ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ และบรรดาทีมงานรีบออกมาแก้ข่าวในวันอังคาร (3 มี.ค.) เกี่ยวกับประเด็นว่าทำไม ทรัมป์ ถึงตัดสินใจโจมตีอิหร่าน หลังจากที่รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ออกมาพูดในทำนองว่าสหรัฐฯ ถูกกดดันให้ร่วมวงเพราะรู้ว่าอิสราเอลกำลังจะโจมตีอิหร่านก่อน
มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ สร้างความวิตกกังวลให้กับสมาชิกพรรคเดโมแครตซึ่งย้ำว่ามีเพียงสภาคองเกรสเท่านั้นที่มีอำนาจในการประกาศสงคราม รวมไปถึงผู้สนับสนุน MAGA ของ ทรัมป์ จำนวนมากในวันจันทร์ (2),เมื่อเขากล่าวว่า "เรารู้ว่าอิสราเอลกำลังจะโจมตี"
“เรารู้ว่าการกระทำนั้นจะนำไปสู่การโจมตีต่อกองกำลังอเมริกัน และเรารู้ว่าหากเราไม่โจมตีพวกเขาก่อนที่พวกเขาจะเริ่ม เราจะต้องสูญเสียกำลังพลมากกว่านี้” รูบิโอ บอกกับผู้สื่อข่าว
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร ทรัมป์ รีบออกมาใส่เกียร์ถอย โดยยืนยันว่า ทรัมป์ อนุมัติการโจมตีเพราะเตหะรานไม่ได้เจรจาอย่างจริงจังเพื่อจำกัดความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์ของตน และสหรัฐฯ จำเป็นต้องทำลายขีดความสามารถด้านขีปนาวุธของอิหร่าน
“ไม่ใช่ มาร์โก รูบิโอ ไม่ได้พูดว่าอิสราเอลลาก ทรัมป์ เข้าสู่สงครามกับอิหร่าน” แคโรไลน์ ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว โพสต์ข้อความบน X เมื่อวันอังคาร (3)
ระหว่างการประชุมที่ห้องทำงานรูปไข่กับนายกรัฐมนตรีเยอรมนีในเวลาต่อมา ทรัมป์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “จากวิธีการเจรจา ผมคิดว่าพวกเขา (อิหร่าน) จะโจมตีก่อน และผมไม่ต้องการให้เรื่องนั้นเกิดขึ้น”
“ดังนั้น หากจะมีอะไรเกิดขึ้น ผมอาจเป็นฝ่ายบีบให้อิสราเอลต้องทำเช่นนั้น” ทรัมป์ ว่า
รูบิโอ เองก็ออกมาสนับสนุนกับคำอธิบายนี้ในวันอังคาร (3) หลังจากพบกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาสหรัฐฯ โดยยืนยันว่า "ไม่ ผมบอกพวกคุณแล้วว่า เรื่องนี้ต้องเกิดขึ้นอยู่แล้ว"
"ประธานาธิบดีตัดสินใจแล้ว การตัดสินใจของเขาคือจะไม่ยอมให้อิหร่านซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังความสามารถในการโจมตีนี้"
บรรดานักวิจารณ์ฉวยโอกาสจากข้อความที่คลุมเครือของ รูบิโอ กล่าวหา ทรัมป์ ว่าเร่งเร้าประเทศเข้าสู่สงครามโดยไม่มีเหตุผลที่ชัดเจน ไม่แจ้งให้สภาคองเกรสทราบ และไม่มีแผนการที่ชัดเจนว่าสงครามจะจบลงอย่างไร
พวกเขาตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอลได้กดดัน ทรัมป์ อีกครั้งที่วอชิงตันให้ใช้มาตรการที่แข็งกร้าว ในการพบกันครั้งที่ 7 นับตั้งแต่ ทรัมป์ กลับมาดำรงตำแหน่งเมื่อปีที่แล้ว
พันธมิตรพรรครีพับลิกันบางส่วนได้ออกมาสนับสนุนประธานาธิบดี โดย ส.ว. ทอม คอตตอน ประธานคณะกรรมการข่าวกรองวุฒิสภา ยืนยันว่า "ไม่มีใครสามารถผลักดันหรือลาก โดนัลด์ ทรัมป์ ไปที่ไหนได้"
"เขาทำในสิ่งที่สำคัญยิ่งต่อผลประโยชน์ด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา" คอตตอนกล่าวในรายการ Fox & Friends ในช่วงเช้า
แต่ขณะที่ศึกเลือกตั้งกลางเทอมที่สำคัญของสหรัฐฯ ใกล้เข้ามา ซึ่งอาจทำให้พรรครีพับลิกันสูญเสียเสียงข้างมากในสภาคองเกรส ทรัมป์ ก็เสี่ยงที่จะสูญเสียผู้สนับสนุนที่เคยยินดีกับคำมั่นสัญญาของเขาที่จะยุติการแทรกแซงทางทหารในต่างประเทศ
“ตอนนี้เราเป็นประเทศที่แตกแยกออกเป็น 2 ฝ่าย คือฝ่ายที่ต้องการทำสงครามเพื่ออิสราเอล และฝ่ายที่ต้องการสันติภาพและสามารถจ่ายค่าใช้จ่ายและประกันสุขภาพได้” มาร์จอรี เทย์เลอร์ กรีน อดีตพันธมิตรคนสำคัญของทรัมป์ และบุคคลสำคัญในกลุ่มขวาจัดประชานิยมและต่อต้านการแทรกแซง โพสต์ข้อความบน X
ที่มา: เอเอฟพี


