พลเอกแดน เคน ประธานคณะเสนาธิการร่วมของสหรัฐฯ เปิดเผยในวันจันทร์(2มี.ค.) กองทัพอเมริกากำลังเสริมกองกำลังในตะวันออกกลาง ส่งทหารและฝูงบินขับไล่เข้าไปยังภูมิภาค หลังสงครามของอเมริกาที่เปิดฉากโจมตีอิหร่านขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ ขณะเดียวกันทางรัฐมนตรีกลาโหม ก็ไม่ตัดความเป็นไปได้ในการส่งกองกำลังภาคพื้นเข้าไปในอิหร่าน
"งานนี้เพิ่งเริ่มต้นและจะเดินหน้าต่อไป" นายพลเคนกล่าว พร้อมระบุว่าฝูงบินรบเพิ่มเติมที่จะเดินทางถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า "จะเป็นสิ่งที่เราต้องการอยู่พอดี ในแง่ของแสนยานุภาพการสู้รบโดยรวมและความสามารถในการต่อสู้โดยรวม" อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้พูดอย่างชัดเจนว่ากองกำลังทั้งหมดนั้นมีขนาดใหญ่โตแค่ไหน
แม้คำพูดของนายพลเคน บ่งชี้ถึงการขยายขอบเขตยุทธการทางทหาร แต่ทาง พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหม ที่ยืนอยู่ข้างๆกันระหว่างการแถลงข่าวที่เพนตากอน ยืนยันว่าความขัดแย้งนี้จะไม่บานปลายสู่การสู้รบที่ยืดเยื้อยาวนาน เหมือนกับสงครามในอดีตที่ผ่านๆมาของสหรัฐฯในภูมิภาคแถบนี้ "นี่ไม่ใช่อิรัก มันไม่ใช่สงครามไม่มีจุดสิ้นสุด" เฮกเซธกล่าวอ้าง
การแถลงข่าวที่เพนตากอนในวันจันทร์(2มี.ค.) ถือเป็นการสื่อสารครั้งแรกของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นับตั้งแต่อเมริกาและอิสราเอลเริ่มลงมือโจมตีอิหร่านในวันเสาร์(28ก.พ.) ตอกย้ำภาะกลืนไม่เข้าคลายไม่ออกของสหรัฐฯ ในขณะที่พวกเขาเปิดฉากอีกสงครามหนึ่งในตะวันออกกลาง ที่ ทรัมป์ ยอมรับเองว่าอาจลากยาว 4 ถึง 5 สัปดาห์ หรือบางทีอาจนานกว่านั้น
นิวยอร์กไทม์สระบุว่า ด้วยที่ไม่เป้าหมายที่ชัดเจนอื่นๆ นอกเหนือจากบีบให้เตหะรานละทิ้งโครงการนิวเคลียร์ พวกเจ้าหน้าที่ในรัฐบาลทรัมป์กำลังดิ้นรนหาทางอธิบายเหตุผลกับประชาชนชาวอเมริกา ต่อการโจมตีอิหร่าน และการแถลงข่าวในวันจันทร์(2มี.ค.) ถือเป็นหนแรกที่พวกเจ้าหน้าที่ของทรัมป์ ต้องเผชิญกับภาระหนักในการหาคำชี้แจง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีมีกำลังพลอเมริกาเสียชีวิตไปแล้วอย่างน้อย 6 นาย
เฮกเซธ และนายพลเคน ยังได้พูดถึงกรณีที่เครื่องบินขับไล่F-15 ของอเมริกา 3 ลำ ถูก คูเวต ยิงตกโดยไม่ตั้งใจก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน "ผมทราบเกี่ยวกับความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับเครื่องบิน F-15E ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ 3 ลำ ในภูมิภาค" นายพลเคนกล่าว "ผมโล่งใจเป็นอย่างดีต่อความปลอดภัยของลูกเรือ และเรารู้ว่ามันไม่ใช่การยิงของศัตรู ในขณะที่ประเด็นนี้อยู่ระหว่างการสืบสวน ผมจะไม่ขอให้ความเห็นเพิ่มเติม"
เมื่อเร็วๆนี้ พวกเจ้าหน้าที่รัฐบาลคาดหมายว่าจะมีกองกำลังพลอเมริกาประสบความสูญเสีย ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตมากกว่านี้ ในเรื่องดังกล่าว เฮกเซธ กล่าวว่า "สงครามคือขุมนรก และมันเป็นเช่นนั้นมาตลอด" ส่วนนายพลเคน เสริมว่า ประเทศชาติผู้สำนึกในพระคุณ ขอเชิดชูเกียรติทหารอเมริกา 4 นายที่เราสูญเสียไปจนถึงตอนนี้" เขาระบุ พร้อมคาดหมายว่าสหรัฐฯจะต้องเผชิญกับความสูญเสียเพิ่มเติม
ระหว่างแถลงข่าว เฮกเซธ บอกว่าไม่มีทหารราบของสหรัฐฯในอิหร่าน แต่เขาไม่ตัดความเป็นไปได้ ในขณะที่นายพลเคนระบุสหรัฐฯอาจสู้รบยืดเยื้อกับอิหร่าน
ท่าทีของนายพลเคน มีขึ้นแม้เจ้าหน้าที่ทหารแสดงความกังวลในทางลับเกี่ยวกับกระสุนที่เหลืออยู่ในระดับต่ำ เพิ่มความเป็นไปได้ว่าเพนตากอนอาจจำเป็นต้องไปขุดคลังสำรองต่างๆ ที่สงวนไว้สำหรับความเป็นไปได้ที่จะเกิดความขัดแย้งในที่อื่นๆทั่วโลก
เฮกเซธ ยังได้กล่าวเหน็บแนมกฎการปะทะ ที่กำหนดขอบเขตการใช้กำลังของทหารและปกป้องพลเรือน โดยเรียกมันว่า "งี่เง่า" พร้อมระบุสหรัฐฯทิ้งบอมบ์อิหร่าน ก็เพื่อลงโทษอยาตอลเลาะห์ อาลี คอเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านและลัทธิบูชาความตายของเขา
ในการกล่าวอ้างถึงทรัมป์ เฮกเซธ ระบุว่า "เขาเตือนให้โลกรู้ พูดครั้งแล้วครั้งเล่าว่า ความเป็นอเมริกา มีความหมายว่าเป็นบางอย่างที่ไม่อาจทำลายได้ ถ้าคุณเข่นฆ่าชาวอเมริกา ถ้าคุณคุกคามชาวอเมริกา ไม่ว่าจะที่ไหนๆบนโลก เราจะไล่ล่าพวกคุณโดยปราศจากคำขอโทษ และโดยไม่ลังเล เราจะฆ่าพวกคุณ"
เฮกเซธ ใช้เวลาส่วนใหญ่ของการแถลงข่าว ตำหนิติเตียนบรรดาผู้สื่อข่าว ต่อการตั้งคำถามต่างๆนานา แทนที่จะตอบคำถามเหล่านั้น โดยครั้งที่มีผู้สื่อข่าวคนหนึ่งพูดขึ้นว่า "ประชาชนต้องการทราบว่า ลูกๆหลานๆทั้งผู้หญิงและผู้ชายของพวกเขา ถูกส่งไปทำสงครามเพื่ออะไร" และสอบถามเกี่ยวกับความกังวลกรณีความขัดแย้งอาจลุกลามสู่สงครามที่ลากยาว เฮกเซธ หันมาเผชิญหน้ากับผู้สื่อข่าวรายดังกล่าว
"คุณได้ฟังคำแถลงของผมหรือเปล่า?" เฮกเซธระบุ "เรารับประกันว่าภารกิจจะประสบความสำเร็จ เรามองการณ์ไกลมากๆดังเช่นที่ประธานาธิบดีเป็น ท่านต่างจากประธานาธิบดีคนอื่นๆ นโยบายโง่ๆในอดีต ได้ผลักเราอย่างขาดความยั้งคิด เข้าสู่สิ่งต่างๆที่เราไม่ได้ผูกตัดกับความเป็นจริง และเป้าหมายต่างๆที่ชัดเจน"
(ที่มา:นิวยอร์กไทม์ส)


