อิหร่านกร้าว ประกาศวันอังคาร (10 มี.ค.) จะไม่ยอมให้น้ำมันออกจากอ่าวเปอร์เซียแม้แต่ลิตรเดียว หากอเมริกากับอิสราเอลยังไม่เลิกโจมตี ลั่นเตหะรานไม่ต้องการข้อตกลงหยุดยิง และจะเป็นผู้เดียวที่กำหนดว่า สงครามจะสิ้นสุดเมื่อใด ด้านทรัมป์ยังคงพูดจาไม่อยู่กับร่องกับรอย โดยให้สัมภาษณ์ฟ็อกซ์นิวส์ว่ามีความเป็นไปได้ที่เขาจะพูดคุยกับฝ่ายอิหร่าน ทั้งที่เพิ่งขู่เตหะรานว่าจะถล่ม “หนักหน่วงขึ้นอีก 20 เท่าตัว” ถ้ายังขวางการส่งออกน้ำมัน แม้ก่อนหน้านั้นไม่กี่ชั่วโมง ผู้นำทำเนียบขาวออกมาบอกว่า สงครามใกล้จบแล้ว
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ทั้งสองฝ่ายต่างยังคงพูดจาท้าทายใส่กัน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งทรัมป์ซึ่งพูดจากลับไปกลับมา แต่พวกนักลงทุนในตลาดการเงิน ตัดสินใจลงเดิมพันอย่างแข็งขัน เชื่อถือคำกล่าวของทรัมป์ที่ว่าจะทำให้สงครามของเขาคราวนี้ยุติลงโดยเร็ว
ทั้งนี้หลังจากทรัมป์กล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวรายหนึ่งของซีบีเอสนิวส์ ในวันจันทร์(9) ระบุสงครามกับอิหร่านอาจจบลงเร็วๆนี้ ในขณะที่ปฏิบัติการของอเมริกามีความคืบหน้ากว่าที่ประเมินไว้อย่างมาก คำพูดนี้ของเขาก็ส่งผลให้ราคาซื้อขายน้ำมันดิบดำดิ่งลงมา หลังจากพุ่งทะยานสร้างประวัติศาสตร์ในวันจันทร์ ขณะเดียวกันราคาหุ้นของแถบเอเชียและยุโรปในวันอังคาร ก็แสดงอาการกระเตื้องขึ้น
"ผมคิดว่าสงครามสมบูรณ์แบบมากทีเดียว" ทรัมป์กล่าวในการให้สัมภาษณ์ซีบีเอสนิวส์ "พวกเขาไม่เหลือกองทัพเรือ ไม่เหลือการสื่อสาร พวกเขาไม่เหลือกองทัพอากาศ" นอกจากนั้นทรัมป์ยังเผยว่า ได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย เกี่ยวกับสงครามเช่นกัน ท่ามกลางกระแสข่าวว่าเขาจะผ่อนคลายมาตรการแซงก์ชั่นรัสเซียลงบ้าง เพื่อให้มีซัปพลายน้ำมันเข้าสู่ตลาดเพิ่มเติมขึ้น
นอกจากนั้น สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ทรัมป์ยังจัดการแถลงข่าวในวันจันทร์ ซึ่งดูเหมือนเพื่อเพิมความมั่นใจว่าเขาจะยุติสงครามของเขาก่อนที่มันจะมีผลยั่วยุให้เกิดวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจแบบที่เคยเกิดขึ้นภายหลังภาวะช็อกจากน้ำมันตะวันออกกลางเมื่อช่วงทศวรรษ 1970
เขาบอกว่า สหรัฐฯได้สร้างความเสียหายหนักให้อิหร่าน และทำนายว่าการสู้รบขัดแย้งจะยุติลงก่อนครบ 4 สัปดาห์ที่เขากำหนดขึ้นตั้งแต่ทีแรก
ทรัมป์ไม่ได้นิยามว่าชัยชนะหมายถึงอะไร แต่ขณะพูดในวันจันทร์นั้น เขาไม่ได้เอ่ยซ้ำถึงคำประกาศของเขาก่อนหน้านี้ที่ว่า อิหร่านต้องยอมรับ “การยอมแพ้อย่างไม่มีเงื่อนไข” และปล่อยให้เขาเป็นคนเลือกผู้นำของอิหร่าน
เขาพูดด้วยว่า แสนยานุภาพทางทหารของสหรัฐฯเพียงพอที่จะทำให้น้ำมันไหลออกจากช่องแคบฮอร์มุซได้ ถ้าหากอิหร่านพยายามสกัดขัดขวาง “เราจะกระหน่ำใส่พวกเขาอย่างแรงจนกระทั่งมันจะเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับพวกเขาหรือสำหรับคนอื่นๆ ที่จะช่วยเหลือพวกเขาให้ฟื้นตัวขึ้นมาอีกในภาคส่วนนั้นของโลก”
ความคาดหวังว่าศึกอิหร่านกำลังจะยุติ เช่นเดียวกับภาวะชะงักงันของซัปพลายน้ำมัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันเบรนต์ในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าลดลงมาอยู่ที่ราว 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันอังคาร หลังจากทะยานใกล้ 120 ดอลลาร์ในวันจันทร์ แม้ยัง แพงกว่าราคาก่อนเกิดสงครามเกือบ 24%
อย่างไรก็ตาม ทางด้านกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่าน ในวันอังคาร (10) ได้ออกมากล่าวเยาะเย้ยความพยายามของทรัมป์ในการลดทอนผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสงคราม โดยเตือนว่า กองกำลังอิหร่านจะไม่ยอมให้มีการส่งออกน้ำมันจากตะวันออกกลางแม้แต่ลิตรเดียว หากอเมริกาและอิสราเอลยังไม่ยอมยุติการโจมตี รวมทั้งประกาศว่า อิหร่านจะเป็นผู้กำหนดว่า สงครามจะสิ้นสุดเมื่อใด และย้ำว่า สมการต่างๆ และสถานะในอนาคตของตะวันออกกลางอยู่ในมือกองกำลังอิหร่าน
นอกจากนั้น อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ยังส่งข้อความถึงวอชิงตันโดยตรง ระหว่างที่เขาให้สัมภาษณ์กับพีบีเอส นิวส์ ทีวีสาธารณะในสหรัฐฯ ว่า เตหะรานเตรียมพร้อมอย่างดีในการโจมตีศัตรูด้วยขีปนาวุธตราบเท่าที่จำเป็น
อารักชียังวิจารณ์ว่า อเมริกาเปิดการโจมตีใส่อิหร่านทั้งที่การเจรจาทางการทูตยังคงดำเนินอยู่ ดังนี้ตอนนี้ อิหร่านไม่คิดจะเจรจากับอเมริกาอีกต่อไป
ปรากฏว่า ปฏิกิริยาเช่นนี้จากเตหะราน ทำให้ทรัมป์เดือดดาลขึ้นมาอีก โดยได้โพสต์ข้อความทางสื่อสังคม ทรูธ โซเชียล ของเขา ตอบโต้ว่า “ถ้าอิหร่านทำอะไรก็ตามที่หยุดยั้งการไหลของน้ำมันภายในช่องแคบฮอร์มุซแล้ว พวกเขาก็จะถูกกระหน่ำตีจากสหรัฐอเมริกา หนักหน่วงขึ้นอีก 20 เท่าตัวจากที่พวกเขาถูกตีกระหน่ำมาจนถึงตอนนี้”
เรื่องนี้ ทำให้ อาลี ลาริจานี หัวหน้าใหญ่ด้านความมั่นคงของอิหร่าน โพสต์ข้อความตอบโต้บนแพลตฟอร์ม X ว่า “อิหร่านไม่กลัวคำข่มขู่ที่ว่างเปล่าของคุณหรอก แม้กระทั่งพวกที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวคุณก็ยังไม่สามารถกำจัดชาติอิหร่านได้ ดูแลตัวคุณเองให้ดีไม่ให้ถูกกำจัดเถอะ!”
คณะที่ปรึกษาบางส่วนกดดันทรัมป์
หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานในวันอังคาร(10 มี.ค.) ว่า ทรัมป์ กำลังเผชิญแรงกดดันหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ จากคณะที่ปรึกษาบางส่วนของเขาเอง ให้หาทางวางกรอบเส้นทางมุ่งหน้าสู่การยุติสงครามกับอิหร่าน ท่ามกลางความกังวลมากขึ้นเรื่อยๆเกี่ยวกับราคาน้ำมันที่พุ่งทะยาน และความเป็นไปได้เกี่ยวกับผลกระทบต่อต้นทุนทางการเมืองภายในประเทศ จากกรณีสงครามลากยาว
อย่างไรก็ดี เมีจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลบอกกับวอลล์สตรีทเจอร์นัล ว่า ทรัมป์ มีเจตนาเดินหน้าทำสงคราม จนกว่าเขาสามารถประกาศผลลัพธ์ที่เข้าทางวอชิงตัน "ทรัมป์จะไม่หยุดสู้รบ จนกว่าเขาสามารถกล่าวอ้างชัยชนะที่น่าพึงพอใจ"
ขณะที่แคโรไลน์ ลีวิตต์ เลขานุการฝ่ายสื่อสารมวลชนของทำเนียบขาว ออกมาปฏิเสธคำกล่าวอ้างที่ว่ามีความเห็นแตกแยกกันภายในรัฐบาล และบอกว่ารายงานข่าวดังกล่าวนั้น "ไม่ถูกต้อง"
ในวันอังคารเช่นกัน ทีวีฟ็อกซ์นิวส์ ได้เผยแพร่คำให้สัมภาษณ์ของทรัมป์ที่พูดไว้เมื่อวันจันทร์ว่ามีความเป็นไปได้ที่เขาจะเต็มใจพูดคุยกับอิหร่าน แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่เงื่อนไขต่างๆ ทั้งนี้เมื่อถูกถามเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเจรจากับเตหะราน ทรัมป์บอกว่าเขาได้ยินมาว่า เตหะราน ต้องการเจรจาเหลือเกิน
อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีสหรัฐฯเน้นย้ำว่าเขารู้สึกไม่พอใจกับ โมจตาบา คอเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน และกล่าวว่า "ผมไม่เชื่อว่าเขาจะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสันติ"
อ่าวเปอร์เซียยังระอุ
ในวันอังคาร เสียงไซเรนเตือนภัยจากขีปนาวุธดังระงมในดูไบและบาห์เรน ขณะที่ซาอุดีอาระเบียเผยว่า สอยโดรนสองลำร่วงเหนือเขตที่อุดมด้วยน้ำมันทางตะวันออกของประเทศ และกองกำลังพิทักษ์ชาติคูเวตยิงโดรน 6 ลำร่วง
ส่วนที่อิสราเอล สัญญาณเตือนภัยในเยรูซาเลมดังระงมตั้งแต่เช้าวันอังคารเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีเสียงระเบิดดังในเทลอาวีฟ ขณะที่ระบบป้องกันภัยของอิสราเอลพยายามสกัดการโจมตีของอิหร่าน
โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ โฆษกรัฐสภาอิหร่าน โพสต์บน X ว่า อิหร่านไม่ต้องการข้อตกลงหยุดยิง แต่เชื่อว่า ผู้รุกรานควรถูกโต้กลับอย่างฉับพลันและรุนแรงเพื่อเรียนรู้บทเรียนและสำเหนียกว่า จะไม่คิดโจมตีอิหร่านอีก
(ที่มา: เอเอฟพี/เอพี/รอยเตอร์)


