xs
xsm
sm
md
lg

นี่แค่น้ำจิ้ม! อิหร่านขู่ 'สหรัฐฯ-ยิว' เพิ่งใช้เศษเสี้ยวขีปนาวุธ ของจริงเตรียมเจอ 'อาวุธที่ไม่คาดฝัน '

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ที่ปรึกษาระดับสูงรายหนึ่งของผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิลสาม(IRGC) แห่งอิหร่าน เตือนในวันเสาร์(28ก.พ.) ห่าขีปนาวุธที่เตหะรานยิงออกไป เป็นตัวแทนแค่เศษเสี้ยวหนึ่งของความเข้มแข็งทางทหารโดยรวมของประเทศ และอิหร่านพร้อมสำหรับความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ

พลเอกอับราฮิม จับบารี กล่าวในถ้อยแถลงที่แข็งกร้าวผ่านสื่อมวลชนแห่งรัฐ ปฏิเสธผลกระทบของปฏิบัติการโจมตีร่วมสหรัฐฯและอิสราเอลที่มีต่อโครงสร้างพื้นฐานทางกลาโหมของประเทศ เขาอวดอ้างว่าขีปนาวุธหลายร้อยลูกที่พุ่งหาอิสราเอลและสินทรัพย์ต่างๆของอเมริกาในภูมิภาค ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ดึงมาจาก "ส่วนหลัง" ของคลังสำรองทางยุทธศาสตร์ของประเทศเท่านั้น

"ทรัมป์ ควรรู้ไว้ว่า ขีปนาวุธที่เรายิงออกไปในวันนี้ มาจากด้านหลังของคลังแสงของเราเท่านั้น" จับบารีระบุ "เร็วๆนี้ เราจะเปิดตัวอาวุธ ที่คุณไม่เคยพบเห็นมาก่อน"

คำขู่ของ จับบารี สะท้อนคำกล่าวอ้างของทาง กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิลสาม ที่เคยบ่งชี้ว่า อิหร่าน สามารถคงไว้ซึ่งศักยภาพการยิงขีปนาวุธโจมตีต่อเนื่องทุกๆวันเป็นเวลาสูงสุด 2 ปี โดยที่เมืองขีปนาวุธใต้ดินของพวกเขาก็จะยังคงอยู่ โดยสิ้นสภาพแต่อย่างใด

นายพลรายนี้อ้างว่ากองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม ยังไม่ได้ใช้งานเทคโนโลยีไฮเปอร์โซนิกล้ำสมัยที่สุดของพวกเขาด้วยซ้ำ หรือกระทั่งกองโดรนเต็มรูปแบบ ในการสู้รบปัจจุบัน แต่มันกับส่งผลกระทบอย่างหนักหน่วงไปแล้ว ทั้งในเทล อาวีฟ, อาบูดาบี และฐานทัพหลายแห่งของสหรัฐฯ ในอ่าวเปอร์เซีย

ทั้งนี้พลเอกจับบารี เน้นย้ำว่าขีปนาวุธทรงประสิทธิภาพที่สุดของอิหร่าน ยังคงได้รับการคุ้มกันอยู่ลึกลงไปใต้ดิน ฐานที่มั่นที่ได้รับการเสริมความเข้มแข็ง ที่เขาให้คำจำกัดความว่าอย่างมหึมา

"กองทัพของเราอยู่ในความพร้อมขั้นสูงสุด" พลเอกจับบารีกล่าว อ้างว่าการโจมตีระลอกเบื้องต้นของสหรัฐฯและอิสราเอล ล้มเหลวในการเจาะที่ตั้งด้านคลังจัดเก็บที่อ่อนไหวที่สุดของอิหร่าน

คำขู่เกี่ยวกับอาวุธ "ที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน" มีขึ้นตามหลังรายงานจากทบวงพลังงานสากล ที่ระบุว่าคณะผู้ตรวจสอบของพวกเขาถูกห้ามจากการเข้าถึงที่ตั้งหลายแห่งของอิหร่าน ก่อความกังวลแก่นานาชาติในแง่ที่ว่ามันอาจเป็นฐานปฏิบัติการสำหรับศักยภาพทางยุทธศาสตร์ใหม่ๆของเตหะราน

(ที่มา:รอยเตอร์/เอเจนซี/ไทม์สออฟอินเดีย)