เอเอฟพี – เครมลินวันอังคาร(10 มี.ค)ปฎิเสธที่จะเปิดเผยว่าถูกสหรัฐฯส่งคำเตือนแอบป้อนข่าวกรองทางการทหารช่วยอิหร่านระหว่างอเมริการ่วมกับอิสราเอลกำลังทำสงครามกับเตหะรานในตะวันออกกลางย่างเข้าสู่วันที่ 11 ด้านอิหร่านสุดฉุนเสียนักการทูตพร้อมกัน 4 คนในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาหลังอิสราเอลส่งมิสไซล์โจมตีทางอากาศที่โรงแรมติดทะเลในเบรุต
เอเอฟพีรายงานวันอังคาร(10 มี.ค)ว่า หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์รายงานเมื่อวันศุกร์(6)ว่า มอสโกแอบส่งข่าวกรองลับอ่อนไหวไปให้เตหะราน รวมถึงพิกัดเรือรบอเมริกันและเครื่องบินรบในภูมิภาคตะวันออกกลาง
ทั้งนี้ทูตพิเศษสหรัฐฯ สตีฟ วิตคอฟฟ์ (Steve Witkoff) เปิดเผยในวันเสาร์(7)ว่า เขาได้สื่อสารอย่างหนักกับ “รัสเซีย” ไม่ให้แชร์ข้อมูลกับ “เตหะราน”
อย่างไรก็ตามเมื่อเอเอฟพีได้ถามเกี่ยวกับการเปิดเผยของวิตคอฟฟ์หรือที่ว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้หารือเรื่องนี้ในวันจันทร์(9)ทางโทรศัพท์ร่วมกับผู้นำรัสเซีย วลาดิมีร์ ปูติน โฆษกเครมลิน ดมิตรี เพรสคอฟ กล่าวว่า
“สิ่งที่ผมสามารถกล่าวได้เพียงว่า วิตคอฟฟ์นั้นมักติดต่อกับฝ่ายเจ้าหน้าที่รัสเซียคู่สนทนา และอีกทั้งช่องทางการสื่อสารนี้เปิดโอกาสให้เราสามารถส่งสัญญาณให้แก่กันเกี่ยวกับประเด็นที่อ่อนไหวที่สุด”
อย่างไรก็ตามวิตคอฟฟในภายหลังวันอังคาร(10)ได้เปิดเผยในการให้สัมภาษณ์กับ CNBC ว่า “ในการหารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีทรัมป์ พวกรัสเซียแจ้งว่าพวกเขาไม่ได้แชร์ข่าวกรอง”
วิตคอฟฟ์เสริมว่า “พวกเราสามารถเชื่อในคำพูดของพวกเขา”
เอเอฟพีรายงานว่า ทรัมป์กล่าวในวันเสาร์(7)ว่า เขาไม่มีข้อบ่งชี้ว่า “รัสเซีย” นั้นกำลังสนับสนุนอิหร่านในสงคราม แต่หากว่าพวกเขาเข้ามาจริง มันคงจะ “ช่วยไม่ได้มากเท่าไหร่”
รัสเซียเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดกับอิหร่านเหมือนเช่น เวเนซุเอลา และทั้งรัสเซียและอิหร่านต่างมีข้อตกลงในปีที่แล้วเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการต่อต้าน “ภัยคุกคามร่วม”
ขณะเดียวกันอิหร่านวันอังคาร(10) นักการทูตของตัวเอง 4 คนโดนสังหารเมื่อสุดสัปดาห์ในการโจมตีที่โรงแรมติดทะเลในกรุงเบรุต อ้างอิงจากหนักสือที่ส่งไปยังเลขาธิการใหญ่สหประชาชาติ
เอเอฟพีรายงานว่า ในหนังสือของคณะผู้แทนถาวรอิหร่านประจำสหประชาชาติ ระบุว่า “เมื่อช่วงต้นของวันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม ปี 2026 รัฐบาลอิสราเอลได้ใช้วิธีก่อการร้ายโจมตีอย่างตั้งใจต่อโรงแรมรามาดาในกรุงเบรุตที่ซึ่งส่งผลลัพท์คือการลอบสังหารและการพลีชีพของนักการทูต 4 คนของอิหร่าน”
ทั้งนี้กองทัพอิสราเอลก่อนหน้าออกมาอ้างความรับผิดชอบต่อการโจมตี โดยแถลงว่าได้ทำการโจมตีอย่างแม่นยำเป้าหมายไปที่กลุ่มผู้บัญชาการสำคัญของกองกำลังคัดส์(Quds)ภายใต้กองกำลังพิทักษ์การปฎิวัติอิสลามในส่วนฝ่ายปฎิบัติการต่างประเทศ


