จัดขึ้นมา ถูกที่ ถูกเวลา สำหรับมหกรรมสันติภาพยาตรา Walk For Peace USA โดยพระภิกษุสงฆ์สายเถรวาทกว่า 20 รูป ซึ่งบรรลุความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยมในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยที่ปาฏิหาริย์แห่งพลังจิตเป็นแรงบันดาลใจให้อเมริกันชนทั่วประเทศซาบซึ้งในคุณค่าของสันติสุขและความสงบภายในใจตนเอง ภายในยุคสมัยที่ผู้คนปรารถนาการเยียวยาจิตใจอย่างที่สุด เพราะสหรัฐอเมริกาปั่นป่วนไปด้วยกระแสเชี่ยวกรากแห่งความรุนแรงและการเข่นฆ่าภายใต้นโยบายสุดโต่งของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เดือดร้อนให้คณะพระสงฆ์ชุดรวมเกจินานาชาติสายเถรวาทแห่งพระพุทธองค์ ลุกขึ้นจัดจาริกธรรมยาตราเพื่อสันติภาพ 10 รัฐ 111 วัน รวม 3,700 กิโลเมตร (2,300 ไมล์) พร้อมแผ่กระแสเมตตาและความสุขสันติที่ดวงใจชาวอเมริกันนานาเชื้อชาติสามารถสัมผัสได้จริง
มีมากมายที่น้ำตาแห่งปีติหลั่งไหล โดยบางรายมาให้สัมภาษณ์ภายหลังว่ายืนรอคณะสันติภาพยาตราหลายชั่วโมง เพียงเพื่อชมบุญไม่กี่นาทีก็ยอม เพราะการได้เฉียดใกล้พระสงฆ์ผู้สงบสำรวมและเมตตา ได้รับพลังงานดีงาม ทำให้ประสบการณ์เหล่านั้นเปี่ยมคุณค่า คุณโคลแมน โอโดโนฮิว กล่าวไว้กับรอยเตอร์
พระคุณเจ้าปัญญาการะ ภิกษุอเมริกันเชื้อสายเวียดนาม และเป็นเกจิวิปัสสนากรรมฐานแห่งวัดญวนห้วงด่าวในฟอร์ตเวิร์ทซิตี รัฐเท็กซัส ประกาศในหลายกรรมหลายวาระ รวมทั้ง ณ เวทีใหญ่บนอภิมหาโอฬารของ 87 ขั้นบันไดเข้าสู่อนุสรณ์สถานอับราฮัมลินคอล์น เมมโมเรียล ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ว่า ไม่มีประเด็นการเมือง ไม่มีปมประท้วงต่อต้าน มีแต่เพียงการส่งเสริมดวงใจสาธุชนอเมริกันให้ตระหนักถึงสันติภาพภายในตน และ สติ-การรู้เท่าทันความคิดความรู้สึกของตัวเอง
ทั้งนี้ เบื้องหลังความสำเร็จที่อำนวยการกันแบบที่เป็นมหกรรม ‘รวมดาวชาวออร์แกไนเซอร์ยอดฝีมือ’ ในห้วง 1 ไตรมาสของปี 2025 กับอีก 2 เดือนของศักราช 2026 นั้น มีแว่บๆ ของนักการเมืองเดโมแครตเข้าไปให้การสนับสนุนด้วย โดยมีการปรากฏตัวบ้างพอชื่นใจ ไม่เสียหายต่อภารกิจ Walk For Peace ที่มอบสิ่งดีงามออกไปอย่างทั่วถึง ไม่เลือกเพศ สีผิว ฐานะ ความเชื่อ ฯลฯ
เมื่อประมาณสี่เดือนที่ผ่านมา ณ วันที่ 26 ตุลาคม 2025 คณะพระสงฆ์สายเถรวาทจาก 5 ชาติชาวพุทธ ซึ่งล้วนแต่เกจิอาจารย์พลังสติดีงาม กำลังสมาธิกล้าแข็ง รวม 20 รูป ออกจาริกธรรมยาตราครั้งสำคัญ 111 วัน บนเส้นทางเท็กซัส รัฐชายแดนใต้สุด จนเข้าสู่ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมืองหลวงของสหรัฐอเมริกา ณ ภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2026
โดยในพิธีเปิดดำเนินภารกิจ “สันติภาพยาตรา” ซึ่งมีการทำสมาธิ ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานร่วมกัน และการสวดพระพุทธมนต์ การให้โอวาทโดยเจ้าประคุณหลวงปู่รัตนกุนะ เจ้าอาวาสวัดพุทธเวียดนามและศูนย์วิปัสสนาภาวนาห้วงด่าว ฟอร์ตเวิร์ทซิตี จดจนถึงการประกาศเกียรติคุณพุทธภารกิจแห่งสันติภาพ โดย ส.ส.ซัลมาน โภชชานีย์ แห่งพรรคเดโมแครต เขตยูเลส รัฐเท็กซัส พร้อมมอบหนังสือประกาศเกียรติคุณอย่างเป็นทางการด้วย
CNN ชี้ ตัวเปลี่ยนเกมของ Walk For Peace ไปสู่สถานภาพป๊อบปูลาร์อย่างจัด คือ โซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นจริงตามนั้นเพราะเส้นทางยาตราจาริกมีคอนเทนต์โดนใจ เรียกรอยยิ้มตกดวงใจคนอเมริกันอย่างมหาศาล
จุดตั้งต้นเดินจาริกยาตราเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2025 คือ วัดพุทธญวนและศูนย์วิปัสสนาภาวนาห้วงด่าว ในฟอร์ตเวิร์ทซิตี ทางตอนบนของรัฐเท็กซัส โดยมุ่งหน้าลงใต้ 420 กิโลเมตร สู่ฮิวสตันเคาท์ตี แล้วจึงเคลื่อนเข้ารัฐลุยเซียนา (ใกล้เคียงกับระยะทางกรุงเทพฯ – สุโขทัย คือ 427 กิโลเมตร)
คณะสงฆ์ Walk For Peace มีศรัทธาญาติโยมจำนวนหนึ่งติดตามไป กับมีรถยนต์สนับสนุนพุทธภารกิจ และที่สำคัญยิ่งคือ รถตำรวจอำนวยความสะดวกตลอดจนดูแลความปลอดภัย รวมเป็นเวลา 25-26 วันจนพ้นชายแดนเท็กซัส และเข้าเขตลุยเซียนา ในการนี้จะมีผู้ประสานงานด้านต่างๆ รวม 4 ด้าน กับหนุ่มลูกวัด “อารามบอย” ฝรั่งผมทองตาสีฟ้าร่างสูงใหญ่ เดินปิดท้ายขบวนเพื่อรับใช้ดูแลและประสานหน้างานตลอดเส้นทาง
รายงานจาก เอพี ให้ข้อมูลเส้นทางยาตราจาริกในภาพรวมว่า หลังจากผ่านลุยเซียนา และรัฐรีพับลิกันอื่นๆ อีก 5 รัฐ ได้แก่ มิสซิสซิปปี แอละบามา จอร์เจีย เซาท์แคโรไลนา และนอร์ทแคโรไลนา คณะสันติภาพยาตราก็จะไปเข้าเวอร์จิเนียสีฟ้าเดโมแครต แล้วไปบรรลุเป้าหมายการจาริกยาตราที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ก่อนจะตั้งต้นการเดินทางกลับที่ แมริแลนด์สีฟ้าเดโมแครต ซึ่งเป็นรัฐที่ 10 แห่งพุทธภารกิจ Walk For Peace โดยมีผู้ว่าการรัฐจัดกิจกรรมต้อนรับดีงามไม่น้อยหน้ารัฐอื่น หลังจากนั้น คณะเกจิขึ้นรถโค้ชที่แมริแลนด์ มุ่งหน้ากลับสู่เท็กซัส โดยใช้เส้นทางผ่านรัฐเทนเนสซี
ในระยะทางการจาริกยาตราดำเนินอย่างต่อเนื่องสองสัปดาห์ โดยมีคณะลูกศิษย์ของวัดญวนห้วงด่าวบ้าง ชาวเมืองทั่วไปบ้าง รอทักทาย ถวายน้ำอย่างประปรายตามรายทาง แล้วคณะพระภิกษุสงฆ์ยาตราเข้าสู่นครออสติน เมืองเอกของรัฐเท็กซัส ในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2025 โดยมี ส.ส.ระดับรัฐ ซัลมาน โภชชานีย์ แห่งพรรคเดโมแครต รอต้อนรับ
สี่วันต่อมา ณ 8 พฤศจิกายน คณะออร์แกไนเซอร์เปิดเพจ “เฟซบุ๊ก Walk For Peace” มีการโพสต์ภาพถ่ายและคลิปวิดีโออันมากมายที่บันทึกไว้ตั้งแต่วันที่เริ่มออกเดิน สิ่งนี้เป็นปัจจัยหักเหสถานการณ์อย่างสำคัญ โดยมีการโพสต์บรรยากาศจริงของการเดินอย่างสงบ สำรวม มุ่งมั่น โดยมีภาพและคลิปที่พระภิกษุสงฆ์หลายองค์เดินเท้าเปล่าบนถนนร้อนระอุด้วยแดดกล้า เป็นไปตามพระวินัยอย่างไม่หยุดยั้ง วันแล้ววันเล่ากว่า 200 กิโลเมตรนับจากฟอร์ตเวิร์ทซิตี
การริเริ่มเฟซบุ๊กเพจ Walk For Peace เป็น game changing อย่างยิ่ง เพราะกลายเป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนที่ทำให้สถานการณ์การขับเคลื่อนภารกิจ Walk For Peace ทะยานขึ้นไปอย่างมหาศาล โดยเอื้อให้บรรดาสาธารณชนในสารพัดเคาท์ตีและนานามลรัฐได้รับรู้และซาบซึ้งกับอานิสงส์ที่ชาวเมืองได้รับ ตลอดจนได้ตระหนักถึงความบุกบั่น ตรากตรำ และวิริยะอุตสาหะที่สงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้าใส่ใจ ทุ่มเท ออกไปในแต่ละวัน
สกู๊ปบนช่องข่าว CNN โดยรายการวิเคราะห์เจาลึก Anderson Cooper 360 รายงานว่าการเริ่มต้นของเฟซบุ๊ก Walk For Peace และการโพสต์เรื่องราวต่างๆ ขึ้นไป คือห้วงที่มวลชนผู้ศรัทธาแห่ไปให้กำลังใจ หรือไปติดตามคณะพระสงฆ์ Walk For Peace ทวีจำนวนขึ้นมากมายทั้งบนอินเทอร์เน็ต และบนถนนหนทาง
หลายๆ รายได้รับการผูกด้ายสายสิญจน์พุทธมงคล พร้อมบทบริกรรมพระพุทธมนต์ดังกระหึ่มจากพระเกจิอาจารย์ผู้ทรงฤทธิ์ทรงอภิญญา และอีกมากมายน้ำตาริน เมื่อได้พบปะกับพระสงฆ์ผู้น่าเลื่อมใส และได้รับกระแสแผ่เมตตาที่ทำให้รู้สึกสงบสันติอย่างที่ไม่เคยประสบมาก่อน
“ในช่วงต้นของการจาริก คณะสันติภาพยาตรายังไม่ได้รับความสนใจจากสถานีข่าวโทรทัศน์ระดับชาติมากนัก แต่บนพื้นที่ออนไลน์และบนท้องถนน พระภิกษุสงฆ์ทั้ง 20 รูป นำผู้คนเข้าไปร่วมกันในแบบที่พวกเราไม่ค่อยจะได้เห็น” สกู๊ปของรายการข่าว Anderson Cooper 360 แห่ง CNN รายงานไว้อย่างนั้น
อานิสงส์จากการที่วัดห้วงด่าวดำเนินงานศูนย์วิปัสสนากรรมฐานภาวนา และมีชื่อเสียงดีงามในผลงานการสอนทำสมาธิ โดยมีลูกศิษย์ตลอดจนสหายธรรมเรือนหมื่น ส่งผลให้มีสาธารณชนมากมายได้รับทราบถึงเรื่องราวการเดินจาริกที่ถูกนำไปแชร์บนโซเชียลมีเดีย
ในการนี้ จุดเด่นที่ดึงดูดความสนใจของสาธารณชนคือ พระสงฆ์หลายรูปในขบวน เดินเท้าเปล่า ฉันอาหารวันละหนึ่งมื้อ ก่อนเที่ยง ใบหน้าสงบเจือเมตตาบ้าง เจือความเหน็ดเหนื่อยบ้าง ย่ำไปบนถนนคอนกรีต หนึ่งสัปดาห์ก็แล้ว สองสัปดาห์ก็แล้ว จากตอนเหนือ มุ่งสู่ตอนใต้ของเท็กซัส หลายร้อยกิโลเมตร ความมุ่งมั่นไม่มีแผ่วลงเลย
พระคณะนี้เป็นมนุษย์ซูเปอร์ฮีโรมาจากไหน ทำได้อย่างไร และที่สำคัญคือเสียงเล่าลือ ปากต่อปากเล่าออกไปว่า ในยามที่ภันเตและพระอาจารย์ผูกด้ายมงคลให้ที่ข้อมือ พร้อมสวดพระพุทธมนต์กระหึ่มพร้อมกัน 20 รูป ใจผู้รับจะรู้สึกเปี่ยมสุขอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน
“เป็นความสงบสันติอย่างเหลือเชื่อ ดิฉันจึงได้แต่ร้องไห้และกล่าวขอบคุณ ไม่ทราบเลยว่าทำไมจึงร้องไห้ ไม่ทราบเลยว่าทำไมการได้พบพวกท่านจึงสำคัญเหลือเกิน มันยากที่จะบรรยายออกมาเป็นถ้อยคำว่าเรื่องนี้กระทบใจได้อย่างไร แต่ความรู้สึกสันติดูเหมือนจะปรากฏแนบชิดอย่างที่สุด แม้พวกท่านได้จาริกจากไปแล้ว แต่ทุกท่านยังอยู่ในดวงใจ ขอขอบพระคุณสำหรับความรู้สึกสงบสันติที่มอบให้ มันเป็นสิ่งที่คนมากมายไม่เคยได้ทราบเลยว่ามันมีคุณค่าต่อชีวิต” คุณเอลิซาเบธ จอยเนอร์ แชร์ขึ้นโซเชียลมีเดีย
ทั้งนี้ คุณเอลิซาเบธ จอยเนอร์ นำภาพที่เธอและคนอื่นๆ ได้พบปะรับคำสอนสั่งอย่างใกล้ ขึ้นไปโพสต์ พร้อมถ้อยคำซาบซึ้งใจจากความรับรู้แท้จริง แล้วเฟซบุ๊กของ Walk For Peace นำไปแชร์ออกสู่ความรับรู้ของผู้คนอย่างกว้างขวาง
เมื่อความมุ่งมั่น ทรหด ไม่ถดถอย ของคณะภิกษุแห่ง Walk For Peace บนแนวถนนคอนกรีตในฤดูใบไม้ร่วง เป็นที่ประจักษ์ต่อความรับรู้ของสาธารณชนวงกว้าง (ผ่านภาพและคลิปซึ้งใจแห่งระยะทางหลายร้อยกิโลเมตรอย่างต่อเนื่องหลายสัปดาห์) กระแสความตื่นตัวในมวลชนคนใฝ่หาสันติได้ทะยานคึกคักมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในส่วนที่จะเข้าไปถวายน้ำ อาหาร และสนทนาตามรายทางที่มีการหยุดพัก และทั้งการเข้าร่วมกิจกรรมเสวนาสันติภาพภายในตน และทั้งกิจกรรมเปิดโลกสมาธิอย่างง่ายๆ ที่เกจิอาจารย์ฝึกสอนให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
มากมายหลายรายมองเห็นสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้าเป็นฮีโร่แห่งสหัสวรรษที่ 3 และมีผู้คนไม่ใช่น้อยๆ ที่ได้รับประสบการณ์ใหม่ที่ไม่เคยรู้จัก คือ ความสุขสงบที่ปรากฏขึ้นมาในดวงใจ ขณะฟังคำเทศน์สอน หรือขณะที่ได้รับการผูกด้ายพุทธมงคลให้ที่ข้อมือ โดยมีพระเกจิร่วมกันสวดพระพุทธมนต์ซึ่งนำความสงบให้ปรากฏขึ้นได้อย่างเหลือเชื่อ
เรื่องเล่าขานและคำเล่าลือแพร่กระจายต่อๆ กันออกไป พร้อมคำประกาศของภันเตปัญญาการะ ผู้เป็นประธานคณะว่า ภารกิจของพวกท่านเป็นการจาริกยาตราที่ไม่มีเรื่องการเมือง ไม่มีเรื่องการเปลี่ยนศาสนา มีแต่เรื่องสันติภาพ อันเป็นไปเพื่อเสริมสร้างความตื่นตัวต่อความเมตตากรุณา ความเห็นอกเห็นใจแก่กันและกัน ทั่วผืนแผ่นดินอเมริกาและทุกภูมิภาคของโลก
Walk For Peace ทะยานแรงระลอกสอง หลังภันเตจาก สปป. ลาว โดน ‘มาร’ ขับรถพุ่งชน & ถูกตัดขา!! ที่ฮิวสตัน แล้วท่านประกาศให้อภัย สื่อค่ายยักษ์ทึ่งเวอร์ เล่นข่าวอวยสุดๆ ผู้คนฮือฮาแห่ติดตามเฟซบุ๊ก ยอดฟอลโลว์กระฉูดวันละหลายพัน - 3 วีคพุ่งถึง 100,000
หลังการจาริกยาตราดำเนินไปได้ยังไม่เต็ม 4 สัปดาห์ วิกฤติการณ์ครั้งใหญ่เกิดขึ้น ดั่งเป็นการท้าทายจาก ‘เทวบุตรมาร’ ในรูปการณ์ของอุบัติเหตุร้ายแรงที่เลือดและเนื้อสาดนองถนนหลวงรัฐเท็กซัสใกล้เมืองเดย์ตันซิตี ในช่วงค่ำท้องฟ้ามืดสนิทแห่งฤดูใบไม้ร่วง 19 พฤศจิกายน 2025 ซึ่งในเวลานั้น การจาริกยังดำเนินอยู่บนไหล่ทางของถนนไฮเวย์นอกเมือง แต่เป็นยามปลอดไม่มีรถตำรวจประกบดูแล
รถกระบะสีขาวท้ายยาวพุ่งเข้าใส่รถสนับสนุนภารกิจของคณะ แล้วกระดอนอย่างแรงไปกระแทกชน “พระมหาดำ โพมมาสาน” เจ้าอาวาสวัดลาวพุทโธขันติ ในแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย ทำให้นักวิปัสสนากรรมฐานจาก สปป.ลาว ล้มและไถลไปตามไหล่ถนน โดยที่ขาข้างซ้ายของท่านถูกทับ บางส่วนของเลือด เนื้อ และกระดูก เละกระจายนองพื้น
ศรัทธาญาติโยมที่ติดตามคณะพากันตื่นตกใจ ร้องไห้ระงม ท่านพระมหาเล่าไว้
เมื่อองค์ประธานคณะสันติภาพธรรมยาตรา ภันเตปัญญาการะ เข้าไปดูแล จับมือถ่ายทอดพลังใจ พลางแตะศีรษะของพระมหาดำ และถาม “ท่านโอเคไหม” นั้น พระมหาดำนำถ้อยคำที่ท่านกล่าวตอบ มาเล่าภายหลังว่า
“อาตมารู้สึกว่าตนเองอาจจะขาดใจไปตรงนั้น แต่เพราะอาตมาปฏิบัติวิปัสสนาเจริญสติอย่างเข้มแข็งตลอดเส้นทางธรรมยาตรา อานิสงส์ของสติจากการปฏิบัติภาวนาช่วยอาตมาได้มากมายในยามที่เผชิญหน้ากับความตาย” ภันเตโพมมาสาน แชร์ประสบการณ์สำคัญบนเวทีในวันที่พุทธภารกิจจาริกเพื่อสันติภาพบรรลุเป้าหมายแล้ว และทีมออร์แกไนเซอร์จัดชุมนุมใหญ่อย่างสงบสันติที่ลานบันได 87 ขั้นอันโอฬารของอนุสรณ์สถานอับราฮัม ลินคอล์น โดยที่พระมหาดำ โพมมาสานเดินทางไปสมทบกับคณะ และร่วมจับไมค์แสดงธรรมด้วยพลังจิตพลังใจสงบสดชื่นแข็งแรง เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2026
พระอาจารย์ปัญญาการะซึ่งรักและเป็นห่วงพระมหาดำ โพมมาสาน เป็นอย่างยิ่ง ตามประกบดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา เพราะอาการของพระมหาดำคือบอบช้ำสาหัส
เมื่อแพทย์ของโรงพยาบาลในฮิวสตัน นำส่งพระมหาดำเข้าห้องผู้ป่วยคืนแรก พระอาจารย์ปัญญาการะซึ่งทรงฤทธิ์ทรงอภิญญาในระดับสูง ปักหลักอยู่ข้างเตียงคนไข้ และจับมือถ่ายทอดพลังให้แก่พระมหาดำอย่างทะนุถนอมเปี่ยมด้วยใจการุณตลอดเวลา
ในวันรุ่งขึ้น คณะสงฆ์ทั้งคณะรวม 19 รูป ร่วมใจสวดบริกรรมเจริญพระพุทธมนต์ ฟื้นฟูสุขภาพร่างกายและจิตใจให้แก่สหายธรรม
ใช่แต่จะเท่านั้น เจ้าประคุณภันเตรัตนะกุนะ เจ้าอาวาสวัดพุทธเวียดนามและศูนย์วิปัสสนาภาวนาห้วงด่าว เดินทางสี่ร้อยกว่ากิโลเมตรจากฟอร์ตเวิร์ทซิตี ไปเยี่ยมและประสิทธิ์ประสาทพร หลังการผ่าตัดรอบแรกในช่วงเช้าวันที่ 21 พฤศจิกายน เสร็จสมบูรณ์ด้วยดี
ในสิบกว่าวันต่อมา การผ่าตัดใหญ่เมื่อ 3 ธันวาคม เพื่อหั่นขาครึ่งแข้งพร้อมเท้าซ้ายทิ้งไป (เพราะเสียหายหนักหนา เกินจะฟื้นฟูกลับขึ้นมาใช้งานได้) สำเร็จได้อย่างราบรื่น และพระมหาดำ โพมมาสาน สามารถฟื้นตัวขึ้นได้ภายในวันเดียวกันนั้นเลย
เมื่อธาตุขันธ์กายและใจของภันเตโพมมะสาน ได้รับการบำบัดแล้ว ท่านใช้วาระแห่งวิกฤติการณ์ชีวิตไปในการประกาศธรรมสัจจะแห่งการให้อภัยและสันติ
วิกฤติการณ์ปิดฉากอย่างเรียบง่ายงดงาม พระมหาโพมมาสานปักหลักรักษาตัวในโรงพยาบาลของมหานครฮิวสตัน เพื่อรักษาอาการและฟื้นฟูสภาพร่างกายต่อไปนาน 1 เดือน ก่อนจะเดินทางกลับวัดลาวพุทโธขันติ ในรัฐจอร์เจีย
ภันเตโพมมาสาน เป็นพระวิปัสสนากรรมฐานซึ่งมีชื่อเสียงในแอตแลนตา สื่อค่ายยักษ์อย่างแอตแลนตา นิวส์ เฟิร์ส จึงนำเสนอข่าวอุบัติเหตุของท่านอย่างละเอีย นอกจากนั้น เมตตาบารมีของท่านโพมมาสานเป็นที่ประจักษ์ของอเมริกันชนในวงกว้างขวางขึ้นไปอย่างมากมาย ดังนั้น จึงมีสื่อใหญ่น้อยต่างๆ มาสัมภาษณ์ท่านโพมมาสานเป็นจำนวนมาก
ด้วยใบหน้าสงบเปี่ยมเมตตา เรียบง่าย และจริงใจ พระอาจารย์โพมมาสานกล่าวยืนยันเสมอว่า ท่านให้อภัยแก่ผู้ขับขี่รถกระบะที่พุ่งชนรถสนับสนุนของคณะ จนเป็นเหตุให้ท่านบาดเจ็บปางตายและสูญเสียขา และบารมีข้อนี้เป็นการแสดงความเมตตาและสันติ อันสอดคล้องกับภารกิจเผยแผ่ความตระหนักในสันติภาพที่ท่านและคณะสงฆ์ Walk For Peace กระตุกใจให้สาธารณชนหันมาตระหนัก
พร้อมกันนี้ ในทุกโอกาสที่ท่านเล่าถึงอุบัติเหตุ ท่านจะหมั่นแชร์ประสบการณ์แห่งพลังสติที่ช่วยให้สามารถเผชิญหน้ากับความตายแบบที่จะได้ไปสู่พระนิพพาน หรืออย่างน้อยคือไปเกิดใหม่ในสวรรค์ ตลอดจนประสบการณ์ที่ท่านแปลงโฉมหน้าของการสูญเสีย ให้กลายเป็นปรากฏการณ์อันศักดิ์สิทธิ์ ด้วยคำประกาศว่าการที่ท่านสูญเสียอวัยวะสำคัญของร่างกาย ที่แท้คือการเสียสละเพื่อส่งเสริมศรัทธาในสันติภาพ
ถ้อยคำอันเปี่ยมพลังความดีงาม ทำให้คนอเมริกันหันมาตื่นตัวใส่ใจกับการฝึกทำสมาธิ เพื่อเจริญสติและเสริมสร้างพลังสันติสุข ดังเห็นได้ว่าในเคาท์ตีต่างๆ ของแต่ละรัฐที่คณะ Walk For Peace จัดสอนการเจริญสติและการฝึกทำสัมมาสมาธิ จะมีชาวเมืองเข้าร่วมเนืองแน่น
อานิสงส์แห่งพลังเมตตาและอภัยทานที่พระอาจารย์โพมมาสานแสดงให้เห็นด้วยการกระทำ สร้างความประทับใจใหญ่หลวงในหมู่ชนคนอเมริกัน ส่งผลให้เรื่องราวสันติภาพยาตรา แพร่สะพัดออกไปกว้างขวางอย่างรวดเร็ว ผู้คนแห่กันมาติดตามและให้กำลังใจแก่สงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้าผ่านเฟซบุ๊ก Walk For Peace
ด้วยเหตุนี้ ภายในไม่ถึง 4 สัปดาห์หลังอุบัติเหตุร้ายแรง จำนวนผู้ติดตามทะยานเพิ่มขึ้นวันละหลายพัน จนกระทั่งไปถึง 100,000 ในวันที่ 13 ธันวาคม 2025
ด้านทีมงานศิษยานุศิษย์ของหลวงพ่อปัญญาการะได้ประกาศตั้งกองทุน เพื่อรับบริจาคสนับสนุนการรักษาภันเตโพมมาสาน ผลปรากฏว่าด้วยอานิสงส์แห่งอภัยทาน ยอดเงินบริจาคที่หลั่งไหลเข้าไปมีมากมายกว่า 122,000 ดอลลาร์ทีเดียว
ใช่แต่จะเท่านั้น ในส่วนของรถยนต์สนับสนุนการจาริกซึ่งได้รับความเสียหายหนักมากบริเวณท้ายรถ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่สืบต่อไปได้ ต้องเข้าอู่ซ่อมสถานเดียว นั้น เมื่อข่าวกระจายออกไป ก็มีหนุ่มเท็กซัสบริจาครถสนับสนุนการจาริกให้ 1 คันทันที พรักพร้อมด้วยประกันภัยชั้นหนึ่งเต็มอัตรา
“เมื่อผมเห็นปัญหา ผมก็รู้เลยว่า ไม่ได้การแล้ว พวกพระสงฆ์ต้องได้รับความช่วยเหลือ ท่านมาเดินเพื่อพวกเรา พวกเราต้องช่วยท่าน” แอนเดอร์สัน คูเปอร์ 360 นำเสนอเรื่องนี้ไว้ในสกู๊ปซึ่งออกอากาศเมื่อ 15 มกราคม 2026
ในเดือนมกราคม พระอาจารย์โพมมาสานแข็งแรงและสามารถดูแลตนเองได้เป็นอย่างดีแล้ว แพทย์อนุญาตให้กลับวัดได้ และดังนั้น ท่านกลับสู่วัดลาวพุทโธขันติ ในเมืองสเนลล์วิลล์ เมืองปริมณฑลของมหานครแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย ในสมรรถภาพกายและใจที่สมบูรณ์
เมื่อคณะสงฆ์ Walk For Peace เดินทางถึงกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ในวันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ 2026 ทีมลูกศิษย์ของวัดลาวพุทโธขันติ พาท่านเจ้าอาวาสโพมมาสานไปรอสมทบกับคณะใหญ่ที่มหาวิทยาลัยอเมริกันยูนิเวอร์ซิตี ตั้งแต่ช่วงเช้า
ในวันต่อมา 11 กุมภาพันธ์ 2026 มีกิจกรรมหลักคือ Peace Talk “สนทนาสันติภาพ” ณ อนุสรณ์สถานอับราฮัมลินคอล์น กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ซึ่งเป็น Peace Talk ละม้ายกับที่มีขึ้นในทุกรัฐที่ยาตราผ่าน
ในงานนี้ ทีมออร์แกไนเซอร์จัดให้เป็นการชุมนุมใหญ่อย่างสงบสันติที่ลานบันได 87 ขั้นอันโอฬารของอนุสรณ์สถาน โดยที่พระมหาดำ โพมมาสาน พระสงฆ์ขวัญใจสาธารณชน ร่วมขึ้นเวทีแสดงธรรมพร้อมพลังจิตพลังใจสงบสดชื่นแข็งแรง
พระคุณเจ้าปัญญาการะมอบไมโครโฟนให้พระมหาโพมมาสาน แชร์ประสบการณ์การปฏิบัติวิปัสสนาภาวนาขณะเผชิญอุบัติเหตุเฉียดตายให้อเมริกันชนเกือบหมื่นคนในลานพลาซ่า และอีก 21,000 รายที่ชมไลฟ์สตรีม ได้ร่วมรับรู้พร้อมกัน เพื่อเป็นแรงบันดาลใจแก่สาธุชนทั้งปวง
พระมหาดำ โพมมาสาน ซึ่งพูดภาษาอังกฤษไม่ถึงกับคล่องแคล่ว ได้รับเสียงเชียร์มากมายจากมวลมหาประชาชน โดยมีเสียงตะโกนจากผู้เข้าร่วมว่า พวกเรารักท่านค่ะ ดังให้ได้ยินบ่อยครั้งอย่างยิ่ง
ด้วยบุคลิกนุ่มนวลถ่อมตนและแจ่มใส มีออร่าของความสุขกำจรออกมาจากภายใน ภันเตโพมมาสานได้ประกาศยืนยันว่าการเจริญสติที่ผ่านมา ช่วยให้ท่านเผชิญหน้ากับความตายได้เป็นอย่างดี และท่านยังเชียร์ให้สาธุชนฝึกสมาธิเจริญสติเสริมสร้างพลังสันติแก่จิตใจ โดยในตอนหนึ่งท่านประกาศว่า
“อาตมามุ่งมั่นฝึกฝนตนเอง ฝึกร่างกาย และฝึกจิตใจให้เป็นสันติ ดังนั้นอาตมาจึงขอเชิญชวนทุกท่านให้ฝึกกรรมฐานเจริญสติด้วยกัน”
คุณน้อน “อาโลกา” มาสคอตตัวตึงของ Walk For Peace คือแม่เหล็กดึงดูดหัวใจสาธุชน เพราะน้อนเป็น “ลูกหลวงพ่อ” โดยมีจริยวัตรสงบ สำรวม มุ่งมั่นทรหดเหมือนหลวงพ่อ
คณะสันติภาพธรรมยาตรา อันเป็นนามภาษาไทยสำหรับการธรรมยาตรา Walk For Peace ซึ่งพระอาจารย์ไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต จังหวัดชัยภูมิ เรียกขานไว้ในระหว่างการแสดงธรรมก่อนฉันเช้าวันที่ 8 มกราคม 2026 ก็ออกเดินจาริกสืบต่อไป โดยมี น้องอาโลกา น้องหมาสันติภาพ ร่วมขบวนอย่างดีงามตลอดเส้นทาง
โดยที่ว่า อาโลกา ไม่เพียงแต่จะสงบเสงี่ยม สุภาพ จงรักภักดีอย่างทรหด คุณน้องยังไม่มีการผิดศีลข้อ 4 มุสาวาจาเลย กล่าวคือ ไม่มีการเห่าเพ้อเจ้อทะเลาะกับใคร และรักษาวินัยเป๊ะปังเป็นที่ยิ่ง
ดังคำบอกเล่าของพระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ดังนี้
“คณะนี้มีจุดเด่น ดาวเด่น เป็นหมา หมาอายุ 4 ขวบ ชื่อ อาโลกา เป็นดาราของคณะสันติภาพยาตรา เพราะว่าเดินทุกครั้งก็จะเดินนำ
“ประวัติ อาโลกา น่าสนใจเพราะว่าเป็นหมาจากอินเดีย ตอนที่มีพระไทย (พระอาจารย์ปิยธัมโม) ไปเดินจาริกธุดงค์ในอินเดีย 100 วัน อาโลกา ก็ไปร่วมเดินด้วย คือ เป็นหมาจรจัด แต่เห็นพระมาเดิน มันสนใจ เดินตาม แล้วพระก็คงจะให้อาหารด้วย มันก็เลยติดใจ เดินประกบจนตลอดเส้นทาง
“แล้วก็เดินอย่างมีวินัย ไม่ไปทะเลาะเบาะแว้งกับหมาเจ้าถิ่น และพระก็คอยช่วยปกป้อง ส่วนมันก็คอยเป็นกำลังใจให้กับพระ พอถึงที่หมายพระคงจะรับเอาไปเลี้ยง และพอท่านย้ายไปอเมริกาก็คงเอาหมาตัวนี้ไปด้วย แล้วพอจะเดินสันติภาพยาตราก็ชวน อาโลกา ร่วมเดิน
“อาโลกา ขยันเดิน นี่เดินกัน 80 วันแล้ว ก็ยังไม่ถอย ไม่รู้ว่ากินมื้อเดียวเหมือนพระหรือเปล่า แต่ว่าคนฝรั่งเห็นแล้ว รักมาก
“เพราะ อาโลกา แม้จะไม่ใช่หมาฝรั่งที่สวยงาม แต่ว่าเป็นหมาที่เรียบร้อย เด็กๆ เห็นก็ชอบ มากอด ก็กลายเป็นดารา จนกระทั่งทีมลูกศิษย์สันติภาพยาตราทำเพจพิเศษให้บน Facebook ชื่อว่า Aloka the Peace Dog ก็มีคนติดตามเป็นสมาชิกตั้ง 4 แสน เกินครึ่งของผู้ที่ติดตามคณะสันติภาพยาตรา
“ใครที่สนใจก็ติดตามได้ที่ https://www.facebook.com/alokathepeacedog เพื่อติดตามความเคลื่อนไหว แล้วก็เป็นการเผยแผ่ธรรมไปในตัวด้วย เพราะว่าเวลาท่านไปพักที่ไหน ท่านก็จะสนทนา ส่วนใหญ่ก็กับฝรั่ง อธิบายจุดมุ่งหมายของการเดิน แล้วก็พูดถึงเรื่องของพลังของเมตตา ความรัก การไม่แบ่งเขาแบ่งเรา การรู้จักให้อภัย ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับวิถีชีวิตในยุคปัจจุบัน”
หมายเหตุ: ปัจจุบัน เฟซบุ๊กของอโลกามีผู้ติดตามมากกว่า 1 ล้านแอคเคานท์แล้ว น้อยกว่าเฟซบุ๊กหลัก Walk For Peace ซึ่งมีผู้ติดตามมากกว่า 3 ล้าน
เพลงของ Aloka
https://web.facebook.com/reel/843641331836030
อาโลกา ขวัญยี่หวาของมวลมหาประชาชน มีคลิปประกอบเพลงที่จัดทำให้โดยแฟนคลับหลากเพลงกันเลยทีเดียว
ราวกับจะรอเจอ “ซูเปอร์เซเลบโลก”!! “ศรัทธาญาติโยมอเมริกัน” หลายพันราย รีบจองพื้นที่ริมทางยาตรา หมายจะได้ชมบุญชัดๆ ได้ใกล้ชิดปฏิสัมพันธ์คณะเกจิอาจารย์ Walk For Peace สถานีเซาท์แคโรไลนารายงาน
**คณะพระสงฆ์เถรวาทเดินเท้าหลายร้อยกิโลเมตร กระตุ้นเตือนให้ตระหนักถึงสันติภาพภายในตน **ภันเตจาก สปป. ลาวต้องตกเป็นเหยื่อตีผี ท่านบาดเจ็บสาหัสถึงขั้นถูกตัดขา แต่ลงเอยว่าท่านประกาศไม่ถือโทษและให้อภัย
**การเข้าร่วมกิจกรรม Peace Talk เปิดโอกาสให้ได้ฟังเรื่องดีงามจากฮีโร่ผู้เปี่ยมเมตตาในจีวรสีส้ม **แล้วยังน้องอาโลกา หมาแสนฉลาด หน้าตาสุภาพสุขุม จนได้รับฉายาว่าน้องหมาสันติภาพ ใครจะขอกอด ขอเกาพุง อาโลกาโอเคตลอด ปัจจัยเหล่านี้นำมาซึ่งความปลาบปลื้ม ซาบซึ้งใจ เผือแผ่ถึงคณะพระสงฆ์ด้วย
ยิ่งกว่านั้น ภาพและเรื่องราวที่ชาวเมืองทางต้นทางอย่างเท็กซัส ลุยเซียนา มิสซิสซิปปี แอละบามา ได้มีโอกาสฝึกสมาธิกับคณะพระสงฆ์เกจิอาจารย์อย่างใกล้ชิด ในบรรยากาศอันสงัด ใต้ผืนฟ้าแพรวพราวด้วยแสงดาว ตลอดจนได้สนทนาสันติภาพด้วยกันกับภันเตปัญญาการะในแบบเซสชันส่วนตัวระดับครอบครัว มีคุณน้อนอาโลกานอนแนบชิดให้เกาพุง ทำให้ผู้คนในรัฐทางตอนบนอยากอยู่ตรงนั้นบ้าง อยากได้ประสบการณ์ลึกซึ้งอ่อนโยนเหล่านั้นบ้าง
นานาเรื่องราวฉ่ำชื่น มอบคืนรอยยิ้มให้แก่ชีวิต ล้วนเป็นกระแสแปลกใหม่พาให้หัวใจฟูและน้ำตาซึม และในความปลาบปลื้มกับภาพซึ้งๆ ชวนให้น้ำตาเอ่อล้น ใจของคนอเมริกันถูกตกไปทั่วประเทศ
จำนวนแฟนคลับภันเตจึงทะยานมหาศาลขึ้นไปอีก อย่างว่องไว โดยจำนวนผู้ติดตามเฟซบุ๊ก Walk For Peace ซึ่งไปถึงหลักไมล์ที่ 100,000 เมื่อ 13 ธันวาคม 2025 นั้น เผลอแป๊บเดียว กระฉูดเสียดฟ้าไปแตะ 1,000,000 ฟอลโลเวอร์ ภายในไม่ถึงหนึ่งเดือน กล่าวคือ
ณ วันที่ 11 มกราคม 2026 ซึ่งเป็นโมงยามที่คณะสันติภาพยาตราเผยแผ่พระธรรมแห่งสันติสุขในนครโคลัมเบีย หลังจากที่ที่ทำการนายกเทศมนตรี และอาคารรัฐสภาแห่งรัฐเซาท์แคโรไลนา แทบจะแตกเมื่อหนึ่งวันก่อนหน้า เพราะชาวเมืองหลายพันชีวิตแห่เข้าร่วมพิธีต้อนรับและประกาศเกียรติคุณ
ป๊อบปูลาร์ ฮอทฮิต อยู่ในความสนใจของสาธารณชนขนาดนี้ เครือข่ายข่าวระดับชาติอย่าง CNN ย่อมจะต้องลุกขึ้นจัดทำนำเสนอสกู๊ปสตอรีของ Walk For Peace อย่างด่วน โดยนำขึ้นเผยแพร่ไปทั่วประเทศและทั่วโลกในวันที่ 15 มกราคม 2026
“Anderson Cooper 360” รายการวิเคราะห์เจาะลึกข่าวบนช่อง CNN จัดทำนำเสนอบรรยากาศระหว่างคณะพระสงฆ์เถรวาทกับผู้คนบนเส้นทางอย่างละเอียด โดยให้ภูมิหลังว่าในช่วงต้นของการจาริก คณะสันติภาพยาตรายังไม่ได้รับความสนใจจากสถานีข่าวโทรทัศน์ระดับชาติมากนัก จนกระทั่งมีปัจจัยพลิกสถานการณ์ Game Changing ได้แก่ การเปิดเพจเฟซบุ๊ก Walk For Peace และการโพสต์เรื่องราวที่เกิดบนเส้นทางการยาตราขึ้นไปมากมาย พร้อมเล่าถึงปรากฏการณ์ที่ชาวอเมริกันในรัฐต่างๆ พากันมาเข้าร่วมกับคณะสันติภาพยาตรา จากมวลชนที่ติดตามสนับสนุนจำนวนหลายร้อยในรัฐแอละบามา ไปสู่ขนาดหลายพันอันน่าตื่นตาตื่นใจในรัฐเซาท์แคโรไลนา
“เมื่อเริ่มมีการโพสต์เรื่องราวไปบนโซเชียลมีเดีย พร้อมคลิปการยาตราที่มีดนตรีประกอบ นั่นเป็นช่วงที่ฝูงชนทั้งหลายขยายจำนวนขึ้น บางคนซึ่งได้พบพระสงฆ์ชาวพุทธในระหว่างเส้นทางจาริก ถึงกับน้ำตาร่วงด้วยปีติ บางคนได้ถวายอาหารและน้ำดื่ม หรือได้ทักทายให้กำลังใจน้องหมาอาโลกา” สกู๊ปของแอนเดอร์สัน คูเปอร์ 360 รายงานอย่างนั้น
“บรรดาเมืองใหญ่ต่างจัดขบวนรถตำรวจนำทางให้แก่คณะสันติภาพยาตรา เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัย ขณะที่จำนวนชาวเมืองซึ่งเดินไปกับคณะของท่านก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ
“ตอนที่พวกท่านเดินเท้ามุ่งหน้าจะข้ามสะพานเอ็ดมุนด์ เพทตัส ในเซลมาซิตี รัฐแอละบามา ซึ่งเป็นพื้นที่แห่งเหตุการณ์มหาวิปโยคปี 1965 (เคยมีการล้อมปราบ โดยกองกำลังภาครัฐใช้แก๊สน้ำตาและไม้กระบอกฟาดสลายมวลชนซึ่งเดินขบวนประท้วงเรียกร้องสิทธิเลือกตั้ง ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเลือดทาแผ่นดิน 58 ราย) คณะพระสงฆ์สันติภาพยาตราหยุดเหนือแม่น้ำแอละบามา และสวดบริกรรมเจริญพระพุทธมนต์ ผู้คนก็ร่วมใจฟังอย่างสงบ นอกจากนั้นจะมีบางส่วนยังเดินตามไปส่งคณะพระสงฆ์เข้าสู่รัฐจอร์เจีย” สกู๊ปบนช่องข่าว ซีเอ็นเอ็น รายงาน
เมื่อข้ามเข้าสู่รัฐจอร์เจีย ประชาชนหลายร้อยชีวิตซึ่งตั้งตาคอยคณะพระสงฆ์ Walk For Peace พากันไปตั้งแถวบริเวณฟุตบาทริมถนน โดยทีมออร์แกไนเซอร์ประสานกับตำรวจในการจัดเส้นทางจราจรที่ปลอดภัยให้ทิวแถวของพระสงฆ์ก้าวเดินบนผิวถนนใกล้กับแนวฟุตบาท
วันที่พระสงฆ์พุทธเถรวาทเกือบ 20 รูป ยาตราเข้าสู่รัฐจอร์เจียเมื่อหลังเพลของ 26 ธันวาคม 2025 เป็นวันที่ 70 ของการจาริก โดยที่จอร์เจียเป็นรัฐที่ 5 ของเส้นทาง และพระเกจิอาจารย์เกือบ 20 รูปใช้เวลายาตรากับแวะพักในกิจกรรม Peace Talk รวม 10 วัน
เมื่อออกจากจอร์เจียในวันที่ 6 มกราคม ก็เข้าสู่เซาท์แคโรไลนา และเดินเท้า 4 วันจากชายแดนของเซาท์แคโรไลนา มุ่งหน้าสู่นครโคลัมเบีย เมืองเอกของเซาท์แคโรไลนา
“ตอนที่ยาตราเข้าสู่นครโคลัมเบีย เมืองเอกของเซาท์แคโรไลนา จะเห็นบรรดาฝูงชนเข้าร่วมเดินกับคณะสันติภาพยาตราอย่างหนาแน่น เป็นบรรยากาศที่ยิ่งใหญ่ที่สุดนับจากที่เริ่มออกเดินในเท็กซัส” สกู๊ปของแอนเดอร์สัน คูเปอร์ 360 ระบุไว้อย่างนั้น โดยหมายถึงจำนวนผู้คนเกือบหนึ่งพันรายที่ทยอยเดินกันอย่างเงียบสงบติดตามคณะพระสงฆ์ Walk For Peace ไปบนสะพานเจอร์เวย์ส และข้ามแม่น้ำคองการี เข้าสู่เขตนครโคลัมเบียเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2026
หลังจากนั้น คณะพระสงฆ์มุ่งหน้าสู่อาณาบริเวณของสเตทเฮาส์ ที่ทำการนายกเทศมนตรีแห่งนครโคลัมเบีย และอาคารรัฐสภาแห่งรัฐเซาท์แคโรไลนา อันเป็นสถานที่จัดชุมนุม Peace Talk ซึ่งสื่อค่ายเดอะโพสต์แอนด์คูเรีย โคลัมเบีย ระบุว่า เป็นการชุมชุมเพื่อสันติภาพอย่างเป็นทางการและยิ่งใหญ่
ในการนี้ สถานีวิทยุเซาท์แคโรไลนารายงานบรรยากาศการชุมนุม Peace Talk ดังกล่าวว่า มีผู้คนหลายพันรายรอคอยต้อนรับคณะพระสงฆ์แห่ง Walk For Peace เพื่อจะได้เห็น ได้ถวายดอกไม้ ได้ชูป้ายสันติภาพ ได้ชูโปสเตอร์ข้อความต้อนรับและสนับสนุน ในอันที่จะมีโอกาสสื่อสารกับหลวงพ่อ หลวงปู่ หรือหลวงพี่โดยตรงบ้าง
อย่างไรก็ตาม เมื่อจำนวนของศรัทธาญาติโยมขยายขึ้นเป็นระดับหลายพัน ตั้งแต่เซาท์แคโรไลนา และ นอร์ทแคโรนา ไปจนถึงกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ตลอดจนแมริแลนด์ โอกาสที่จะเสวนาใกล้ชิดดั่งที่เคยเห็นใน 5 รัฐก่อนหน้า ย่อมเป็นไปได้ยาก
โอกาสที่จะได้ใกล้ชิดกันบ้างในรัฐนอร์ทแคโรไลนากับรัฐเวอร์จิเนียคือ ไปยืนตากหิมะริมถนน รอให้คณะของพระคุณเจ้ายาตราเดินผ่าน โดยถือดอกไม้รอให้ท่านรับไว้ ถือของถวายต่างๆ ให้ท่านเมตตารับไป ตลอดจนพนมมือสวดมนต์รอ หรือกระทั่งทำสมาธิรอเพื่อรับพลังจิตจากท่าน
ทั้งนี้ ในทุกก้าวเดิน ในทุกการแวะพักและแสดงธรรมแห่งสันติภาพ ผู้คนซาบซึ้งและจับใจกับสารที่คณะสันติภาพยาตราประกาศ ขณะเดียวกันสารแห่งสันติภาพจากพลังจิตอันสงบของบรรดาพระสงฆ์ก็ยิ่งแพร่กระจายออกไป แอนเดอร์สัน คูเปอร์ 360 รายงาน
ปาฏิหาริย์ คือปัจจัยความสำเร็จขั้นสุดของคณะพระสงฆ์ Walk For Peace
“การได้เห็นผู้คนจากทุกวิถีชีวิตและทุกศรัทธาความเชื่อ เข้าไปร่วมใจกันส่งเสริมความตระหนักในสันติภาพ เป็นเรื่องที่จับใจอย่างยิ่ง มีบางสิ่งที่เปี่ยมด้วยพลังอย่างลึกซึ้งอยู่ในความเรียบง่ายแห่งการกระทำของคณะพระสงฆ์สันติภาพยาตรา” นี่เป็นคำสรุปที่สกู๊ปของรายการ Anderson Cooper 360 ชี้ไว้ให้ตระหนักถึง พลังอันปรากฏในเส้นทาง Walk For Peace
ด้านสำนักข่าวเอพีพรรณนาให้ตระหนักว่า ภารกิจยาวนาน 109 วัน ของคณะสันติภาพยาตราหนักหนาสาหัสทีเดียว โดยย้ำว่าพวกท่านยาตราจาริกผ่านรัฐต่างๆ 8 รัฐ รวมถึงนอร์ทแคโรไลนา เวอร์จิเนีย และเข้าสู่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โดยที่ต้องฝ่าไปในสภาพอากาศหนาวทารุณ บางคราก็ต้องเผชิญความเยือกเย็นอย่างจัด ระดับเย็นเป็นน้ำแข็ง แต่ในเวลาเดียวกัน ก็สามารถดึงดูดผู้คนได้อย่างมหาศาลขณะแวะแสดงธรรมเพื่อสันติภาพ ที่ลานวัดบ้าง ที่ศาลากลางบ้าง อีกทั้งที่จัตุรัสประจำเมืองบ้าง
คณะสันติภาพยาตรา ซึ่งนำเนื้อแท้แห่งสันติภาพไปสู่ผู้คนวันแล้ววันเล่ามากกว่าหนึ่งร้อยวัน “สามารถเกาะกุมดวงใจของผู้คนทั่วประเทศและทั่วโลก” เอพีระบุอย่างนั้น ซึ่งนั่นเป็นคำอธิบายอย่างดีถึง “ปรากฏการณ์ของพลังในสันติภาพยาตรา”
ปรากฏการณ์ของพลังในสันติภาพยาตราในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่ระดับปาฏิหาริย์
คนพุทธในสหรัฐฯ มีสัดส่วนแค่ 1% * ศูนย์วิปัสสนาภาวนาห้วงด่าว ในฟอร์ตเวิร์ทซิตี มีใครรู้จักบ้าง * พระสงฆ์ศาสนาพุทธซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยในอเมริกา สวมจีวรออกยาตราจาริกโปรโมทสันติภาพในยุคสมัยที่ไร้สันติ หนำซ้ำยังเดินตัดผ่านรัฐภาคใต้ของประเทศซึ่งล้วนแต่มีเส้นทางที่น่าเป็นห่วง *
ย่อมไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่สาธารณชนที่ทราบข่าวความมุ่งมั่นของพวกท่านแล้วจะคลางใจว่า จะดำเนินได้กี่นาน “คิดท้อใจแทนแล้วก็ลืมๆ ไปนานหลายสัปดาห์” ยูเอสเอ ทูเดย์ ทบทวนถึงสถานการณ์เริ่มต้นของคณะสันติภาพยาตราที่ต้องนับว่าไม่เห็นวี่แววแนวโน้มความสำเร็จเลย เพื่อจะชี้ว่าเมื่อวันเวลาเคลื่อนผ่านไป Walk For Peace สร้างสิ่งที่เหลือเชื่อให้ปรากฏครั้งแล้วครั้งเล่า
หลังจากพระสงฆ์รูปหนึ่งในคณะสันติภาพยาตรา ถูกรถปิ๊กอัพพุ่งชนเข้าไปที่ท้ายขบวนยาตรา ส่งผลให้ท่านสูญเสียขาหนึ่งข้าง ในไม่กี่สัปดาห์ต่อมา ผลกระทบจากการสูญเสียอวัยวะเพื่อสันติภาพครั้งนี้ ได้เอื้อให้ความป๊อบปูลาร์ของคณะสันติภาพยาตราทะยานขึ้นมหาศาล มีศรัทธาญาติโยมจากหลากหลายศาสนาเข้าไปติดตามบนเฟซบุ๊กเป็นแสนราย แล้วอีกไม่กี่สัปดาห์ถัดไป ก็กลายเป็นล้านราย
ยิ่งกว่านั้น จากห้วงแรกที่ผู้คนคาดกันว่าความตั้งใจของคณะพระสงฆ์คงดำเนินไปได้แค่สักพักหนึ่ง แล้วคงเลิกราไปเอง แต่มหัศจรรย์เกิดขึ้น พวกท่านสามารถใช้สองเท้าก้าวเดินฝ่าแสงแดดร้อนแรง ฝ่าสายฝน และฝ่าพายุหิมะ วันแล้ววันเล่า รวมมากกว่า 100 วัน จนกระทั่งมาถึงเมืองหลวงของ USA ได้สำเร็จจริงๆ ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์
โดยที่ว่า ที่ผ่านมา ในบรรดาชุมชนน้อยใหญ่มากมายของรัฐต่างๆ ชาวบ้านชาวเมืองทั้งผิวขาว ผิวดำ ผิวน้ำตาล ออกไปต้อนรับคณะพระธุดงค์ ทั้งเปล่งร้องสาธุ ทั้งนำดอกไม้ ขวดน้ำ ผลไม้ไปรอถวาย ทั้งตบมือเชียร์ ราวกับว่าเหล่าพระสงฆ์คณะนี้เป็นดาราร็อกสตาร์
นอกจากนั้น ตอนที่พวกท่านไปถึงสะพานข้ามแม่น้ำแอละบามา แล้วหยุดเดินเพื่อสวดมนต์ภาษาบาลี แผ่กุศลเป็นที่ระลึกถึงเหตุการณ์มหาวิปโยค Bloody Sunday 1965 ชาวบ้านชาวเมืองก็ร่วมใจฟังเสียงสวดมนต์ไปด้วยหลายร้อยคน ไม่ได้รังเกียจว่าเป็นพิธีกรรมจากเอเชีย
ในรัฐจอร์เจีย ชาวบ้านชาวเมืองยืนเรียงรายริมถนนต่างๆ รวมได้หลายพันราย รอต้อนรับพวกท่าน และไปเข้าร่วมชุมนุมสนทนาสันติภาพ Peace Talk ที่จุดแวะพักฉันเพลในเคาท์ตีต่างๆ แล้วยังไปร่วมกิจกรรมฝึกสมาธิในจุดที่พักของพวกท่านแห่งละหลายร้อยคน ชาวบ้านชาวเมืองเหล่านี้ เป็นชาวคริสต์เยอะเลย และก็โล่งใจที่ได้พบว่ากิจกรรมของพวกท่านไม่มีการชักชวนให้เปลี่ยนศาสนา มีแต่การคุยกันแต่เรื่องสันติภาพ ปรากฏการณ์ทั้งปวงเหล่านี้ ก่อตัวขึ้นมาได้อย่างไร
ยูเอสเอ ทูเดย์ ไล่เรียงปาฏิหาริย์นานาประการที่เกิดขึ้น ซึ่งชวนให้ทึ่งและฉงนว่า เป็นมาเป็นไปได้อย่างไร
เมื่อยาตราไปถึงกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ในวันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ 2026 ผู้นำทางจิตวิญญาณของคนอเมริกันในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. อันได้แก่ บิชอปแห่งศาสนาคริสต์ นิกายโปรเตสแตนท์ สายคริสตจักรแห่งเอพิสโคปัล ก็รับเป็นเจ้าภาพจัดมหกรรมการเสวนาสุดยอดระหว่างคณะตัวแทนของนานาศาสนาและความเชื่อหลายร้อยชีวิต เพื่อร่วมยินดีกับความสำเร็จของคณะ Walk for Peace USA ที่สามารถโปรโมทกระแสความใฝ่สันติ ความเมตตาบนพื้นฐานของความรัก ตลอดจนความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในท่ามกลางสถานการณ์ความแตกร้าวและการใช้ความรุนแรงที่ระบาดไปทั่วประเทศ
โดยมหกรรมเกียรติยศที่มอบแก่คณะ Walk For Peace จัดขึ้น ณ มหาวิหารแห่งชาติวอชิงตัน Washington National Cathedral ศาสนสถานอันใหญ่โตโอฬาร งดงาม และเก่าแก่หลายร้อยปีของคริสตจักรแห่งเอพิสโคปัล
เกียรติยศสูงส่งที่จัดขึ้นมาดังกล่าวนับเป็นเรื่องเหลือเชื่ออย่างที่สุดสำหรับประเทศที่มีชาวพุทธเพียง 1%
นี่เป็นอะไรที่ปาฏิหาริย์และคาดไม่ถึงจริงๆ ว่าจะเกิดขึ้นได้ ในเมื่อฝ่ายของพระสงฆ์ชาวพุทธมีแต่ความเรียบง่าย สุดแสนที่จะสมถะ สวมจีวร เดินจาริกไม่สวมรองเท้าบนท้องถนนเย็นเฉียบ มีต้นธารเชื้อสายอยู่ในทวีปเอเชีย และหลายท่านมีอายุสูงถึงหกสิบกว่าจดจนเจ็ดสิบปี
กระนั้นก็ตาม ก็เป็นคณะสงฆ์กลุ่มนี้ ที่สร้างแรงบันดาลใจแห่งการเจริญสติและการเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกันอย่างกว้างขวางไปทั่วประเทศ
ปาฏิหาริย์แห่งการยอมรับในพุทธภารกิจของคณะพระสงฆ์ Walk For Peace มีขึ้นอีกครั้งหนึ่งในวันถัดมา 11 กุมภาพันธ์ ณ อนุสรณ์สถานอับราฮัม ลินคอล์น ซึ่งเป็นสถานที่เพื่อทำพิธีปิดพุทธภารกิจสันติภาพยาตรา พร้อมกับการชุมนุมเพื่อสนทนาสันติภาพครั้งยิ่งใหญ่
ทั้งนี้ เห็นร่องรอยได้ว่ามีนักการเมืองในฝ่ายของพรรคเดโมแครตร่วมให้การสนับสนุน เพราะอนุสรณ์สถานอันเป็นโบราณสถานแห่งชาติไม่เปิดให้เช่าพื้นที่เพื่อจัดกิจกรรมส่วนตัวขององค์กรหรือบริษัท การได้ใช้อนุสรณ์สถานอับราฮัม ลินคอล์น แสดงถึงการรับรองว่าภารกิจของ Walk For Peace มีคุณูปการสร้างสรรค์ต่อสังคมในวงกว้างอย่างแท้จริง
โดยตั้งแต่เช้าตรู่ของวันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ 2026 คณะสันติภาพยาตราเคลื่อนออกจากมหาวิทยาลัยจอร์จ วอชิงตัน ซึ่งเปิดสถานที่ถวายที่พักอาศัย 1 ราตรีแก่ทีมสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้า
พระคุณเจ้าทั้ง 19 รูปเดินอย่างสงบสำรวมมุ่งหน้าสู่ถิ่นแคปิตอลฮิลล์ ที่ตั้งของรัฐสภาอเมริกัน โดยมีนานาพระสงฆ์และแม่ชีกว่าหนึ่งร้อยชีวิต พากันก้าวเดินต่อท้ายเป็นทิวแถว นอกจากนั้น ยังมีขบวนถัดต่อมาอีก เป็นคลื่นมหาชนที่เดินตามอย่างสงบ สงัด และสำรวม โดยหลายๆ รายถือสัญลักษณ์แห่งสันติภาพไปด้วย เอพีรายงานอย่างนั้น
มีฝูงชนมากมายตั้งแถวเต็มสองฝั่งถนนตลอดเส้นทางการเดินทั้งสิ้นกว่าหนึ่งชั่วโมง บ้างเปล่งเสียงทักทาย บ้างกล่าวสาธุ บ้างบอกยินดีต้อนรับ บ้างขอบคุณที่มาเยือน และบ้างยืนในจิตสมาธิรับพลังเมตตาจากคณะสงฆ์
ในบรรดาทิวแถวของสาธุชนที่รอต้อนรับ มีนักการเมืองพรรคเดโมแครตหลายรายออกมานมัสการและกล่าวแสดงความยินดี
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แนนซี เปโลซี ส.ส.แคลิฟอร์เนีย พรรคเดโมแครต อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 52 ทั้งนี้ ส.ส.เปโลซี ยกมือพนมสาธุการ พร้อมกับยอบกาย น้อมศีรษะลงเล็กน้อย ใบหน้ายิ้มอิ่มเอิบ ในอาการเคารพชื่นชมภันเตปัญญาการะอย่างยิ่ง พร้อมกันนี้ ยังมีประธาน ส.ส. ฝ่ายเสียงข้างน้อยของสภาคองเกรส นายฮาคีม เจฟฟรีย์ส ร่วมทักทายและแสดงความยินดีด้วย
ภันเตปัญญาการะ นำขบวนพระสงฆ์ Walk For Peace รวม 20 รูปจาริกก้าวเดินบนท้องถนนที่ยังเปียกชื้นและเย็นเฉียบหลังหิมะละลาย โดยมิได้สวมรองเท้าซึ่งเป็นไปตามพระวินัยที่ว่า เมื่อพระเข้าสู่หมู่บ้าน/ตัวเมือง ให้เดินเท้าเปล่า และท่านภันเตก็ปฏิบัติตามพระวินัยเท่าที่ทำได้ โดยมีพระอาจารย์ปิยธัมโม หรือหลวงพ่อเบิร์ด พระสงฆ์นักปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานชาวไทยจากนครศรีธรรมราช ตลอดจนพระอาจารย์ทนฺตจิตฺโต หรือหลวงพี่เดชอำนาจ หอมพรมมา แห่งวัดหนองทุ่มบัณฑิต จังหวัดอุดรธานี ร่วมถือวัตรปฏิบัตินี้ด้วย
ในการนี้ ผู้สันทัดกรณีตั้งข้อสังเกตว่าพระคุณเจ้าทั้งสามท่านสามารถเดินเท้าเปล่าย่ำไปบนพื้นถนนที่ยังเยือกเย็นได้ เป็นเพราะท่านมีกำลังสมาธิกล้าแข็งอย่างยิ่ง พร้อมนี้ยังให้คำอธิบายด้วยว่าความเป็นมาของประเด็นนี้ มาจากกรณีที่คนในหมู่บ้านสมัยพุทธกาล แลเห็นพระภิกษุสงฆ์สวมรองเท้า ก็ติเตียนว่าเป็นวัตรปฏิบัติที่มิได้ต่างจากปุถุชนที่ยังหมกมุ่นในกาม พระพุทธเจ้าจึงทรงบัญญัติเป็นพระวินัย
ภันเตแต่ละท่านล้วนฝึกฝนการภาวนาแบบวิปัสสนา อันเป็นแนวปฏิบัติที่สอนโดยพระพุทธเจ้า ซึ่งจะมุ่งรู้สึกตัวในแต่ละลมหายใจ จนกระทั่งเห็นได้ว่าร่างกาย ความรู้สึกชอบ-ไม่ชอบ ความคิดนึก ความทรงจำ ปรากฏให้จิตใจรับรู้ในแบบที่แยกต่างหากจากกัน ที่เรียกกันว่าแยกได้เป็น 5 กลุ่ม หรือก็คือ 5 ขันธ์ จิตใจเป็นกลุ่มหนึ่ง ความนึกคิดเป็นอีกกลุ่มหนึ่ง ความสุขความทุกข์ความไม่สุขไม่ทุกข์ก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่ง เมื่อจิตใจมีสติก็จะเห็นความทุกข์ก่อตัว แล้วจะไม่เตลิดไปกับความทุกข์นั่นเอง
พิธีสรุปปิดกิจกรรมสันติภาพยาตรามีองค์ประกอบสำคัญอย่างยิ่งยวดที่เกิดขึ้น คือ Peace Talk พิธีกรรมส่งเสริมความตระหนักถึงสันติภาพ
ณ ขั้นบันไดของอนุสรณ์สถานลินคอล์น หลวงพ่อภันเต ปัญญาการะ พร้อมคณะสันติภาพยาตรา กล่าวกับสาธุชนหลายพันรายที่เข้าร่วมชุมนุมประกาศสันติภาพว่า
“สันติภาพยาตราไม่ใช่การประท้วงต่อต้าน ไม่ใช่การเปลี่ยนศาสนา แต่เป็นการเตือนใจว่า ความหวังยังดำรงอยู่ ตราบที่ผู้คนยังไม่ละความมุ่งมั่น ความหวังเป็นแสงสุดท้ายปลายทาง ซึ่งต้องไม่ปล่อยให้ดับสูญ” เอพีรายงานว่า พระคุณเจ้าปัญญาการะ ประกาศไว้ในท่ามกลางความสงัดเงียบที่เข็มหล่นพื้น ก็จะได้ยินโดยทั่วถึง เพื่อกระตุ้นเร้าพลังใจของสาธุชนให้หมั่นฝึกเจริญสติ และให้ใฝ่ใจกับความเมตตา ความเห็นอกเห็นใจ ความรัก และความสมานฉันท์
ในบรรดาปรากฏการณ์อัศจรรย์ที่เกิดอุบัติตลอดเส้นทางสันติภาพยาตรา “อิทธิปาฏิหาริย์”แห่งการแผ่เมตตาออกไปทำให้ผู้อื่นเกิดปีติบ้าง เกิดความสงบลึกซึ้งบ้าง เป็นเครื่องมือทางจิตใจที่ถูกนำไปใช้โดยตลอด ทั้งนี้ตำราระบุว่าผู้แผ่เมตตาต้องทำจิตให้เป็นสมาธิ มีความตั้งมั่น ในการนี้ พระคุณเจ้าทำอิทธิปาฏิหาริย์แห่งการแผ่เมตตาออกไปพร้อมกันหลายๆ องค์ ผู้รับอานิสงส์ก็สามารถรับได้พร้อมกันหลายร้อยหลายพันคน
พระคุณเจ้าผู้ที่สามารถใช้อิทธิปาฏิหาริย์แห่งการแผ่เมตตาสร้างปีติสุข ตลอดจนความสงบลึกซึ้งได้ จะใช้ฤทธิ์หมวดนี้ขณะสนทนาแสดงธรรมบ้าง ขณะสวดมนต์บ้าง หรือขณะผูกด้ายสายสิญจน์มงคลด้วยจิตที่มีสมาธิและความตั้งมั่นขั้นสูง ทั้งนี้ นอกจากจะทำให้ผู้อื่นสัมผัสถึงปีติสุขและความสงบ ยังสามารถรักษาโรคได้หลายอย่าง อีกทั้งยังแสดงฤทธิ์อื่นๆ ได้อีกด้วย ดังเห็นได้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายเคาท์ตีจะสนใจทดลองรับการผูกด้ายพุทธมงคลที่ข้อมือ
นอกจากนั้น “อาเทสนาปาฏิหาริย์” ที่สามารถทราบความคิดความรู้สึกของผู้อื่นได้ ก็เป็นอีกเครื่องมือทางจิตที่ถูกนำไปใช้ อานิสงส์ของปาฏิหาริย์หมวดนี้ช่วยได้มากในเวลาสนทนาธรรมกับญาติโยม เพราะในเบื้องต้นที่กล่าวทักสภาวะจิตออกไป ญาติโยมจะทึ่งและนับถือ ดังนั้นก็จะเปิดใจรับธรรมะได้
ในการนี้ ความทึ่งและความนับถือในพระสงฆ์แห่งคณะ Walk For Peace เกิดขึ้นตั้งแต่ยังไม่ได้รับการแผ่เมตตาก็มีเป็นจำนวนมาก โดยเกิดขึ้นจากความเลื่อมใสในคุณงามความดี และวัตรปฏิบัติอันสงบสำรวม
พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล วัดป่าสุคะโต จังหวัดชัยภูมิ ให้คำอธิบายไว้ว่า
“ชาวอเมริกันจำนวนหลายพันหลายหมื่นรายเลื่อมใสศรัทธาในพระสงฆ์สาวกกลุ่มนี้ของพระพุทธเจ้า เป็นเพราะประทับใจ ทึ่ง ในความสงบสำรวมของพวกท่านทุกรูป ส่วนหนึ่งก็เพราะว่าการที่คน ๆ หนึ่งหรือคนคณะหนึ่งจะเดินเท้าเปล่าหรือจะเดินเท้าอย่างต่อเนื่องหลายอาทิตย์ แทบไม่มีวันหยุดพักเลย อันนี้ก็เป็นเรื่องที่น่าทึ่งอยู่แล้ว
“นี่ยังไม่ต้องพูดถึงว่าเจอความหนาวเหน็บนะ บางที บางวัน เดินท่ามกลางหิมะที่โปรยปราย โดยเฉพาะช่วงเดือนที่ธันวาคมและเดือนมกราคม ที่มีพายุหิมะ หนาวมาก แต่พระคณะนี้ก็เดิน เดินแบบที่ว่าไม่หวั่นเกรงต่อความหนาวเลย
“อันนี้แสดงถึงความวิริยะอุตสาหะ ความมุ่งมั่น ความอดทน
“แล้วบางท่านบางช่วงก็เดินเท้าเปล่า เท้าเปล่าจริง ๆ ไม่ได้ใส่รองเท้า โดยปกตินั้น แม้จะใส่รองเท้าในช่วงหน้าหนาว ก็ไม่วายจะทุกข์ทรมานมาก แต่ท่านก็เดิน เดินไม่หยุด แม้จะไม่มีคนมายืนต้อนรับสองข้างทางเหมือนช่วงที่อากาศไม่เลวร้ายมาก ท่านก็เดิน
“แล้วไม่ใช่แค่การกระทำที่น่าประทับใจ สารที่ท่านต้องการสื่อก็คือสันติภาพ สันติภาพนี้ท่านไม่ได้เรียกร้องให้สร้าง ท่านพูดให้ตระหนัก ตระหนักถึงความสำคัญของสันติภาพ สันติสุขภายในนั้นมีค่า ท่านพยายามพูดว่าที่จริงแล้วสันติสุขมีอยู่แล้วในใจเรา ไม่ต้องไปหาที่ไหน แล้วท่านยังพูดถึงความรัก ความเมตตากรุณา ซึ่งเดี๋ยวนี้ก็ลืมกันไปเยอะแล้ว และยังพูดถึงสติว่าสำคัญอย่างไร
“แต่ลำพังการเดินทรหด ก็ไม่จับใจผู้คนมากเท่ากับความสงบสำรวม
“ยิ่งท่านมีวัตรปฏิบัติที่ฝรั่งอาจจะนึกไม่ถึง เช่น ไม่จับเงินและไม่รับเงิน ฉันอาหารเฉพาะที่คนถวายให้ บางท่านก็ฉันในบาตร แล้วก็เดินอย่างสงบ ไม่มีการพูดคุยกัน เดินเรียงแถวอย่างเป็นระเบียบ อันนี้สะท้อนถึงภาวะภายใน อาการที่สงบสำรวมสะท้อนถึงภาวะภายในก็คือความสงบเย็นในจิตใจ คือท่านไม่ได้พูดเรื่องสันติภาพอย่างเดียว แต่ท่านแสดงให้ดูด้วย
“การที่แสดงให้เห็นจากการกระทำ มีความหมายที่จับใจผู้คนมาก บางทีไม่ต้องพูดอะไรเลยก็ได้ อย่างที่มักจะสอนกันว่า ทำให้ดู อยู่ให้เห็น เย็นให้สัมผัสได้ คนก็รู้สึกได้ว่า ความสงบที่ท่านเรียกร้องหรือท่านพูด ที่จริงก็แสดงอยู่แล้วจากกิริยาอาการของท่าน ก็เลยทำให้คนรู้สึกประทับใจมาก มาต้อนรับกันเป็นพันแทบทุกเมืองเลย
“อันนี้ก็เป็นอานิสงส์หรือพลานุภาพของความสงบสำรวม แม้ว่าจะไม่พูดอะไรมากแต่กิริยาอาการจับใจผู้คน ชี้ให้เห็นเลยว่าแค่ความสงบสำรวมของพระก็สามารถจะสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนได้ ไม่จำเป็นต้องมีความรู้มาก และไม่จำเป็นต้องพูดไพเราะ แต่ว่าขอให้มีความสงบสำรวม และแสดงถึงความมุ่งมั่น”
ด้านสกู๊ปของแอนเดอร์สัน คูเปอร์ 360 ช่องซีเอ็นเอ็น มอบของฝากกลับบ้านแก่ท่านผู้ชมว่า
“ในทุกวันนี้ เราอาจจะไม่ได้ยินผู้คนพูดถึงความเห็นอกเห็นใจและความเมตตากรุณากันในแวดวงการเมือง หรือแวดวงวัฒนธรรม แต่พระสงฆ์พุทธเหล่านี้เป็นความหวัง ก้าวย่างทั้งหลายของพวกท่านอาจจะไร้สุ้มเสียง แต่ก็ดูเหมือนว่าผู้คนได้ยินสารจากพวกท่านอย่างชัดเจน”
คอลัมน์ PLANET No.3
โดย รัศมี มีเรื่องเล่า
(ที่มา: รอยเตอร์ เอพี Anderson Cooper 360ช่องซีเอ็นเอ็น แอตแลนตา นิวส์ เฟิสต์ เดอะโพสต์แอนด์คูเรีย-โคลัมเบีย ยูเอสเอ ทูเดย์ )


