เอเจนซีส์/รอยเตอร์ – รัฐบาลโซลวันศุกร์(6 มี.ค)แถลงยืนยันว่ากองทัพสหรัฐฯหารือกับเกาหลีใต้ในการส่งระบบมิสไซล์แพทริออตที่ประจำการในประเทศออกไปตะวันออกกลางเพื่อใช้ในการทำสงครามอิหร่าน ท่ามกลางข่าวลือก่อนหน้าสร้างความวิตกให้ญี่ปุ่น ไต้หวัน หวั่นอาจเป็นจุดอ่อนป้องปรามต้านจีน เครื่องบินทิ้งระเบิดอเมริกัน 4 ลำ เดินทางถึงฐานทัพในอังกฤษเตรียมเพื่อเป้าหมายศึกใหญ่ในตะวันออกกลางตามคำประกาศของทรัมป์
เดอะการ์เดียนของอังกฤษรายงานวันเสาร์(7 มี.ค)ว่า เครื่องบินทิ้งระเบิดอเมริกันจำนวน 4 ลำเดินทางมาถึงฐานทัพอากาศ RAF ในอังกฤษเพื่อภารกิจปฎิบัติการลับสุดยอดให้เตะหะร่านหยุดยิงมิสไซล์โจมตีไปทั่วตะวันออกกลาง กระทรวงต่างประเทศอังกฤษกล่าวผ่านแถลงการณ์
พบว่าเครื่องบินทิ้งระเบิดที่ส่งมาคือ B-1 Lancer ความยาว 45 เมตร และสามารถบรรทุกมิสไซล์ร่อนได้ 24 ลูกเดินทางถึงฐานทัพ RAF Fairford ในกลอสเตอร์เชอร์ (Gloucestershire) จำนวน 1 ลำในค่ำวันศุกร์(6) และอีก 3 ลำ มาถึงในเช้าวันเสาร์(7) เกิดขึ้นหลังนายกรัฐมนตรีอังกฤษเซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ ได้ให้ไฟเขียวอเมริกาสามารถใช้ฐานทัพในอังกฤษออกปฎิบัติการในสงครารมอิหร่านได้
การส่งเขี้ยวเล็บทางอากาศของสหรัฐฯออกไปเกิดขึ้นไม่กี่วันหลังวอชิงตันออกมาเตือนว่า การโจมตีอิหร่านนับต่อนี้จะเพิ่มขึ้นอย่างมาก
ผู้นำอังกฤษที่ลังเลจะเข้าร่วมการทำสงครามในตะวันออกกลางรอบนี้ได้ยืนยันว่า “รัฐมนตรีทุกคน” ในสภาความมั่นคงแห่งชาติอังกฤษต่างสนับสนุนท่าทีของอังกฤษในการไฟเขียวอเมริกาให้ใช้ฐานทัพอังกฤษเพื่อการสู้รบ
ข่าวการเดินทางมาของเครื่องบินทิ้งระเบิด B-1 Lancer เกิดขึ้น 1 วันหลังโซลออกมาเปิดเผยต่อสาธารณะวันศุกร์(6)ว่า กองทัพเกาหลีใต้และกองทัพสหรัฐฯกำลังอยู่ระหว่างความเป็นไปได้ในการส่งระบบอาวุธมิสไซล์แพทริออตบางส่วนจากฐานในเกาหลีใต้เพื่อส่งไปตะวันออกกลาง
รอยเตอร์รายงานว่า รัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีใต้ โช ฮยอน (Cho Hyun) แถลงเป็นการตอบคำถามต่อรัฐสภาหลังข่าวตามรายงานของสื่อวันศุกร์(6)ว่า หน่วยระบบมิสไซล์สกัดของสหรัฐฯได้ถูกเคลื่อนย้ายมาจากจุดอื่นของประเทศมาที่ฐานทัพอากาศโอซาน
อย่างไรก็ตามโชกล่าวว่า เขาไม่สามารถให้ความเห็นได้ว่า คำขอการเคลื่อนย้ายระบบมิสไซล์แพทริออตนี้เพื่อใช้ในการสู้รบกับอิหร่านหรือไม่ รัฐมนตรีโซลตอบกลับไปว่า เกาหลีใต้ยังไม่ได้รับคำร้องขอความช่วยเหลือทางการทหารใดๆจากวอชิงตัน
ทั้งนี้อีโคโนมิกไทม์สของอินเดียรายงานก่อนหน้าเมื่อวันอังคาร(3)ว่า ชาติพันธมิตรเอเชียของสหรัฐฯพากันวิตกต่อความเป็นไปได้ถึงการเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์ทหารอเมริกันออกจากภูมิภาคเข้าไปที่ตะวันออกกลางที่ซึ่งอาจกลายเป็นจุดอ่อนในการป้องปรามจีนและเกาหลีเหนือ
ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ที่มีฐานทัพสหรัฐฯประจำอยู่มีความวิตกเป็นพิเศษ ส่วนไต้หวันกำลังเผชิญหน้ากับความกดดันเพิ่มมากขึ้นจากปักกิ่ง
นักการเมืองญี่ปุ่นต่างเดินทางเข้าไปที่สำนักงานพรรครัฐบาลญี่ปุ่นที่กรุงโตเกียวเพื่อตั้งคำถามต่างๆต่อเจ้าหน้าที่รัฐบาลโตเกียว แต่นอกจากปัญหาแผนอพยพ ความชอบธรรมปฎิบัติการสหรัฐฯ ยังพบว่ามีประเด็น ซึ่งการประชุมแบบปิดห้องในวันจันทร์(2)ตามการรายงานของรอยเตอร์พบว่า มีคำถามเกิดขึ้นที่ว่า ภูมิภาคจะเตรียมรับมืออย่างไรต่อช่องโหว่ในการป้องกันประเทศหากสหรัฐฯได้เคลื่อนย้านทั้งเรือรบหรือมิสไซล์ที่ใช้เพื่อป้องปรามจีนออกไป
“พวกเราหวังว่าปฎิบัติการนี้จะเร็ว จำกัด และทรัพยากรทั้งหลายจะส่งกลับคืนมาที่ภูมิภาคเอเชีย” Chen Kuan-ting ส.สพรรครัฐบาลไต้หวันที่นั่งอยู่ในคณะกรรมาธิการต่างประเทศและการป้องกันของไต้หวันแสดงความเห็น
ทั้งนี้นักการเมืองญี่ปุ่นที่เข้าร่วมประชุมและตั้งคำถามได้เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงต่างประเทศญี่ปุ่นตอบกลับไปว่า ทางญี่ปุ่นได้ขอหลักประกันจากสหรัฐฯว่าจะไม่มีการเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์ออกไป
สื่ออินเดียชี้ว่า ราว 40% ของเรือรบสหรัฐฯที่พร้อมสำหรับปฎิบัติการรบนั้นปัจจุบันประจำทั่วตะวันออกกลาง สถาบันธิงแทงก์ ศูนย์ยุทธศาสตร์และศึกษานานาชาติ CSIS ( Center for Strategic and International Studies)รายงานในเดือนที่ผ่านมา
และหากสงครามอิหร่านต้องลากยาวออกไป ความเป็นไปได้ตามความเป็นจริงคืออเทมริกาอาจต้องเลือกดึงยุทโธปกรณ์กองทัพเรือของตัวเองที่ประจำในเอเชียเพื่อไปเสริม
ด้านอดีตเจ้าหน้าที่ทหารเรือออสเตรเลียปัจจุบันผู้เชี่ยวชาญอาคันตุกะประจำสถาบันธิแทงก์ Lowy Institute ในเมืองซิดนีย์ เจนนิเฟอร์ ปาร์กเกอร์ (Jennifer Parker)ได้แสดงความเห็นว่า
จีนได้อาศัยการที่สหรัฐฯละความสนใจในเอเชียก่อนหน้าด้วยการเสริมสร้างทางการทหารตามหมู่เกาะในทะเลจีนใต้ระหว่างอเมริกากำลังทำสงครามในอัฟกานิสถานก่อนหน้า
“ปักกิ่งจะเฝ้าจับตาอย่างใกล้ชิด” ปาร์กเกอร์กล่าว


