xs
xsm
sm
md
lg

ต้องลุ้น! เจรจาอิหร่าน-สหรัฐฯรอบ 3 เปิดฉากท่ามกลางศึกน้ำลาย เตหะรานชี้ทรัมป์‘โกหกคำโต’ขณะ‘รูบิโอ-แวนซ์’ข่มขู่ไม่เลิก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ยูเอสเอส เจอรัลด์ อาร์ ฟอร์ด เรือบรรทุกเครื่องบินลำใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ เดินทางออกจากอ่าวซูดา ของเกาะครีต  เกาะริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียนของกรีซ ในวันพฤหัสบดี (26 ก.พ.) โดยเข้าใจกันว่ากำลังเคลื่อนเข้าสู่ตะวันออกกลาง  ทั้งนี้ในภูมิภาคดังกล่าว สหรัฐฯมีเรือบรรทุกเครื่องบินอีก 1 ลำ คือ ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น เข้าไปก่อนแล้ว
อเมริกา-อิหร่านจัดการเจรจารอบสามที่เจนีวาในวันพฤหัสฯ (26 ก.พ.) ท่ามกลางการข่มขู่ของวอชิงตันที่ว่า เป็นโอกาสครั้งสุดท้ายเพื่อหลีกเลี่ยงสงคราม ขณะที่ทางสหรัฐฯดำเนินการสร้างสมแสนยานุภาพในตะวันออกกลาง จนมีขนาดใหญ่ที่สุดในรอบระยะเวลาหลายสิบปี

การเจรจาหารือ ซึ่งมีโอมานทำหน้าที่เป็นคนกลางคราวนี้ เกิดขึ้นหลังจาก โดนัลด์ ทรัมป์ ข่มขู่ครั้งแล้วครั้งเล่าว่าจะโจมตีอิหร่าน โดยที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯผู้นี้กล่าวในวันพฤหัสบดีที่แล้วว่า ให้เวลาเตหะราน 15 วันสำหรับการบรรลุข้อตกลง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะผู้แทนทั้งของสหรัฐฯและของอิหร่านได้เดินทางไปถึงสถานที่เจรจา ซึ่งก็คือที่พักของเอกอัครราชทูตโอมาน ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ภายหลังเกิดการประท้วงโดยกลุ่มผู้ลี้ภัยชาวอิหร่าน ด้วยการโยนวัตถุต่างๆ เข้าใส่ขบวนรถยนต์ของฝ่ายอิหร่าน ทั้งนี้ ผู้เจรจาของทั้งสองฝ่ายน่าจะเป็นชุดเดิม นั่นคือ สตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษของสหรัฐฯ และจาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของ ทรัมป์ ขณะที่ฝ่ายอิหร่านนำโดยรัฐมนตรีต่างประเทาศ อับบาส อารักชี

จากนั้น รัฐมนตรีต่างประเทศ บาดร์ อัลบูไซดี ของโอมาน ยืนยันว่าการเจรจาได้เริ่มขึ้นแล้ว เวลาต่อมาเขาแถลงว่าการพูดจามีการหยุดพักช่วงหนึ่ง แต่กำหนดจะเริ่มขึ้นอีกในเวลาต่อไปของวันเดียวกันนี้

ก่อนหน้าจะเปิดการเจรจากันรอบนี้ เตหะรานได้ออกตอกกลับทรัมป์ว่า ในระหว่างการปราศรัยแถลงนโยบายประจำปีของสหรัฐฯคืนวันอังคาร (24) ได้ “โกหกคำโต” ทั้งเรื่องขีปนาวุธและตัวเลขผู้เสียชีวิตในเหตุประท้วงเมื่อต้นปี

ทั้งนี้ระหว่างการปราศรัยดังกล่าว ทรัมป์ย้ำความเป็นไปได้ในการโจมตีอิหร่านโดยบอกว่า ต้องการใช้แนวทางการทูตก่อน แต่จะไม่ยอมให้เตหะรานพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

ทรัมป์ยังกล่าวหาว่า อิหร่านพัฒนาขีปนาวุธที่อาจเป็นภัยคุกคามต่อยุโรปและฐานทัพของอเมริกาในต่างแดน รวมทั้งกำลังพัฒนาขีปนาวุธที่สามารถโจมตีไกลถึงอเมริกา

เวลานี้อเมริกาเสริมกำลังในตะวันออกกลางครั้งใหญ่ที่สุดนับจากการรุกรานอิรักในปี 2003 โดยทรัมป์ส่ง หมู่เรือโจมตีที่นำโดยเรือบรรทุกเครื่องบินจำนวน 2 หมู่ พร้อมพวกเรือพิฆาตคุ้มกัน ตลอดจนยังมีเรือรบเพิ่มเติมทั้งเรือพิฆาต และเรือโจมตีชายฝั่ง เข้าสู่ภูมิภาคนี้แล้ว ขณะที่พวกเครื่องบินรบ นอกเหนือจากที่ประจำบนเรือบรรทุกเครื่องบิน 2 ลำดังกล่าว ยังมีการเพิ่มเติมเข้าไปยังฐานทัพภาคพื้นดินหลายแห่ง เช่นที่อิสราเอล ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อกดดันให้อิหร่านยอมอ่อนข้อในการเจรจา แต่ขณะเดียวก็กระตุ้นความกังวลว่า ความขัดแย้งอาจลุกลาม

คืนวันพุธ (25 ) มาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ออกมากล่าวเตือนว่า หากอิหร่านไม่ยอมเจรจาเรื่องโครงการขีปนาวุธทิ้งตัว จะถือเป็น “เรื่องใหญ่” ที่ต้องได้รับการจัดการในท้ายที่สุด เนื่องจากขีปนาวุธดังกล่าวได้รับการออกแบบมาเพื่อโจมตีอเมริกาโดยเฉพาะ และเป็นภัยคุกคามต่อเสถียรภาพในตะวันออกกลาง ทั้งนี้ อิหร่านยืนกรานว่าการเจรจาคราวนี้จะพูดกันเรื่องโครงการนิวเคลียร์เท่านั้น

ด้านรองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ ของสหรัฐฯ ก็ออกมาเตือนอิหร่านให้พิจารณาคำขู่ของทรัมป์อย่างจริงจัง และย้ำว่า ผู้นำสหรัฐฯ มีสิทธิ์ใช้ปฏิบัติการทางทหารเพื่อขัดขวางไม่ให้รัฐที่เลวร้ายและวิกลจริตที่สุดในโลกมีอาวุธนิวเคลียร์

ทางด้านอิหร่าน รัฐมนตรีต่างประเทศ อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศ กล่าวในวันพธถึงการเจรจาที่เจนีวาว่า เป็นโอกาสครั้งประวัติศาสตร์ และข้อตกลงใกล้ลุล่วงแล้ว ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศโอมานแถลงบน X ว่า อารักชีและอัลบูไซดีได้หารือเกี่ยวกับข้อเสนอของอิหร่านเมื่อค่ำวันพุธ และอัลบูไซดีมีกำหนดนำข้อเสนอดังกล่าวไปถ่ายทอดให้ทีมเจรจาของอเมริการับทราบในช่วงเช้าวันพฤหัสฯ

อารักชีเสริมว่า ความสำเร็จในการเจรจาขึ้นอยู่กับความจริงจังของฝั่งสหรัฐฯ และการหลีกเลี่ยงการแสดงพฤติกรรมและจุดยืนที่ขัดแย้งกัน

ต่อมาในวันพฤหัสฯ ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน แถลงว่า อยาตอลลาห์ อาลี คอเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านได้สั่งแบนอาวุธที่มีอำนาจทำลายล้างสูง ซึ่งเป็นการย้ำคำประกาศเมื่อต้นทศวรรษ 2000 และเป็นการยืนยันว่า เตหะรานจะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

ผู้นำอิหร่านยืนยันว่า โครงการนิวเคลียร์ของตนอยู่ภายในขอบเขตสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ที่ให้สัตยาบันรับรองเมื่อปี 1970 ที่อนุญาตให้ดำเนินการโครงการนิวเคลียร์ด้านพลเรือน แต่ต้องไม่ยุ่งเกี่ยวกับอาวุธปรมาณู และต้องให้ความร่วมมือกับทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (ไอเออีเอ)

ทางด้านเอสมาอิล บาเกรี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ประกาศว่า หัวข้อการเจรจาจะโฟกัสที่ประเด็นนิวเคลียร์ และเตหะรานจะผลักดันให้มีการยกเลิกมาตรการแซงก์ชัน รวมทั้งยืนยันสิทธิ์ในการใช้พลังงานนิวเคลียร์อย่างสันติ

เขายังบอกว่า ราฟาเอล กรอสซี ผู้อำนวยการไอเออีเอ มีแนวโน้มเข้าร่วมด้วยเพื่อช่วยผลักดันการหารือประเด็นทางเทคนิค

อนึ่ง เมื่อวันพุธ บาเกรีได้ตอกกลับข้อกล่าวหาของอเมริกา และเปรียบเทียบทรัมป์กับโจเซฟ เกิบเบลส์ รัฐมนตรีโฆษณาชวนเชื่อของอะดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้นำนาซี

บาเกรีกล่าวหาทรัมป์และคณะบริหารว่า “โกหกคำโต” ด้วยการบิดเบือนและปล่อยข้อมูลเท็จเพื่อให้ร้ายอิหร่าน ทั้งเรื่องโครงการนิวเคลียร์ ขีปนาวุธทิ้งตัว หรือจำนวนผู้เสียชีวิตในการประท้วงเดือนม.ค.

ทั้งนี้ จากข้อมูลที่อิหร่านเผยแพร่ต่อสาธารณชน ขีปนาวุธของเตหะรานมีพิสัยทำการไกลสุดเพียง 2,000 กม. ขณะที่หน่วยงานวิจัยของรัฐสภาสหรัฐฯ ก็ประเมินว่า พิสัยไกลสุดของขีปนาวุธอิหร่านอยู่ที่ราว 3,000 กม. หรือไม่ถึง 1 ใน 3 ของระยะทางจากอิหร่านถึงอเมริกา

นอกจากนั้นเมื่อวันอังคาร ทรัมป์ยังระบุว่า มีผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ประท้วงอิหร่านเดือนที่แล้วอย่างน้อย 32,000 คน ขณะที่สำนักข่าวนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนที่มีฐานอยู่ในอเมริกาและเป็นแหล่งข้อมูลที่ฝ่ายตะวันตกเชื่อถือระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้เสียชีวิตกว่า 7,000 คน แต่เชื่อว่า ตัวเลขจริงน่าจะสูงกว่านั้น ส่วนรัฐบาลอิหร่านระบุตัวเลขเพียง 3,117 คน

(ที่มา: เอเอฟพี/รอยเตอร์/เอพี)