xs
xsm
sm
md
lg

‘อดีตมกุฎราชกุมาร’ผู้กำลังเฝ้ารอคอยให้ ‘สาธารณรัฐอิสลามของอิหร่าน’พังครืน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ไซมอน ธีโอบอลด์


กลุ่มผู้สนับสนุน เรซา ปาห์ลาวี อดีตมกุฎราชกุมารของอิหร่าน ชูโปสเตอร์ภาพของเขา ขณะที่ผู้คนเหล่านี้เข้าร่วมการชุมนุมครั้งใหญ่ ซึ่งจัดขึ้นให้ตรงกับ “เวทีประชุมความมั่นคงแห่งมิวนิก” ณ เมืองมิวนิก ทางตอนใต้ของเยอรมนี เมื่อวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา
(จากเอเชียไทมส์ https://asiatimes.com/2026/02/the-crown-prince-waiting-for-irans-islamic-republic-to-fall/)

The crown prince waiting for Iran’s Islamic Republic to fall
by Simon Theobald
27/02/2023

อดีตมกุฎราชกุมาร เรซา ปาห์ลาวี มีทั้งโรดแมป, คำนำ, และผู้สนับสนุนที่เป็นคนเชื้อสายอิหร่านซึ่งตั้งถิ่นฐานในต่างแดนจำนวนเป็นล้านๆ คน ทว่าวิสัยทัศน์ของเขาเกี่ยวกับอนาคตของอิหร่านกลับก่อให้เกิดคำถามมากกว่าที่จะให้คำตอบ

ตั้งแต่ตอนที่พวกนักการทูตของอิหร่านและสหรัฐฯพบปะกันในเจนีวาเพื่อการเจรจาอันสำคัญยิ่ง [1] ในการแสวงหาทางหลีกเลี่ยงสงครามซึ่งอาจจะปะทุขึ้นมา สำหรับพวกกลุ่มฝ่ายค้านอิหร่านที่ลี้ภัยอยู่นอกประเทศแล้ว พวกเขากำลังสูดได้กลิ่นหอมหวลของโอกาส

สาธารณรัฐอิสลามแห่งนี้ เผชิญกับวิกฤตการณ์ทางการเมืองครั้งใหญ่โตที่สุดนับตั้งแต่สถาปนาขึ้นเมื่อปี 1979 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กำลังคุกคามว่าจะเข้าโจมตีอยู่รอมร่อแล้ว [2] ถ้าหากอิหร่านไม่ยอมจำนนเรื่องโครงการนิวเคลียร์ของตน แล้วยังมีพวกผู้ประท้วงต่อต้านระบอบปกครองซึ่งยังคงออกมาชุมนุมกัน ถึงแม้เผชิญการปราบปรามอย่างโหดเหี้ยมของรัฐบาลซึ่งได้สังหารผู้คนไปน่าจะถึง 20,000 คน [3] แล้ว และเป็นไปได้ว่าจำนวนแท้จริงจะสูงยิ่งกว่านี้ [4] เสียอีก

การพูดจากันเกี่ยวกับอนาคตของอิหร่านภายหลังการพังครืนของระบอบปกครองอิสลาม ได้ขยายตัวออกไปอย่างกระตือรือร้นมากขึ้นเรื่อยๆ [5] และดูเหมือนยิ่งได้รับกำลังใจจากเสียงร้องตะโกน [6] คำขวัญว่า “พระเจ้าชาห์จงเจริญ” ซึ่งได้ยินได้ฟังระหว่างการประท้วงในอิหร่านบางครั้งบางคราว ขณะเดียวกันเสียงของพวกนิยมกษัตริย์ก็ดังกระหึ่มขึ้นในหมู่ผู้คนเชื้อสายอิหร่านซึ่งพำนักในต่างแดนทุกหนทุกแห่ง

แต่ว่าการหวนกลับคืนของพระเจ้าชาห์ เป็นสิ่งที่ชาวอิหร่านเรียกร้องต้องการกันจริงๆ หรือ และอะไรคือหนทางดีที่สุดสำหรับประเทศนี้กันแน่?

ฝ่ายนิยมกษัตริย์กำลังให้คำมั่นสัญญาอะไรบ้าง?

ระบอบกษัตริย์ของอิหร่านนั้นมีความเก่าแก่โบราณมาก ทว่าสำหรับราชวงศ์ปาห์ลาวี (Pahlavi dynasty) ซึ่งเป็นราชวงศสุดท้ายที่ปกครองประเทศนี้ เพิ่งก้าวขึ้นสู่อำนาจในปี 1925 เมื่อตอนที่ เรซา ข่าน (Reza Khan) ซึ่งเป็นทหารผู้หนึ่งในกองทัพ ได้โค่นล้มราชวงศ์ก่อนสำเร็จ

ข่าน ได้รับรองนำเอาชื่อ ปาห์ลาวี มาเป็นชื่อราชวงศ์ของเขา และพยายามนำอิหร่านเข้าใกล้ชิดยิ่งขึ้นกับบรรทัดฐานทางสังคมและทางเศรษฐกิจแบบตะวันตก พระองค์ยังทรงเป็นผู้นำซึ่งเผด็จการรวบอำนาจ ขึ้นชื่อลือชาจากการที่ห้ามสตรีแต่งกายโดยใช้ผ้าฮิญาบ (ผ้าคลุมศีรษะและลำคอของผู้หญิงมุสลิม) [7]  และในที่สุดแล้วพระองค์ได้ถูกสหราชอาณาจักรบังคับให้ต้องทรงลี้ภัยไปอยู่ต่างประเทศ ภายหลังจากสหราชอาณาจักรกับสหภาพโซเวียตเข้ารุกรานอิหร่าน (Anglo-Soviet invasion) [8] ในปี 1941 ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2

โมฮัมหมัด เรซา ปาห์ลาวี (Mohammad Reza Pahlavi) [9] พระราชโอรสของพระองค์ ได้ทรงพยายามสืบต่อการปฏิรูปต่างๆ ของพระราชบิดาต่อมาอีก ทว่าก็ทรงขึ้นชื่อว่าเป็นผู้เผด็จการรวบอำนาจทำนองเดียวกันพระราชบิดา พระเจ้าชาห์ โมฮัมหมัด เรซา ปาห์ลาวี ทรงเป็นประธานของคณะรัฐบาลที่แทบไม่ยอมอดทนอดกลั้นต่อผู้ที่แสดงความไม่เห็นด้วยเอาเลย ในที่สุดแล้วพระองค์ก็ทรงถูกขับไล่ออกนอกประเทศ ด้วยกระแสการคัดค้านอันใหญ่โตมหึมาระหว่างการปฏิวัติอิสลาม (Islamic Revolution) [10] ในปี 1979

เรซา ปาห์ลาวี (Reza Pahlavi) [11] มกุฎราชกุมารผู้นิราศไปลี้ภัยต่างประเทศตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น ปัจจุบันมีอายุ 65 ปี และกำลังได้รับการเชิดชูยกย่องจากผู้คนจำนวนมากในหมู่คนเชื้อสายอิหร่านในต่างแดนซึ่งพยายามโน้มน้าวให้เห็นว่า เขาคือบุคคลในฝ่ายค้านที่มีเครดิตสูงที่สุดและมองเห็นได้อย่างโดดเด่นที่สุด โดยที่มีความสามารถในการนำพาประเทศชาติ ถ้าหากเมื่อใดก็ตามที่สาธารณรัฐอิสลามพังทลายลงไป

กลุ่มนิยมกษัตริย์กลุ่มต่างๆ เป็นต้นว่า สหภาพแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยในอิหร่าน (National Union for Democracy in Iran หรือ NUFDI) [12] ซึ่งตั้งฐานอยู่ในสหรัฐฯ ได้กลายเป็นผู้สนับสนุนอย่างแข็งขันของ ปาห์ลาวี

ตอนต้นปี 2025 กลุ่ม NUFDI ได้เปิดการรณรงค์ที่ใช้ชื่อว่า “โครงการเพื่อความมั่งคั่งรุ่งเรืองของอิหร่าน” (Iran Prosperity Project) [13] โครงการนี้มีการร่วมมือประสานงานกันเป็นอย่างดีและสามารถทำให้เป็นที่สนอกสนใจของสื่อมวลชนได้อย่างชาญฉลาด การรณรงค์ครั้งนี้มุ่งเสนอสิ่งที่ทางกลุ่มอ้างว่าเป็น โรดแมปสำหรับการฟื้นฟูเศรษฐกิจในยุคหลังจากสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ตัว ปาห์ลาวี เองได้เขียนคำนำให้แก่เอกสารของโครงการนี้ด้วยตนเอง

จากนั้นในเดือนกรกฎาคม กลุ่มนี้ยังได้เผยแพร่เอกสารหนังสือเล่มเล็ก (จุลสาร) ที่ใช้ชื่อว่า “จุลสารว่าด้วยระยะฉุกเฉิน” (Emergency Phase Booklet) [14] กล่าวถึงวิสัยทัศน์สำหรับระบบการเมืองใหม่ในอิหร่าน

ถึงแม้เอกสารฉบับนี้เขียนขึ้นโดยใช้ภาษาถ้อยคำตามบรรทัดฐานประชาธิปไตยระดับระหว่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ แต่วิสัยทัศน์ที่เสนอออกมาก็มีการยกอำนาจอย่างมหาศาลให้แก่มกุฎราชกุมารผู้นี้ เขาถูกเรียกขานว่าเป็น “ผู้นำของการลุกฮือแห่งชาติ” [15] และได้รับสิทธิให้สามรรถวีโต้ทัดทานกระบวนการจัดตั้งสถาบันต่างๆ และการคัดเลือกตัวบุคคลต่างๆ ในคณะรัฐบาลชุดเปลี่ยนผ่านอำนาจ

สิ่งหนึ่งที่เอกสารนี้ขาดหายไป คือการตอบสนองเสียงเรียกร้องของชนกลุ่มน้อยชาวชาติพันธุ์จำนวนมากของอิหร่าน ที่ต้องการให้จัดตั้งรัฐบาลในรูปแบบสหพันธรัฐ [16] ขึ้นในประเทศนี้

ตรงกันข้าม ภายใต้แผนการที่ระบุในเอกสาร รัฐบาลจะยังคงมีลักษณะรวมศูนย์อำนาจอย่างสูงภายใต้ความเป็นผู้นำของปาห์ลาวี อย่างน้อยที่สุดก็จวบจนกระทั่งมีการจัดการลงประชามติ ซึ่งทางคณะผู้เขียนจุลสารเล่มนี้อ้างว่า จะเป็นตัวๆตัดสินชี้ขาดว่าระบอบปกครองจะเปลี่ยนไปเป็นระบอบกษัตริย์ที่มีรัฐธรรมนูญ หรือว่าเป็นสาธารณรัฐประชาธิปไตย

แต่ช่วยไม่ได้เลยที่สำหรับพวกนักศึกษาประวัติศาสตร์อิหร่านแล้ว พวกเขาย่อมชี้ให้เห็นว่ามันช่างเป็นเหมือนเสียงสะท้อนของสิ่งที่ได้เกิดขึ้นในการปฏิวัติอิสลามปี 1979 เสียจริงๆ ในตอนนั้น อยาตอลเลาะห์ รูฮอลเลาะห์ โคไมนี (Ayatollah Ruhollah Khomeini) ก็ให้สัญญา [17] ว่าจะมีอิหร่านที่เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น โดยที่จะมีรัฐธรรมนญฉบับใหม่ และปราศจากตัวเขาหรือพวกผู้นำทางศาสนาคนอื่นๆ ขึ้นครองอำนาจ

ทว่าหลังการปฏิวัติ โคไมนี ก็เข้ากุมอำนาจการปกครองเอาไว้อย่างรวดเร็ว

การโจมตีทางออนไลน์เล่นงานพวกคัดค้าน

ปาห์ลาวีและพวกผู้สนับสนุนของเขายังต้องพยายามอีกมากในการพิสูจน์ตนเองให้เห็นชัดว่า ยึดมั่นปฏิบัติตามหลักการต่างๆ ในเรื่องการอภิปรายถกเถียงด้วยความเคารพกัน และการอดทนอดกลั้นต่อทัศนะความคิดเห็นที่ต่างออกไป 

ในขณะให้สัมภาษณ์ ปาห์ลาวีจะหลีกเลี่ยงไม่พูดถึง [8] ลักษณะความเป็นเผด็จการรวบอำนาจของการปกครองของบิดาของเขา รวมทั้งการละเมิดสิทธิมนุษยชนด้านต่าง ๆซึ่งเกิดขึ้นใต้ระบอบปกครองดังกล่าว [19]

แต่ถ้าหาก ปาห์ลาวี มีความโน้มเอียงที่จะหลีกเลี่ยงพวกคำถามตอบยากๆ ทั้งหลายแล้ว บรรดาผู้สนับสนุนของเขากลับสามารถแสดงความก้าวร้าวออกมาได้มากกว่า โดยเฉพาะ ณ เวทีการประชุมความมั่นคงแห่งมิวนิก (Munich Security Conference) ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทั้งนี้ คริสเตียน อามันปูร์ (Christiane Amanpour) นักหนังสือพิมพ์ชาวสหราชอาณาจักร-อิหร่านชื่อดัง ได้สัมภาษณ์ [20] มกุฎราชกุมารผู้นี้

วิดีโอบันทึกรายการสัมภาษณ์ เรซา ปาห์ลาวี โดย คริสเตียน อามันปูร์

ภายหลังการสัมภาษณ์ครั้งนี้ การที่ อามันปูร์ ตั้งคำถามโหดๆ ยากๆ ให้ปาหลวีต้องตอบ ได้ส่งผลทำให้เกิดความโกรธเกรี้ยวระเบิดออกมาในหมู่พวกผู้สนับสนุนเขา ในคลิปวิดีโอคลิปหนึ่ง [21] ที่มีการแชร์อย่างกว้างขวางบนแพลตฟอร์มX สามารถมองเห็นพวกนิยมกษัตริย์ตะโกนก่อกวนขัดจังหวะ อาร์มันปูร์ โดยบอกว่าเธอ “ดูหมิ่น” มกุฎราชกุมาร

จากนั้นในเวทีถกเถียงกันทางออนไลน์ต่างๆ ภาษาถ้อยคำที่ใช้กันของพวกผู้สนับสนุนมกุฎราชกุมาร ยังมีลักษณะของการข่มขู่คุกคามกันยิ่งกว่านี้อีก

ระหว่างการสัมภาษณ์ครั้งนี้ อามันปูร์ ได้ถาม ปาห์ลาวี แบบตรงๆ ต่อหน้าต่อตากันเลยว่า เขาสามารถที่จะบอกให้พวกผู้สนับสนุนเขายุติการโจมตี “อย่างมุ่งสร้างความหวาดกลัว” เอากับชาวอิหร่านสามัญธรรมดาได้หรือไม่

ขณะที่เขาตอบวา เขาจะไม่อดทนอดกลั่นต่อการโจมตีกันทางออนไลน์ แต่เขาก็พูดด้วยว่า “ผมไม่สามารถควบคุมผู้คนเป็นล้านๆ ได้ ไม่สามารถควบคุมสิ่งที่พวกเขาพูดกันทางโซเชียลมีเดียได้ นอกจากนั้น แล้วใครจะไปทราบว่าพวกเขาเป็นคนจริงๆ หรือเปล่า”

ชาวอิหร่านต้องการระบอบกษัตริย์หรือไม่?

อย่างที่ผมได้เคยตั้งข้อสังเกตเอาไว้ในข้อเขียนก่อนหน้านี้ [22]  ขบวนการของกลุ่มนิยมกษัตริย์ยังพูดจาราวกับว่าพวกเขากำลังพูดแทนประเทศชาติทั้งประเทศโดยรวม

ทว่าระหว่างการประท้วงซึ่งเกิดขึ้นในระยะหลังๆ นี้ สามารถได้ยินพวกนักศึกษาบางคนที่ตะโกนคำขวัญ [23] ว่า “ไม่เอาระบอบกษัตริย์, ไม่เอาระบอบของนักการศาสนา, เอาประชาธิปไตยที่ทุกคนเท่าเทียมกัน”

ความสนับสนุนพระเจ้าชาห์ภายในอิหร่านมีมากน้อยแค่ไนหกันแน่ เป็นเรื่องที่ไม่มีใครทราบชัดเจน ส่วนหนึ่งเนื่องจากการสำรวจความผิดเห็นที่นั่นเป็นเรื่องลำบากยากเย็นจนขึ้นชื่อ

มีการสำรวจในปี 2024 ซึ่งดำเนินการโดยกลุ่มกามาน (GAMAAN) ที่เป็นองค์การจัดตั้งขึ้นโดยนักวิชาการอิหร่าน 2 คน ซึ่งกำลังทำงานอยู่ในเนเธอร์แลนด์ โดยพยายามที่จะวัด [24] อารมณ์ความรู้สึกทางการเมืองในอิหร่าน ผลออกมาว่ามีประมาณ 30% กว่าๆ เล็กน้อยของพวกที่ถูกสอบถาม บ่งบอกว่า ปาห์ลาวี จะเป็นทางเลือกอันดับแรกของพวกเขา ถ้าหากมีการจัดเลือกตั้งแบบเสรีและเป็นธรรมขึ้นมา

แต่การสำรวจนี้ไม่ได้ชี้ให้เห็นว่าทำไมคนเหล่านี้จึงบอกว่าพวกเขาต้องการออกเสียงให้แก่ปาห์ลาวี นอกจากนั้นมันยังแสดงให้เห็นว่าฝ่ายค้านอยู่ในสภาพแตกแยกกันมากมายถึงขนาดไหน โดยที่มีชื่ออีกหลายสิบชื่อทีเดียวซึ่งได้รับความสนับสนุนในระดับต่ำลงมา

อนาคตของอิหร่านไม่มีความชัดเจนเอามากๆ ในขณะนี้ แม้กระทั่งถ้าหากสาธารณรัฐอิสลามถูกขับไล่ออกไป –ซึ่งเรื่องนี้ยังคงเป็นคำถามแบบ “ถ้าหาก” นั่นคือสมมุติเอา เป็นอย่างมาก – การเปลี่ยนผ่านก็มีความเป็นได้มากที่จะอยู่ในสภาพวุ่นวายโกลาหละและเกิดความรุนแรง [25]

ปาห์ลาวี จะกลายเป็นผู้นำที่ดีได้หรือไม่? สำหรับนักวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก [26] แล้ว เมื่อดูจากพฤติกรรมของตัวเขา และของพวกผู้สนับสนุนเขา ทำให้ต้องตั้งคำถามเอากับคำมั่นสัญญาของพวกนิยมกษัตริย์ ในเรื่องอิหร่านที่จะมีเสรียิ่งขึ้นและอดทนอดกลั้นต่อความแตกต่างกันมากขึ้น

ไซมอน ธีโอบอลด์ เป็นนักวิจัย ซึ่งทำงานให้แก่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด สหราชอาณาจักร และ มหาวิทยาลัยนอเตอร์ดัม ออสเตรเลีย

ข้อเขียนนี้มาจากเว็บไซต์ เดอะ คอนเวอร์เซชั่น https://theconversation.com/ โดยสามารถติดตามอ่านข้อเขียนดั้งเดิมชิ้นนี้ได้ที่ https://theconversation.com/irans-exiled-crown-prince-is-touting-himself-as-a-future-leader-is-this-whats-best-for-the-country-276629)

เชิงอรรถ

[1] https://apnews.com/article/iran-us-war-geneva-talks-nuclear-a6b4d4bd0bfae5823cebf89b27ca992c
[2] https://www.abc.net.au/listen/programs/am/trump-plan-for-iran-unclear-despite-threats/106390030
[3]https://www.amnesty.org/en/latest/campaigns/2026/01/what-happened-at-the-protests-in-iran/
[4] https://time.com/7357635/more-than-30000-killed-in-iran-say-senior-officials/
[5] https://www.abc.net.au/news/2026-01-16/who-could-lead-iran-if-the-islamic-republic-falls/106221022
[6] https://www.youtube.com/watch?v=zeS_PvhkYLo
[7] https://www.newarab.com/news/explainer-long-historical-fight-over-hijab-iran
[8] https://www.rferl.org/a/1058759.html
[9] https://doi.org/10.1016/j.ajme.2015.11.002
[10] https://www.brookings.edu/articles/the-iranian-revolution-a-timeline-of-events/
[11] https://rezapahlavi.org/en
[12] https://nufdiran.org/
[13] https://fund.nufdiran.org/projects/ipp/
[14]https://fund.nufdiran.org/projects/ipp/research/emergency-phase-booklet/
[15]https://fund.nufdiran.org/projects/ipp/research/emergency-phase-booklet/
[16]https://www.atlanticcouncil.org/blogs/menasource/irans-minorities-and-policy-complexity-a-look-at-two-communities/
[17] https://en.radiofarda.com/a/iran-analysis-on-khomeini-islamic-revolution-broken-promises/29746146.html
[18]https://www.nytimes.com/2026/01/13/world/middleeast/iran-protests-shah-son-pahlavi.html
[19]https://www.nytimes.com/1979/06/18/archives/savak-agent-describes-how-he-tortured-hundreds-trial-is-in-a-mosque.html
[20] https://www.youtube.com/watch?v=piBcUolUBZ4
[21]https://x.com/Sisyphus1324921/status/2023881400727073222?ref_src=twsrc%255Etfw%257Ctwcamp%255Etweetembed%257Ctwterm%255E2023881400727073222%257Ctwgr%255E78293f2c9fface21e2e38a27ce3061e456e865b2%257Ctwcon%255Es1_c10&ref_url=https://www.balatarin.com/permlink/2026/2/18/6434183
[22] https://theconversation.com/do-all-iranians-hate-the-regime-hate-america-life-inside-the-country-is-more-complex-than-that-259554
[23] https://www.bbc.com/persian/articles/cge8q8w17xlo
[24] https://gamaan.org/wp-content/uploads/2025/08/Iranians-Political-Preferences-in-2024-GAMAAN-Report-English.pdf
[25] https://theconversation.com/facing-protests-and-new-threats-from-trump-is-the-iranian-regime-on-its-last-legs-272795
[26]https://www.aljazeera.com/features/2025/7/3/son-of-former-shah-loses-credibility-after-justifying-israels-war-on-iran