อิหร่านในวันจันทร์(9มี.ค.) แต่งตั้ง โมจตาบา คาเมเนอี ลูกชายของอยาตอลเลาะห์ อาลี คอเมเนอี ผู้นำสูงสุดผู้ล่วงลับ ก้าวขึ้นมาสืบทอดตำแหน่งของบิดา ส่งสัญญาณว่าพวกสายแข็งกร้าวยังคงกุมอำนาจในเตหะรานอย่างเหนียวแน่น แม้เข้าสู่ความขัดแย้งกับสหรัฐฯและอิสราเอลมานานกว่า 1 สัปดาห์
โมจตาบา นักการศาสนาระดับกลาง ซึ่งมีอิทธิพลภายในกองกำลังความั่นคงอิหร่านและเครือข่ายธุรกิจใหญ่โตภายใต้บิดาของเขา ถูกมองในฐานะตัวเต็งมาตลอด ก่อนหน้าการลงมติของสภาผู้เชี่ยวชาญอิหร่าน องค์กรที่ประกอบด้วยนักการศาสนา 88 คน มีหน้าที่รับผิดชอบเลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่แทน อาลี คอเมเนอี
"จากการลงคะแนนชี้ขาด สภาผู้เชี่ยวชาญ แต่งตั้งอยาตอลเลาะห์ โมจตาบา ซายเยด ฮอสเซน คอเมเนอี ในฐานะผู้นำคนที่ 3 ของระบบอันศักดิ์สิทธิ์แห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน" สภาผู้เชี่ยวชาญระบุในถ้อยแถลง ไม่นานหลังจากเที่ยงคืน ตามเวลาในเตหะราน
ด้วยตำแหน่งดังกล่าว เปิดทางให้ โมจตาบา เป็นคนชี้ขาดคนสุดท้าย เกี่ยวกับกิจการของรัฐในทุกประเด็น ในสาธารณรัฐอิสลามแห่งนี้
การแต่งตั้ง คอเมเนอี ดูเหมือนจะก่อความขุ่นเคืองแก่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ซึ่งบอกเมื่อวันอาทิตย์(8มี.ค.) ว่า วอชิงตัน ควรเป็นคนเลือกผู้นำสูงสุดของอิหร่าน "ถ้าเขาคนนั้นไม่ได้รับการเห็นชอบจากเรา เขาคงอยู่ได้ไม่นานนัก" ทรัมป์กล่าวกับเอ็นบีซี ขณะที่ อิสราเอล ส่งเสียงขู่ก่อนหน้าการแถลงแต่งตั้งเช่นกัน บอกว่าจะเล็งเป้าเล่นงานใครก็ตามที่ถูกเลือก
อาลี คอเมเนอี บิดาของ โมจตาบา เสียชีวิตในปฏิบัติการโจมตีระลอกแรกของสหรัฐฯและอิสราเอล ที่เปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อราวๆ 1 สัปดาห์ก่อน
กองทัพสหรัฐฯเปิดเผยในวันอาทิตย์(8มี.ค.) มีทหารอเมริกาเสียชีวิตเป็นรายที่ 7 หลังได้รับบาดเจ็บหนัก ระหว่างการโจมตีตอบโต้ระลอกแรกๆของอิหร่านเมื่อ 1 สัปดาห์ก่อน หนึ่งวันหลังจาก ทรัมป์ เดินทางไปเป็นประธานในพิธีต้อนรับศพนายทหาร 6 นาย กลับสู่แผ่นดินสหรัฐฯ หลังเสียชีวิตในศึกความขัดแย้งกับอิหร่าน
ขณะเดียวกันผู้แทนทูตอิหร่านประจำสหประชาชาติ เผยว่าปฏิบัติการโจมตีของสหรัฐฯและอิสราเอล สังหารพลเรือนอิหร่านไปแล้วอย่างน้อย 1,332 รายและบาดเจ็บหลายพันคน
ท่ามกลางการสู้รบที่ลุกลามบานปลาย ในวันที่ 9 ในยุทธการถล่มอิหร่านของสหรัฐฯและอิสราเอล พบเห็นกลุ่มควันดำทะมึนลอยพวยพุ่งเหนือเตหะรานในวันอาทิตย์(8มี.ค.) หลังแหล่งที่ตั้งคลังสำรองน้ำมันเกิดไฟลุกท่วม
โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน เตือนว่าการโจมตีขนานใหญ่ดังกล่าว ถือเป็นเฟสใหม่ที่อันตรายของความขัดแย้ง และเทียบเท่ากับอาชญากรรมสงคราม "จากการโจมตีคลังเชื้อเพลิง พวกผู้รุกรานปล่อยสารอันตรายและสารพิษขึ้นสู่ท้องฟ้า"
ด้านโฆษกของกองทัพอิสราเอล บอกกับพวกผู้สื่อข่าวว่า พวกเขาเล็งเป้าโจมตีคลังต่างๆที่อิหร่านใช้เก็บเชื้อเพลิงสำหรับทำสงคราม ในนั้นรวมถึงสถานที่ผลิตหรือเก็บรักษาเชื้อเพลิงสำหรับขีปนาวุธ "พวกมันเป็นเป้าหมายทางทหารที่มีความชอบธรรม"
เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล บอกว่ารัฐบาลของเขาจะเดินหน้าการจู่โจมและโจมตีพวกผู้ปกครองอิหร่าน โดยปราศจากความปรานี ส่วนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับพวกผู้สื่อข่าวบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน ว่าเขาไม่ได้กำลังหาทางเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้ง ที่ผลักให้ราคาพลังงานโลกพุ่งทะยาน ก่อความปั่นป่วนทางธุรกิจและสร้างความโกลาหลแก่การสัญจรทางอากาศ
"เมื่อถึงจุดหนึ่ง ผมคิดว่าบางทีพวกเขาอาจไม่เหลือใคร ที่จะออกมาบอกว่า พวกเรายอมแพ้แล้ว" ทรัมป์กล่าว
(ที่มา:รอยเตอร์)


