เอเจนซีส์ - ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เอ็มมานุเอล มาครง แถลงวันจันทร์(2 มี.ค)เปลี่ยนทิศทางนโยบายนิวเคลียร์แดนน้ำหอมครั้งใหญ่นับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 และสถานะที่เด่นชัดของฝรั่งเศสในการปกป้องยุโรปนับตั้งแต่สหรัฐฯภายใต้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ถอยห่างออกไป
อนาโดลูของตุรกีรายงานวานนี้(2 มี.ค)ว่า ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เอ็มมานุเอล มาครง วันจันทร์(2)ที่ฐานทัพเรือฝรั่งเศส Ile Longue ที่ลับสุดยอดและยังเป็นฐานของฝูงเรือดำน้ำนิวเคลียร์ฝรั่งเศส 4 ลำ
ผู้นำแดนน้ำหอมได้กล่าวไปถึงความร่วมมือระหว่างชาติยุโรปด้วยกัน 8 ประเทศในด้านการยกระดับการป้องปรามแบบก้าวหน้า(advanced deterrence)ได้แก่ เยอรมัน โปแลนด์ กรีซ เนเธอร์แลนด์ เบลเยียม เดนมาร์ก และสวีเดน ที่จะร่วมการซ้อมรบทางนิวเคลียร์และในท้ายที่สุดจะประจำการเคนื่องบินรบขับไล่ฝรั่งเศสศักยัภาพนิวเคลียร์เพื่อเป็นโล่ต่อต้านรัสเซีย ซึ่งทั้งอนาโดลูและโพลิติโกของสหรัฐรายงานโดยที่ไม่มีชื่อ "อังกฤษ" แต่ทว่าตามการรายงานของบีบีซีของอังกฤษชี้ว่า มีทั้งหมด 8 ประเทศรวม อังกฤษ เพื่อปกป้องยุโรปทางนิวเคลียร์เกิดขึ้นหลังสหรัฐฯภายใต้การนำของผู้นำคนปัจจุบัน โดนัลด์ ทรัมป์ ถอยห่างออกไป
“ผมเชื่อผมสามารถพูดได้ว่าพันธมิตรของพวกเราพร้อม” ประธานาธิบดีมาครงย้ำ
อนาโดลูชี้ว่า มาครงระบุว่า เยอรมันจะรับผิดชอบเป็นศูนย์กลางในนโยบายทางยุทธศาสตร์นิวเคลียร์นี้ ขณะที่ประเทศอื่นๆจะร่วมมือกับฝรั่งเศสเพื่อการทำให้ยุโรปมีการป้องปรามแบบก้าวหน้า
มาครงยืนยันอย่างน่าตกตะลึงว่า “ในอีก 50 ปีข้างหน้าจะเป็นยุคของอาวุธนิวเคลียร์”
นอกจากนี้ในการแถลงที่ฐานทัพเรือ ผู้นำฝรั่งเศสยังได้ฉีกกฎนิวเคลียร์ของตัวเองที่ใช้มานับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ทิ้งด้วยการประกาศต่อหน้าเจ้าหน้าที่ทหารฝรั่งเศสที่เข้าร่วมจำนวนหลายร้อยนายว่า เขาได้สั่งให้เพิ่มจำนวนหัวรบนิวเคลียร์ในไซโลของประเทศซึ่งปัจจุบันอยู่ในระดับต่ำกว่า 300 หัวรบอ้างอิงจากบีบีซีของอังกฤษ
และยังประกาศออกมาว่า ตั้งแต่นี้ฝรั่งเศสจะไม่ทำการเปิดเผยจำนวนหัวรบในคลังแสงของตัวเองออกมาเพื่อเป็นข้อมูลทางสาธารณะซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโนบายการป้องปรามก้าวหน้า
ทั้งนี้บีบีซีชี้ว่า ในวันจันทร์(2) ประธานาธิบดีฝรั่งเศสได้ประกาศเปิดตัวโครงการเรือดำน้ำติดอาวุธนิวเคลียร์ชื่อ The Invincible ที่จะเปิดใช้ในปี 2036
อนาโดลูชี้ว่า ผู้นำฝรั่งเศสอ้างไปถึงบรรยากาศทางความมั่นคงโลกที่เสื่อมทรามลงเป็นสาเหตุ แต่อย่างไรก็ตามประธานาธิบดีมาครงยืนยันว่า เขาจะไม่นำฝรั่งเศสเข้าสู่การแข่งสะสมอาวุธใดๆโดยชี้ว่า “นี่ไม่เคยเป็นนโยบายของพวกเรา”
เขาย้ำว่าตั้งแต่นี้ต่อไป ฝรั่งเศสจะไม่มีการแจ้งต่อการตัดสินใจท้ายที่สุด หรือการวางแผน หรือการบังคับใช้ตามแผน
อย่างไรก็ตามในวันจันทร์(2) ประธานาธิบดีมาครงยืนยันว่า แผนการเพิ่มการป้องปรามแบบก้าวหน้าของฝรั่งเศสต่อยุโรปไม่ใช่สิ่งที่จะมาแทนที่องค์การนาโตที่มีสหรัฐฯและแคนาดาเข้าร่วมอย่างแน่นอน
โพลิติโกของสหรัฐฯได้เคยรายงานเมื่อ 3 วันก่อนหน้าว่า ก่อนการโจมตีอิหร่านสหรัฐฯได้แจ้งเตือนล่วงหน้าต่อโปแลนด์ และเยอรมันออกมาเปิดเผยเช่นกันว่าได้รับการเตือนล่วงหน้าต่อปฎิบัติการดังกล่าว ต่างจากฝรั่งเศสที่ไม่ได้รับการแจ้งเตือนหรือร่วมในปฎิบัติ
และอีกทั้งฝรั่งเศสยังมีปัญหากับ ชาร์ลส์ คุชเนอร์ ( Charles Kushner) พ่อของลูกเขยทรัมป์ จาเรด คุชเนอร์ ที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำฝรั่งเศส
รอยเตอร์รายงายเมื่อวันที่ 23 ก.พ ว่า เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ชาร์ลส์ คุชเนอร์ ถูกสั่งห้ามเข้าร่วมประชุมหารือเจ้าหน้าที่รัฐบาลฝรั่งเศสหลังเขาปฎิเสธไม่ยอมเดินทางไปกระทรวงต่างประเทศฝรั่งเศสในวันก่อนหน้าตามหมายเรียกเพื่อประท้วงต่อเหตุที่ คุชเนอร์ผู้พ่อออกมาวิจารณ์การเสียชีวิตของนักเคลื่อนไหวการเมืองปีกขวาฝรั่งเศสคนดังเมื่อสัปดาห์ก่อนหน้านั้น แหล่งข่าวเปิดเผย
อนาโดลูรานงานว่า ในการแถลงที่ฐานทัพเรือฝรั่งเศส มาครงได้ชี้ไปถึงการเพิ่มขนาดของกองทัพจีนนั้นเป็นส่วนหนึ่งของปัจจัยของการไร้เสถียรภาพ
“จีนนั้นได้พยายามเร่งสปีดไล่ตามสหรัฐฯ ได้ผลิตอาวุธยุทโธกรณ์มากขึ้นในปัจจุบันกว่าประเทศใดๆและได้แสดงถึงการพัฒนานิวเคลียร์ของตัวเอง”
และเขากล่าวต่อว่า ไม่ว่าจะเป็นในทิศทางใดของการเร่งรีบเพิ่มทั้งทางตรงและทางอ้อมของนิวเคลียร์ ของความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในเขตตะวันออกไกลหรือที่อื่นๆที่อาจจะมีผลกระทบมาที่ฝรั่งเศสได้


