ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ บอกว่าสหรัฐฯจะมอบการรับประกันภัยและส่งกองเรือของกองทัพเรือเข้าอารักขา คุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันและเรืออื่นๆ ให้สัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซ อย่างปลอดภัย โดยมีเป้าหมายเพื่อสกัดความเป็นไปได้ที่จะเกิดวิกฤตทางพลังงาน อันมีต้นตอจากการทำสงครามกับอิหร่าน ความเคลื่อนไหวครั้งนี้มีขึ้นหลังจากเตหะรานขู่ยิงเรือทุกลำที่ล่องผ่านช่องแคบแห่งนี้
ทรัมป์ เปิดเผยในวันอังคาร(3มี.ค.) ว่าสถาบันการเงินเพื่อการพัฒนาแห่งชาติของสหรัฐฯ (DFC) จะมอบประกันภัย "ในราคาสมเหตุสมผล" เพื่อช่วยรับประกันกระแสพลังงานและการค้าทางพาณิชย์อื่นๆ ในอ่าวอาหรับ เขาบอกว่า "ถ้าจำเป็น กองทัพเรือสหรัฐฯจะเริ่มอารักขาเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ อย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้"
"ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม สหรัฐฯจะรับประกันความเป็นอิสระของกระแสพลังงานที่ป้อนสู่โลก" ประธานาธิบดีอเมริกาโพสต์ข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์
ราคาน้ำมันดีดตัวขึ้นมาแล้วกว่า 10% นับตั้งแต่สหรัฐฯและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ โหมกระพือความปั่่นป่วนในวงกว้างในตะวันออกกลาง และทำให้กระแสน้ำมันที่ลำเลียงผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งที่คิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 5 ของอุปทานพลังงานโลก ต้องหยุดชะงัก
โพสต์ของทรัมป์ ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลไกการรับประกันภัยที่เสนอโดย DFC หน่วยงานรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ที่ทำหน้าที่ลงทุนและจัดหาเงินทุนเพื่อสนับสนุนโครงการพัฒนาต่างๆ ในประเทศรายได้ต่ำและปานกลาง
"คำแถลงอาจช่วยสร้างความอุ่นใจแก่เทรดเดอร์ แต่การอารักขาและการรับประกันภัยต้องใช้เวลาสักพักถึงจะมีผลในทางปฏิบัติ" บ็อบ แม็คนัลลี ประธานบริษัทที่ปรึกษา Rapidan Energy Group และอดีตเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวกล่าว "สิ่งแรกที่กองทัพสหรัฐฯต้องการทำคือ สยบศักยภาพของอิหร่านในการวางทุ่นระเบิดและโจมตีเรือด้วยโดรนและขีปนาวุธร่อนต่อต้านเรือ"
"ในข้อสันนิษฐานที่ว่า อิหร่าน ตัดสินใจเดนหน้าสู้รบต่อไป เราคาดหมายว่ากว่ากระแสพลังงานที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาโดยสมบูรณ์ อาจต้องใช้เวลานานหลายสัปดาห์ ไม่ใช่แค่ไม่กี่ชั่วโมงหรือไม่กี่วัน แม้มีคำแถลงและแผนช่วยเหลือมอบการประกันภัยหรืออารักขาเรือ" แม็คนัลลีกล่าว
ถ้อยแถลงของทรัมป์ มีขึ้นหลังจากเริ่มมีความกังวลบางส่วนเกี่ยวกับการรับประกันภัย ที่ก่อแรงกดดันให้ราคาน้ำมันพุ่งทะยาน หลังบริษัทรับประกันภัยหลายแห่งพากันยกเลิกความคุ้มครองเรือในพื้นที่ฮอร์มุซ
แผนการของทรัมป์มีเป้าหมายเพื่อคุ้มครองเรือที่สูญเสียการประกันภัยไป ซึ่งหากไม่มีการประกันภัยนี้ พวกเขาจะต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายของน้ำมันทั้งหมดที่สูญเสียไปหากเกิดการโจมตี
ขณะเดียวกันมีรัฐบาลของประธานาธิบดีทรัมป์ กำลังหาทางรับมือกับราคาข้าวของที่พุ่งสูงสำหรับผู้บริโภค หลังจากราคาเบนซินหน้าปั๊มได้ทะยานสูงระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก่อความเสี่ยงทางการเมืองแก่ ทรัมป์ ก่อนถึงศึกเลือกตั้งกลางเทอมในช่วงเดือนพฤศจิกายน
มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ บอกกับพวกผู้สื่อข่าวในสัปดาห์นี้ ว่าสหรัฐฯคาดหมายไว้อยู่แล้วว่าราคาพลังงานจะสูงขึ้น และทาง สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลัง กับ คริส ไรท์ รัฐมนตรีพลังงาน จะเปิดตัวโครงการหนึ่งๆเพื่อลดผลกระทบ
(ที่มา:บลูมเบิร์ก)


