สหรัฐฯและอิสราเอล เปิดการโจมตีเล่นงานอิหร่านครั้งทะเยอทะยานที่สุดในรอบหลายทศวรรษในวันเสาร์(28ก.พ.) และทั้ง 2 ชาติ กล่าวอ้างว่า อยาตอลเลาะห์ อาลี คอเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิตแล้ว ในปฏิบัติการดังกล่าว
ศพของคอเมเนอีถูกพบ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิสราเอลบอกกับรอยเตอร์ อย่างไรก็ตามสำนักข่าวทาสนิมและเมห์รของอิหร่าน ต่างรายงานว่าผู้นำสูงสุด "กำลังบัญชาการนามรบอย่างแน่วแน่และมั่นคง"
อิหร่าน เรียกการโจมตีว่าเกิดขึ้นโดยปราศจากการยั่วยุและไม่ชอบด้วยกฎหมาย พร้อมกับตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธเข้าใส่อิสราเอลและประเทศอื่นๆอีกอย่างน้อย 7 ชาติ ในนั้นรวมถึงบรรดาประเทศในอ่าวอาหรับ ซึ่งเป็นที่ตั้งของฐานทัพอเมริกา
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ซึ่งวางเดิมพันด้านนโยบายต่างประเทศครั้งใหญ่ที่สุดในฐานะผู้นำอเมริกา ทั้งที่เคยใช้กลยุทธ์ "ประธานาธิบดีแห่งสันติภาพ" หาเสียงจนได้รับเลือกตั้งกลับมาดำรงตำแหน่งอีกสมัย กล่าวว่า การโจมตีมีเป้าหมายยุติภัยคุกคามจากอิหร่านที่ยืดเยื้อมานานหลายทศวรรษ และรับประกันว่าเตหะรานจะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์
ทรัมป์ เรียกร้องให้กองกำลังความมั่นคงของอิหร่านวางอาวุธและเชื้อเชิญประชาชนชาวอิหร่านโค่นล้มรัฐบาล ครั้งที่การทิ้งระเบิดสิ้นสุดลง
ประธานาธิบดีสหรัฐฯให้สัมภาษณ์กับเอ็นบีซีนิวส์ในวันเสาร์(28ก.พ.) ว่า "ผู้นำระดับอาวุโสสุดของอิหร่านเสียชีวิตแล้ว" เขาเชื่อว่ารายงานข่าวการตายของคอเมเนอีนั้นถูกต้อง "เรารู้สึกว่าเรื่องราวดังกล่าวถูกต้อง"
เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล กล่าวว่ามีสัญญาณต่างๆมากมายบ่งชี้ว่า "คอเมเนอี ไม่อยู่แล้ว" และเรียกร้องให้ประชาชนชาวอิหร่านจัดการให้จบ เขากล่าวว่าเขตล้อมรั้วของคอเมเนอีถูกทำลาย ขณะที่บรรดาผู้บัญชาการของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่านและเจ้าหน้าที่นิวเคลียร์ระดับสูง ถูกสังหารเช่นกัน
แหล่งช่าวใกล้ชิดกับประเด็นนี้ 3 คน เปิดเผยกับรอยเตอร์ว่า อามีร์ นาซีร์ซาเดห์ รัฐมนตรีกลาโหม และ โมฮัมเมด ปัคปูร์ ผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน เสียชีวิตในปฏิบัติการโจมตีของอิสราเอล ส่วนสื่อมวลชนอิหร่านรายงานว่าลูกเขยและลูกสะใภ้ของคอเมเนอี เสียชีวิตเช่นกัน
ท่ามกลางเสียงระเบิดตูมสนั่นหวั่นไหวตามเมืองต่างๆทั่วอิหร่าน ที่ก่อความตื่นตระหนกในวงกว้าง อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธเข้าใส่อิสราเอลและบรรดาชาติต่างๆในอ่าวอาหรับ ที่เป็นที่ตั้งของฐานทัพสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตามหลังต้องเผชิญกับขีปนาวุธของอิหร่านหลายร้อยลูกและโดรนจำนวนมาก เพนตากอนยืนยันว่าไม่มีกำลังพลสหรัฐฯเสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บในปฏิบัติการนี้
กองทัพอิสราเอลเผยว่าเครื่องบินขับไล่ราว 200 ลำ สิ้นสุดภารกิจการบินครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ โจมตีโดนเป้าหมายต่างๆกว่า 500 แห่ง ในนั้นรวมถึงระบบป้องกันภัยทางยุทธศาสตร์ ที่ได้รับความเสียหายอยู่ก่อนแล้ว จากปฏิบัติการโจมตีเมื่อปีก่อน
โรงเรียนประถมหญิงล้วนแห่งหนึ่งในเมืองมินาบ ทางใต้ของอิหร่าน ถูกทิ้งบอมบ์เช่นกัน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 85 ราย ตามรายงานของสื่อมวลชนแห่งรัฐของเตหะราน อ้างคำกล่าวของอัยการท้องถิ่น อย่างไรก็ตามรอยเตอร์ไม่ยืนยันรายงานข่าวนี้ ส่วนกองทัพอิสราเอลยังไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าว
ในวิดีโอที่โพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์ ทรัมป์กล่าวอ้างถึงข้อพิพาทที่มีมาอย่างยาวนานหลายทศวรรษระหว่างวอชิงตันกับเตหะราน และการโจมตีของอิหร่าน ย้อนกลับไปเมื่อครั้งที่บุกยึดสถานทูตสหรัฐฯประจำกรุงเตหะราน ช่วงเหตุการณ์ปฏิวัติอิสลามปี 1979
ทรัมป์ บอกว่าปฏิบัติการครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อ "กำจัดภัยคุกคามจากระบอบอิหร่านที่ใกล้เข้ามาทุกขณะ" เขาเรียกร้องให้ประชาชนชาวอิหร่านหาที่กำบัง "เพราะระเบิดจะหล่นในทุกๆที่" อย่างไรก็ตามเขาบอกว่า "ครั้งที่เราจบงาน เข้าควบคุมรัฐบาลของคุณ มันจะเป็นหน้าที่ของพวกคุณ บางทีนี่อาจเป็นโอกาสเดียวของพวกคุณในช่วงหลายชั่วอายุคน"
อย่างไรก็ตามเขาถูกตอบโต้กลับจากสมาชิกพรรคเดโมแครต พรรคฝ่ายค้านและเหล่าสมาชิกรีพับลิกันของเขาบางส่วนในรัฐบาลสหรัฐฯ ผู้ซึ่งบอกว่ายุทธการที่ยืดเยื้อกับอิหร่าน จะไม่ชอบด้วยกฎหมายหากปราศจากการเห็นชอบจากสภาคองเกรส และบรรดาสมาชิกรัฐสภาอาจลงมติกันในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
เนทันยาฮู บอกว่าปฏิบัติการโจมตีร่วมของสหรัฐฯและอิสราเอล "ก่อเงื่อนไขต่างๆสำหรับประชาชนชาวอิหร่านผู้กล้าหาญ ที่จะกำหนดโชคชะตาด้วยมือของตนเอง" และ "ปลดแอกแห่งการกดขี่"
ในอิสราเอล เสียงไซเรนและการแจ้งเตือนทางโทรศัพท์มือถือดังระงมถูกส่งถึงชาวอิสราเอล ให้รีบหลบภัยการโจมตีทางอากาศ หลังอิหร่านโจมตีตอบโต้ด้วยห่าขีปนาวุธเป็นชุดๆ อย่างไรก็ตามไม่มีรายงานความเสียหายร้ายแรงหรือการบาดเจ็บล้มตายใดๆ
เสียงระเบิดยังดังสนั่นในอาบูดาบี เมืองหลวงของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ชาติผู้ผลิตน้ำมันและพันธมิตรใกล้ชิดของอเมริกา และได้ยินเสียงระเบิดตูมสนั่นในดูไบ เมืองเอกด้านธุรกิจ โดยมีรายงานหนึ่งในย่านโรงแรมหรูหราของเมือง ถูกอิหร่านโจมตีแก้แค้นเช่นกัน
ส่วนบาห์เรน ยืนยันว่าศูนย์บริการแห่งหนึ่งของกองเรือที่ 5 แห่งกองทัพเรือสหรัฐฯ ซึ่งเป็นฐานทัพของกองกำลังทางเรือหลักของอเมริกาในภูมิภาค ถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธ ขณะที่ภาพในคลิปวิดีโอพบเห็นกลุ่มควันมหึมาลอยพวยพุ่งใกล้ๆกับชายฝั่งของประเทศ
กาตาร์ บอกว่าสอยร่วงขีปนาวุธทุกลูกที่พุ่งเล่นงานประเทศของพวกเขา และขอสงวนสิทธิ์ในการตอบโต้ ขณะที่ คูเวต ยืนยันมีขีปนาวุธลูกหนึ่งโจมตีฐานทัพสหรัฐฯแห่งหนึ่งในประเทศของพวกเขาเช่นกัน
(ที่มา:รอยเตอร์)


