xs
xsm
sm
md
lg

ชักได้กลิ่นสงคราม! 'ทรัมป์' เปรยอาจต้อง 'ใช้กำลัง' หลังเจรจานิวเคลียร์อิหร่านยังไม่คืบ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ แสดงความผิดหวังในวันศุกร์ (27 ก.พ.) เกี่ยวกับการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านเรื่องโครงการนิวเคลียร์ พร้อมเตือนเป็นนัยๆ ว่า "บางครั้งคุณต้องใช้กำลัง" ท่ามกลางการวางกำลังทหารจำนวนมากในภูมิภาค ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงแผนการโจมตีสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน

ทรัมป์ ได้เพิ่มแรงกดดันทั้งทางการทูตและทางทหารต่ออิหร่านในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมานับตั้งแต่มีการปราบปรามผู้ประท้วงในอิหร่าน โดยพยายามบีบให้ผู้ปกครองเตหะรานละทิ้งอาวุธนิวเคลียร์ และกิจกรรมอื่นๆ ที่วอชิงตันมองว่าบ่อนทำลายความมั่นคง

หลังการเจรจารอบล่าสุดในวันพฤหัสบดี (26) ที่เจนีวาจบลงโดยไม่มีข้อตกลง ความอดทนของ ทรัมป์ ดูเหมือนจะเริ่มหมดลงไปด้วย แม้จะบอกว่ายังไม่ได้ตัดสินใจขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับการใช้กำลังก็ตาม

"พวกเขาไม่อยากพูดคำสำคัญออกมา นั่นคือ 'เราจะไม่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์' " ทรัมป์กล่าวในวันศุกร์ (27) ก่อนงานอีเวนต์ในเมืองคอร์ปัสคริสตี รัฐเทกซัส "ดังนั้น ผมจึงไม่พอใจกับผลการเจรจา"

อิหร่านยืนกรานปฏิเสธว่าไม่ได้พยายามพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ และต้องการให้ข้อตกลงใดๆ ก็ตามครอบคลุมถึงการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ต่ออิหร่านด้วย

คำพูดของ ทรัมป์ มีขึ้นหลังจากที่การเจรจาระหว่าง สตีฟ วิตคอฟฟ์ และ จาเร็ด คุชเนอร์ กับเจ้าหน้าที่อิหร่านที่เจนีวาสิ้นสุดลงโดยไม่มีข่าวคราวเกี่ยวกับข้อตกลงใดๆ แม้ว่า ซัยยิด บาดร์ อัลบูไซดี รัฐมนตรีต่างประเทศโอมาน ซึ่งรับหน้าที่เป็นผู้ไกล่เกลี่ย จะออกมาให้สัมภาษณ์ว่าการเจรจามีความคืบหน้าอย่างมากก็ตาม

อัลบูไซดี กล่าวกับ CBS เมื่อวันศุกร์ (27) ว่า "ข้อตกลงสันติภาพอยู่ในมือเรา...หากเราปล่อยให้การทูตมีพื้นที่ที่จำเป็นในการไปถึงจุดนั้น"

อัลบูไซดี ระบุด้วยว่า อิหร่านได้ตกลงในหลักการแล้วว่าจะไม่มีวัสดุนิวเคลียร์ใดๆ ที่สามารถนำไปใช้สร้างอาวุธได้ และเสริมว่า "หากเราสามารถควบคุมสิ่งนั้นและต่อยอดได้ ผมคิดว่าข้อตกลงอยู่ในมือเรา"

กองกำลังทหารขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ รวมถึงกลุ่มเรือบรรทุกเครื่องบิน 2 กลุ่ม กำลังลอยลำอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลางเพื่อรอคำสั่งจาก ทรัมป์

แม้ยังไม่ชัดเจนว่า ทรัมป์ จะตัดสินใจขั้นสุดท้ายเมื่อใด แต่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ จะหารือกับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอลในวันอาทิตย์ (1 มี.ค.) และวันจันทร์ (2)

สหรัฐฯ เข้าร่วมปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลต่ออิหร่านในเดือน มิ.ย. ปีที่แล้ว โดยโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ที่สำคัญหลายแห่ง

เมื่อถูกถามเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการใช้กำลัง ทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐฯ มีกองทัพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

“ผมอยากจะไม่ใช้มัน แต่บางครั้งคุณก็ต้องใช้” เขากล่าว

ทรัมป์ บอกด้วยว่าจะมีการหารือเพิ่มเติมเกี่ยวกับอิหร่านในภายหลังของวันนั้น ซึ่งเขาไม่ได้ระบุว่ากับใคร แต่โอมานซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ไกล่เกลี่ยระหว่างสองประเทศได้ส่งรัฐมนตรีต่างประเทศไปยังวอชิงตันในวันศุกร์ (27) เพื่อหารือเกี่ยวกับประเด็นนี้กับรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เจดี แวนซ์ ตามแหล่งข่าวที่คุ้นเคยกับเรื่องนี้

ขณะเดียวกัน รัฐมนตรี รูบิโอ ระบุในคำแถลงเมื่อวันศุกร์ (27) ว่า กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ได้กำหนดให้ประเทศอิหร่านเป็น “รัฐที่สนับสนุนการกักขังโดยมิชอบ” (State Sponsor of Wrongful Detention) พร้อมชี้ว่าตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา อิหร่านได้กักขังชาวอเมริกันและพลเมืองของประเทศอื่นๆ โดยมิชอบ “เพื่อใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองต่อรองกับรัฐอื่นๆ” พร้อมเสริมว่า สหรัฐฯ อาจพิจารณามาตรการเพิ่มเติม รวมถึง “ข้อจำกัดการเดินทางทางภูมิศาสตร์เกี่ยวกับการใช้หนังสือเดินทางสหรัฐฯ เพื่อไปยัง ผ่าน หรือออกจากอิหร่าน”

แหล่งข่าวที่ได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการหารือภายในทำเนียบขาวบอกกับรอยเตอร์ว่า ทรัมป์ “มองเห็นทุกทางเลือกที่อยู่ตรงหน้าอย่างชัดเจน”

แหล่งข่าวระบุว่า คนในรัฐบาล ทรัมป์ ยอมรับกันว่าการจัดการกับอิหร่านคงจะยากกว่าการที่สหรัฐฯ บุกจับกุม นิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา และยังมีความรู้สึกในแง่ลบภายในว่าการเจรจาจะประสบผลสำเร็จหรือไม่

"ไม่มีใครมองการเจรจาครั้งนี้ในแง่ดีมากนัก" แหล่งข่าวเผย

ที่มา: รอยเตอร์