ผู้เชี่ยวชาญชี้อิหร่านกำลังเดิมพันความอยู่รอดของตนเอง ด้วยการลากยาวสงครามให้กลายเป็นบททดสอบความอึด โดยขนโดรนและขีปนาวุธโจมตีทั่วอ่าวเปอร์เซีย ตัดเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญ และทำให้ตลาดการเงินโลกปั่นป่วน เพื่อกดดันให้อเมริกาทนไม่ไหวจนต้องยอมล่าถอยก่อน
แม้การโจมตีของอเมริกาและอิสราเอล สามารถปลิดชีพผู้นำสำคัญของอิหร่านไปหลายคน แต่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ยังสามารถควบคุมสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี และกำลังบัญชาการรบ ตลอดจนดำเนินการตามแผนสำรองที่วางไว้ล่วงหน้า รวมทั้งกำหนดยุทธศาสตร์และเป้าหมายในการโจมตีในสงคราม
นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญมองว่า IRGC ยังมีบทบาทสำคัญในการแต่งตั้ง โมจตาบา คอเมเนอี ขึ้นเป็นผู้นำสูงสุดแทน อยาตอลลาห์ อาลี คอเมเนอี บิดาของเขาซึ่งถูกสังหารตั้งแต่การโจมตีระลอกแรกของอเมริกาและอิสราเอลเมื่อวันที่ 28 ก.พ.
ฟาวาซ เกอร์เกส จาก ลอนดอน สกูล ออฟ อิโคโนมิกส์ ชี้ว่า ในมุมมองของอิหร่าน สงครามครั้งนี้เป็นสงครามที่อิหร่านกำลังต่อสู้เพื่อความอยู่รอด จึงพร้อมทุ่มหมดหน้าตักเพื่อต้านทานศัตรู
อเล็กซ์ วาแทนกา นักวิชาการอาวุโสที่เชี่ยวชาญด้านการเมืองอิหร่าน ของสถาบันตะวันออกกลาง ขานรับว่า อิหร่านเวลานี้เหมือนสัตว์บาดเจ็บที่มีอันตรายยิ่งกว่าเดิมเสียอีก
ความคิดจิตใจแบบมุ่งทำสงครามสุดกำลังเช่นนี้เอง คือเบื้องหลังการตัดสินใจของเตหะรานในการเปิดถล่มปูพรมทั่วอ่าวเปอร์เซีย โดยเล็งเป้าหมายที่ฮับพลังงานของชาติต่างๆ ซึ่งมีฐานทัพสหรัฐฯตั้งอยู่ ตั้งแต่กาตาร์จนถึงซาอุดีอาระเบีย เพื่อทำให้เศรษฐกิจชะงักงันมากที่สุด รวมทั้งทำให้ต้นทุนที่ต้องจ่ายของประเทศเพื่อนบ้านเหล่านี้ ตลอดจนถึงยุโรปและอเมริกาพุ่งขึ้น ตลอดจนเป็นการทดสอบความแน่วแน่ทางการเมืองของวอชิงตันอีกด้วย
ในวันจันทร์ (9 มี.ค.) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ บอกกับสมาชิกรัฐสภาสังกัดพรรครีพับลิกันว่า สงครามจะดำเนินต่อไปจนกว่าอิหร่านพ่ายแพ้ราบคาบ ซึ่งน่าจะไม่ใช่เร็วๆ นี้
ทรัมป์สำทับว่า เมื่อปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านเสร็จสิ้นแล้ว เตหะรานจะไม่เหลืออาวุธมาโจมตีอเมริกา อิสราเอล หรือพันธมิตรของอเมริกาอีกนาน
ทว่า แหล่งข่าวในอิหร่านเผยว่า สถานการณ์ที่ลุกลามนี้เป็นสิ่งที่เตหะรานคาดหมายไว้ก่อนที่สงครามจะระเบิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ. โดยนักวางแผนของอิหร่านคาดว่า การเผชิญหน้ากับวอชิงตันและอิสราเอลเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงเตรียมยุทธศาสตร์แบบหลายชั้นที่มีการประสานงานกันทั่วทั้งเครือข่ายการทหารขนาดใหญ่ของ IRGC และกองกำลังอาวุธซึ่งเป็นตัวแทนของอิหร่านในประเทศต่างๆ
ขณะที่แทบไม่เหลืออะไรให้สูญเสียแล้วในตอนนี้ อิหร่านก็กำลังดำเนินการตามแผนดังกล่าว และเปลี่ยนการสู้รบขัดแย้งให้แผ่ลามกลายเป็นสงครามที่กว้างขวางและยืดเยื้อ เพื่อบั่นทอนศัตรูทั้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจ
นานแค่ไหน
โมฮันนาด ฮาจ อาลี นักวิชาการอาวุโสของ คาร์เนกี มิดเดิล อีสต์ เซ็นเตอร์ ชี้ว่า คำถามสำคัญในสงครามครั้งนี้คือ IRGC จะโจมตีด้วยขีปนาวุธไปได้นานแค่ไหน
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่า คลังแสงของอิหร่านถูกทำลายไปมากแล้ว ทว่า แหล่งข่าวในตะวันออกกลางชี้ว่า เตหะรานยังมีสต็อกอาวุธเหลืออยู่กว่าครึ่งของช่วงก่อนสงคราม ซึ่งหากเป็นจริง อิหร่านสามารถโจมตีอเมริกาและอิสราเอลได้อีกหลายสัปดาห์ และกรอบเวลาดังกล่าวอาจมีนัยสำคัญสำหรับวอชิงตันขณะที่ความกดดันทางเศรษฐกิจทวีความรุนแรงทั้งในและนอกอเมริกา
สิ่งที่สำคัญต่ออิหร่านไม่แพ้กัน ได้แก่เสถียรภาพภายในประเทศ ทั้งนี้พวกผู้สังเกตการณ์และแหล่งข่าวในอิหร่านระบุว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณการประท้วง การแปรพักตร์ของชนนั้นนำ หรือความแตกแยกภายในสถาบันสำคัญๆ ของประเทศ
นอกจากนั้น แหล่งข่าวในเตหะรานคนหนึ่งยังเผยว่า แม้ถูกทิ้งระเบิดใส่หนักหน่วงและต่อเนื่อง แต่ชีวิตในเมืองหลวงของอิหร่านยังคงดำเนินไปตามปกติ ร้านค้าและธนาคารยังเปิดให้บริการ สินค้ายังมีให้ซื้อหา และประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้หนีออกจากเตหะราน ซึ่งทั้งหมดนี้ตรงข้ามกับความคาดหวังของวอชิงตันและรัฐยิว
ถึงแม้ประชาชนมีความไม่พอใจรัฐบาลสั่งสมมายาวนาน แต่กระแสความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวของคนในชาติกำลังก่อตัวขึ้น ขณะที่ประเทศถูกศัตรูระดมโจมตีโครงสร้างพื้นฐาน รวมทั้งมีการพูดคุยกันอย่างเปิดเผยเรื่องพวกเขาต้องการก่อให้เกิดความไม่สงบภายในอิหร่านขึ้นมา
แหล่งข่าวคนเดิมบอกว่า ประชาชนยังไม่พร้อมรับกับการที่อิหร่านจะต้องแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ
ใครจะไปก่อน
เกอร์เกสชี้ว่า คำถามสำคัญตอนนี้คือ ระหว่างทรัมป์กับเหล่าผู้นำในอิหร่าน ใครจะทนไม่ไหวก่อนกัน
สำหรับนักยุทธศาสตร์ของทั้งสองฝ่าย สงครามครั้งนี้ถูกกำหนดให้ชี้ขาดด้วยบททดสอบความอึดสองด้านที่เกิดขึ้นพร้อมกัน นั่นคือ อิหร่านจะยิงขีปนาวุธต่อไปได้นานแค่ไหน และอเมริกาและอิสราเอลสามารถรองรับต้นทุนทางเศรษฐกิจ การทหาร และการเมือง จากการสกัดขีปนาวุธของอิหร่านได้นานเพียงใด
เตหะรานนั้นหวังว่า การทำให้ราคาพลังงานพุ่งขึ้นต่อไปและสร้างความเจ็บปวดทางเศรษฐกิจต่อชาติตะวันตกทั้งหมด จะกดดันให้อเมริกายอมถอย
สัญญาณเบื้องต้นบ่งชี้ว่า ผลกระทบจากสงครามเริ่มชัดเจนขึ้น โดยราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติพุ่งพรวด อุณหภูมิการเมืองในวอชิงตันระอุขึ้น ขณะที่การเลือกตั้งกลางเทอมกำลังจะเกิดขึ้นในเดือนพ.ย.
เกอร์เกสเสริมว่า ภายใต้ความกดดันดังกล่าว ในที่สุดแล้วทรัมป์อาจหาทางออกด้วยการประกาศชัยชนะ โดยอ้างอิงการสังหารอยาตอลลาห์ อาลี คอเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน การทำลายความสามารถด้านนิวเคลียร์และขีปนาวุธ รวมทั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านการทหารของเตหะราน
ส่วนสำหรับเตหะราน แค่การสามารถอยู่รอดต่อไปได้ก็อาจจะเพียงพอแล้ว
แม้โครงสร้างพื้นฐานทางยุทธศาสตร์จำนวนมากถูกทำลาย แต่เหล่าผู้นำของอิหร่านอาจกล่าวอ้างชัยชนะและความสามารถในการต้านทานการโจมตีจากกองเรือรบใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์
สิ่งที่กำลังปรากฏให้เห็นอยู่ในเวลานี้ อาจจะเป็นอิหร่านที่ได้รับบาดเจ็บอย่างสาหัสก็จริงอยู่ ทว่าอิหร่านที่กำลังหลั่งเลือดไหลนอง ยังคงอาจพิสูจน์ให้เห็นได้ว่าเต็มไปด้วยพิษสงอันตราย –และบางทีอาจจะอยู่ในลักษณะคาดเดาได้ยากยิ่งขึ้นอีก—เมื่อเปรียบเทียบกับระบอบการปกครองที่ดูลงตัวแล้วในช่วงก่อนเข้าสู่การสู้รบขัดแย้งครั้งนี้
(ที่มา: รอยเตอร์)


