ราคาน้ำมันร่วงลงกว่า 11% ในวันอังคาร(10มี.ค.) หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ทำนายว่าสงครามกับอิหร่านจะจบลงเร็วๆนี้ ลดความกังวลเกี่ยวกับความปั่นป่วนทางอุปทานยืดเยื้อยาวนาน ปัจจัยพัฒนาการความขัดแย้งในตะวันออกกลางทำให้วอลล์สตรีทซื้อขายผันผวน ก่อนปิดในกรอบแคบๆ ขณะที่ทองคำดีดตัวขึ้นเกือบ 2%
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนเมษายน ลดลง 11.32 ดอลลาร์ ปิดที่ 83.45 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ด้านเบรนท์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนพฤษภาคม ลดลง 11.16 ดอลลาร์ ปิดที่ 87.80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ตลาดน้ำมันพุ่งผ่าน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เมื่อวันจันทร์(9มี.ค.) แตะระดับสูงตั้งแต่ช่วงกลางปี 2022 หลังซาอุดีอาระเบียและผู้ผลิตอื่นๆปรับลดอุปทาน ท่ามกลางสงครามที่ลุกลามระหว่างสหรัฐฯและอิสราเอลกับอิหร่าน ซึ่งโหมกระพือความกังวลว่าจะก่อความปั่นป่วนทางพลังงานโลกครั้งใหญ่
ต่อมาตลาดน้ำมันแกว่งตัวลง หลังประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย เปิดเผยว่าเขาได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับ ทรัมป์ และแชร์ข้อเสนอต่างๆที่มีเป้าหมายหาทางออกของสงครามอย่างรวดเร็ว คลายความกังวลอุปทานตึงตัวยืดเยื้อยาวนาน
นอกจากนี้แล้ว ทรัมป์ ยังให้สัมภาษณ์กับซีบีเอส คิดว่าสงครามกับอิหร่าน "สมบูรณ์แบบมากๆ" และวอชิงตันมีความก้าวหน้ามากกว่ากรอบเวลาที่ประมาณการไว้เดิม 4-5 สัปดาห์
ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯในวันอังคาร(10มี.ค.) แกว่งตัวไปมา ท่ามกลางการซื้อขายที่ผัวผวน ก่อนปิดผสมผสานในกรอบแคบๆ ท่ามกลางความคาดหมายว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลาง อาจจบลงเร็วกว่าที่คาด
ดาวโจนส์ ลดลง 34.29 จุด (0.07 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 47,706.51 เอสแอนด์พี ลดลง 14.51 จุด (0.21 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 6,781.48 จุด แนสแดค เพิ่มขึ้น 1.16 จุด (0.16 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 22,697.10 จุด
ราคาน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติดิ่งลงอย่างหนัก หนึ่งวันหลังจาก ทรัมป์ กล่าวว่าความขัดแย้งอาจยุติลงเร็วกว่ากรอบเวลาที่เขาคาดหมายไว้เดิมที่ 4-5 สัปดาห์
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนมองไปที่สัญญาณความตึงเครียดที่ลุกลามเช่นกัน หลังบรรดาเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ในนั้นรวมถึง พีธ เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหม และแดน เคน นายพลระดับสูงของสหรัฐฯ ที่บ่งชี้ว่าปฏิบัติการโจมตีอิหร่านกำลังหนักหน่วงขึ้น
ขณะเดียวกัน อิหร่าน ก็ขู่จะเดินหน้าขัดขวางกระแสน้ำมันผ่านภูมิภาคแห่งนี้ ส่วนบรรดาผู้ผลิตพลังงานในตะวันออกกลางยังไม่กลับมาเดินเครื่องผลิตเต็มกำลัง และมีความเป็นไปได้ว่าต้นทุนการขนส่งจะอยู่ในระดับสูงไปสักพัก
ส่วนราคาทองคำดีดตัวขึ้นกว่า 2% ในวันอังคาร(10 มี.ค.) ได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลาร์ และคลายความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ หลังราคาน้ำมันดิ่งลงหนัก โดยราคาทองคำยูเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ส งวดส่งมอบเดือนเมษายน เพิ่มขึ้น 2.7 % ปิดที่ 5,242.10 ดอลลาร์ต่อออนซ์
(ที่มา:รอยเตอร์)


