหาเศรษฐีโลกปี 2026 ของนิตยสารฟอร์บส์
(อันดับ, ชื่อ, มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ,แหล่งที่มาหลักของความมั่งคั่ง)
1.อีลอน มัสก์ – 839,000 ล้านดอลลาร์, บริษัท Tesla, SpaceX
2.แลร์รี เพจ – 257,000 ล้านดอลลาร์, บริษัท Google
3.เซียร์เก บริน – 237,000 ล้านดอลลาร์, บริษัท Google
4.เจฟฟ์ เบโซส – 224,000 ล้านดอลลาร์, บริษัท Amazon
5.มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก – 222,000 ล้านดอลลาร์, บริษัท Facebook
6.แลร์รี เอลลิสัน – 190,000 ล้านดอลลาร์, บริษัท Oracle
7.แบร์นาด์ อาร์โนลต์ และครอบครัว – 171,000 ล้านดอลลาร์, บริษัท LVMH
8.เจนเซน หวง – 154,000 ล้านดอลลาร์, ธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์
9.วอร์เรน บัฟเฟตต์ – 149, ล้านดอลลาร์, บริษัท Berkshire Hathaway
10.อามันซิโอ ออร์เตกา – 148,000 ล้านดอลลาร์, บริษัท Zara
(ที่มา: ฟอร์บส์)

ธนินท์ เจียรวนนท์
ปีนี้เจ้าสัวไทยติดทำเนียบฟอร์บส์ 22 คน ‘ธนินท์’ยังเป็นแชมป์

ในส่วนของประเทศไทย ฟอร์บส์ระบุว่าปีนี้มีมหาเศรษฐีซึ่งมีความมั่งคั่งตั้งแต่ 1,000 ล้านดอลลาร์ขึ้นไปจำนวน 22 คน โดยผู้ที่มีทรัพย์สินสุทธิสูงสุดยังคงเป็น "ธนินท์ เจียรวนนท์" ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group) ครองอันดับ 135 ของโลก ด้วยมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 19,900 ล้านดอลลาร์ (ราว 630,000 ล้านบาท)

อันดับ 2 คือ "สารัชถ์ รัตนาวะดี" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ ด้วยทรัพย์สิน 18,100 ล้านดอลลาร์ (ราว 573,000 ล้านบาท) อยู่ในอันดับ 157 ของโลก ขณะที่อันดับ 3 ของไทย คือ "เจริญ สิริวัฒนภักดี และครอบครัว" ผู้ก่อตั้งกลุ่มไทยเบฟ ติดอันดับ 251 ของโลก ด้วยทรัพย์สิน 12,200 ล้านดอลลาร์ (ราว 386,000 ล้านบาท)

ในบรรดามหาเศรษฐีไทย 22 คน ยังรวมถึง "ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งติดอันดับมหาเศรษฐีโลกด้วยมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 1,600 ล้านดอลลาร์ (ราว 50,700 ล้านบาท)

มหาเศรษฐีไทย 22 คนติดทำเนียบฟอร์บส์ ปี2026
(อันดับโลก, ชื่อ, มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ, แหล่งที่มาหลักของความมั่งคั่ง)
135 ธนินท์ เจียรวนนท์ – 19,900 ล้านดอลลาร์, ธุรกิจหลากหลาย
157 สารัชถ์ รัตนาวะดี – 18,100 ล้านดอลลาร์, ธุรกิจพลังงาน
251 เจริญ สิริวัฒนภักดี และครอบครัว – 12,200 ล้านดอลลาร์, เครื่องดื่มและอสังหาริมทรัพย์
528 สุเมธ เจียรวนนท์ – 7,300 ล้านดอลลาร์, ธุรกิจเครือเจริญโภคภัณฑ์
542 จรัญ เจียรวนนท์ – 7,200 ล้านดอลลาร์, ธุรกิจเครือเจริญโภคภัณฑ์
908 สมอุไร จารุพนิช – 4,700 ล้านดอลลาร์, ธุรกิจหลากหลาย
1108 นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ – 3,900 ล้านดอลลาร์, โรงพยาบาลและสายการบิน
1325 เสถียร เสถียรธรรมะ – 3,200 ล้านดอลลาร์, เครื่องดื่มชูกำลัง
1755 มนัส เจียรวนนท์ – 2,400 ล้านดอลลาร์, ธุรกิจเครือเจริญโภคภัณฑ์
1755 พงษ์เทพ เจียรวนนท์ – 2,400 ล้านดอลลาร์, ธุรกิจเครือเจริญโภคภัณฑ์
1755 ประทีป เจียรวนนท์ – 2,400 ล้านดอลลาร์, ธุรกิจเครือเจริญโภคภัณฑ์
1755 สมศรี ล่ำซำ – 2,400 ล้านดอลลาร์, ธุรกิจหลากหลาย
1913 วิชัย ทองแตง – 2,200 ล้านดอลลาร์, เฮลท์แคร์และการลงทุน
2481 สุรินทร์ อุภัทกุล – 1,600 ล้านดอลลาร์, โทรคมนาคม ลอตเตอรี่ และประกันภัย
2481 ทักษิณ ชินวัตร – 1,600 ล้านดอลลาร์, การลงทุน
2481 ฮาราลด์ ลิงค์ – 1,600 ล้านดอลลาร์, ธุรกิจหลากหลาย
2600 วิลเลียม ไฮเน็ค – 1,500 ล้านดอลลาร์, ธุรกิจโรงแรม
3017 ณัฐชไม ถนอมบูรณ์เจริญ – 1,200 ล้านดอลลาร์, เครื่องดื่มชูกำลัง
3017 วินัย เตียวสมบูรณ์กิจ – 1,200 ล้านดอลลาร์, ธุรกิจอาหาร
3185 นิติ โอสถานุเคราะห์ – 1,100 ล้านดอลลาร์, เครื่องดื่มชูกำลังและการลงทุน
3185 ประจักษ์ ตั้งคารวคุณ – 1,100,ล้านดอลลาร์, สีทาอาคาร
3185 ประยุทธ มหากิจศิริ – 1,100 ล้านดอลลาร์, กาแฟและธุรกิจขนส่งทางเรือ
(ที่มา: ฟอร์บส์)

(ที่มา: เอเอฟพี/ฟอร์บส์)