xs
xsm
sm
md
lg

'ทรัมป์' ต่อสายคุย 'ปูติน' หารือสถานการณ์อิหร่าน-ยูเครน แย้มผู้นำรัสเซียเสนอช่วยคลี่คลายสงครามตะวันออกกลาง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ได้สนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ โดยผู้นำอเมริกาเป็นฝ่ายต่อสายสนทนาเพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ระหว่างประเทศที่เกิดขึ้นล่าสุด

ยูรี อูชาคอฟ ผู้ช่วยของทำเนียบเครมลิน เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า การสนทนามุ่งเน้นไปที่ความขัดแย้งในอิหร่าน และการเจรจา 3 ฝ่ายระหว่างมอสโก วอชิงตัน และเคียฟ เพื่อแก้ไขความขัดแย้งในยูเครน

อูชาคอฟ ระบุด้วยว่า การสนทนาระหว่างประธานาธิบดีทั้งสองเป็นไปอย่าง “เป็นทางการ เปิดเผย และสร้างสรรค์” และทั้งสองแสดงความพร้อมที่จะติดต่อกันอย่างสม่ำเสมอ

บทสนทนาระหว่าง ปูติน และ ทรัมป์ ครั้งนี้กินเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยืนยันอีกครั้งถึงความใส่ใจของวอชิงตันที่จะเห็นรัสเซียและยูเครนยุติสงครามและบรรลุข้อตกลงระยะยาว โดย ปูติน ได้กล่าวขอบคุณ ทรัมป์ สำหรับความพยายามในการไกล่เกลี่ยอย่างต่อเนื่องของรัฐบาลของเขา

ปูติน ยังได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่ในอิหร่าน และเล่าให้ ทรัมป์ ฟังเกี่ยวกับการสนทนาระหว่างตนกับบรรดาผู้นำประเทศในอ่าวเปอร์เซียและประธานาธิบดี มาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่านเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ทรัมป์ ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ดังกล่าว และสองผู้นำได้หารือกันอย่าง “มีสาระสำคัญ” ในประเด็นนี้ ตามที่ อูชาคอฟ เปิดเผย

ด้าน ทรัมป์ เองออกมาพูดว่าการแลกเปลี่ยนกับ ปูติน ครั้งนี้เป็น “บทสนทนาที่ดีมาก” โดยระบุในงานแถลงข่าวเมื่อวันจันทร์ (9) ว่า ทั้งสองได้หารือกันทั้งเรื่องสงครามกับอิหร่านและ “การต่อสู้ที่ไม่มีวันสิ้นสุด” ในยูเครน

“มีความเกลียดชังอย่างรุนแรงระหว่างประธานาธิบดี ปูติน และประธานาธิบดี (โวโลดิมีร์) เซเลนสกี (ของยูเครน) พวกเขาดูเหมือนจะไม่สามารถปรองดองกันได้ แต่ผมคิดว่าการสนทนาเป็นไปในทางที่ดีในเรื่องนั้น” ทรัมป์ กล่าว

ทรัมป์ เสริมด้วยว่า ปูติน “ต้องการช่วยเหลือ” ในความขัดแย้งกับอิหร่าน

“ผมบอกว่า ‘คุณจะช่วยเหลือได้มากกว่านี้โดยการยุติสงครามระหว่างยูเครนกับรัสเซีย นั่นจะเป็นประโยชน์มากกว่า’” ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวในการแถลงข่าวที่สนามกอล์ฟของเขาในฟลอริดา

ครั้งสุดท้ายที่ประธานาธิบดีทั้งสองได้พูดคุยทางโทรศัพท์กันคือในเดือน ธ.ค. ซึ่งทำเนียบขาวระบุว่า การสนทนาในครั้งนั้นเป็นไปในทิศทาง “บวก”

เมื่อวันจันทร์ (9) ปูติน เตือนว่าความขัดแย้งที่ยืดเยื้อในตะวันออกกลางอาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการไหลเวียนของน้ำมันและก๊าซทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญถูกปิดลงโดยพฤตินัย

ปูติน กล่าวในการประชุมเจ้าหน้าที่รัฐบาลว่า ความขัดแย้งอาจนำไปสู่การหยุดชะงักของการผลิตน้ำมันในอ่าวเปอร์เซีย และ “ความเป็นจริงด้านราคาใหม่” ขณะเดียวกันก็ย้ำว่า มอสโกยังคงเป็น “ผู้จัดหาพลังงานที่เชื่อถือได้” และรัสเซียจะยังคงจัดหาน้ำมันและก๊าซให้กับประเทศต่างๆ ที่มองว่าเป็นพันธมิตรที่เชื่อถือได้ต่อไป

มอสโกประณามการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่านว่าเป็น “การกระทำที่ไตร่ตรองไว้ล่วงหน้าและไร้เหตุผล” และแม้ว่า ปูติน เองจะไม่ได้ให้ความเห็นใดๆ ต่อสาธารณะเกี่ยวกับการปฏิบัติการโดยรวม แต่กล่าวถึงการสังหาร อยาตอลเลาะห์ อาลี คอเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ว่าเป็น “การละเมิดศีลธรรมและกฎหมายระหว่างประเทศอย่างโหดเหี้ยม”

ที่มา: RT, รอยเตอร์