xs
xsm
sm
md
lg

แถไม่ออก!'ฮุน มาเนต'รับศูนย์สแกมช่วยกระตุ้นกิจกรรมธุรกิจ แต่ตอนนี้กำลังทำลายเศรษฐกิจกัมพูชา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ยอมรับระหว่างให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันพุธ(25ก.พ.) ศูนย์สแกมทั้งหลายกำลังทำลายเศรษฐกิจของประเทศ และก่อชื่อเสียงแย่ๆแก่ประเทศ อย่างไรก็ตามเขาตอบโต้คำกล่าวหาที่ว่ารัฐบาลเขมรสมรู้ร่วมคิดกับอาชญากรรมระดับโลกดังกล่าว

กัมพูชากลายมาเป็นจุดรวมตัวของแก๊งอาชญากรรม ที่ควบคุมอุตสาหกรรมฉ้อโกงมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งพบเห็นพวกสแกมเมอร์ล่อลวงผู้ใช้อินเตอร์เน็ตทั่วโลก ให้ตกเป็นเหยื่อความสัมพันธ์รักใคร่แบบหลอกๆ รวมไปถึงการลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซี

"เครือข่ายสแกม ที่เราเรียกว่าเศรษฐกิจนอกระบบ กำลังทำลายเศรษฐกิจที่โปร่งใสและยุติธรรมของเรา และนำมาซึ่งชื่อเสียงแย่ๆแก่กัมพูชา" ฮุน มาเนต บอกกับเอเอฟพี พร้อมบอกว่ามันกำลังทำร้ายการท่องเที่ยวและการลงทุน "นี่คือเหตุผลว่า ทำไมเราถึงจำเป็นต้องชำระล้างกำจัดมันออกไป"

การปราปรามได้นำมาซึ่งการจับกุมผู้ต้องสงสัยหลายพันคน เอเอฟพีอ้างอิงข้อมูลจากเจ้าหน้าที่รัฐบาล และเมื่อเร็วๆนี้ได้มีการส่งตัวอดีตที่ปรึกษาระดับสูงของผู้นำกัมพูชา ในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนไปยังจีน อย่างไรก็ตามพวกผู้เชี่ยวชาญบางส่วน ตั้งคำถามเกี่ยวกับความจริงจังในความพยายามดังกล่าว โดยชี้ถึงคำกล่าวอ้างที่ว่ามีความเชื่อมโยงกันระหว่างพวกเจ้าหน้าที่กัมพูชากับเครือข่ายไซเบอร์สแกม

ฮุน มาเนต ซึ่งก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีกัมพูชา แทน ฮุน เซน บิดาของเขา ในปี 2023 ยอมรับว่าอาชญากรรมดังกล่าวช่วยส่งเสริมกิจกรรมทางเศรษฐกิจบางอย่างในทางอ้อม และมอบตำแหน่งงานภายในประเทศ แต่ปฏิเสธว่ากัมพูชาไม่ได้กอบโกยผลประโยชน์จากอาชญากรรมนี้

"ใช่ ศูนย์สแกม อาจก่อผลลัพธ์โดยตรงบางอย่างต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ ต่อการลงทุนบางอย่าง การก่อสร้าง การซื้อ แนวทางการสร้างศูนย์ต่างๆ" เขากล่าว "แต่กระบวนการทั้งหมดไม่ได้เกี่ยวข้องกับรัฐบาลกัมพูชา" นายกรัฐมนตรีกัมพูชาระบุ

กัมพูชา เป็นที่ตั้งของศูนย์สแกมหลายสิบแห่ง และมีคนงานประมาณ 100,000 คน จำนวนมากเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ ที่ถูกล่อลวงบังคับขู่เข็ญให้กระทำผิดฉ้อโกงทางออนไลน์

รายงานฉบับหนึ่งเมื่อปี 2024 ของสถาบันสันติภาพแห่งสหรัฐฯ คาดการณ์ว่าผลตอบแทนของสแกมไซเบอร์กัมพูชา สูงทะลุ 12,500 ล้านดอลลาร์ต่อปี หรือราวครึ่งหนึ่งของจีดีพีอย่างเป็นทางการของประเทศ แต่ ฮุน มาเนต ยืนกรานว่าเศราฐกิจกัมพูชาไม่ได้พึ่งพาสแกม "ผู้คนมากมายพูดว่า จีดีพีกัมพูชาพึ่งพาสแกม ไม่ เราพุ่งพาเศรษฐกิจบริสุทธิ์ อย่างเช่นการท่องเที่ยว การผลิตและอื่นๆ"

พวกปฏิบัติการสแกมมาจากประเทศต่างๆในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บางส่วนดำเนินการด้วยความสมัครใจ แต่จำนวนมากเป็นชาวต่างชาติที่ถูกล่อลวงมาก และโดนบังคับให้ทำงานภายใต้คำขู่ทรมาน

เมื่อปีที่แล้ว ได้มีการปราบปรามขนานใหญ่ที่ผลักดันโดยจีน ประเทศที่มีอิทธิพลสูงลิ่วทั้งทางเศรษฐกิจและทางการทูตในภูมิภาค ปฏิบัติการดังกล่าวพบเห็นคนงานสแกมหลายหมื่นคนถูกปล่อยตัวออกมาจากศูนย์สแกมทั้งหลายทั้งในพม่าและกัมพูชา และส่งตัวกลับประเทศ จำนวนมากในนั้นถูกส่งตัวกลับไปยังจีน

ความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ที่สุดจนถึงตอนนี้ เกิดขึ้นเมื่อเดือนมกราคม ครั้งที่มีการจับกุม เฉิน จื้อ มหาเศรษฐีสัญชาติกัมพูชาที่เกิดในจีน ในกัมพูชา พร้อมกับมีการส่งตัวในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนไปยังจีน

ก่อนหน้าการจับกุม เฉิน ถูกฟ้องร้องดำเนินคดีโดยพวกเจ้าหน้าที่สหรัฐฯในเดือนธันวาคม และดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาของทั้ง ฮุน มาเนต และ ฮุนเซน

"ผมไม่รู้ว่าเขาเป็นหัวหน้าแก๊ง" ฮุน มาเนต กล่าวอ้างกับเอเอฟพี ในบรัสเซลส์ ดินแดนที่เขาแวะเยี่ยมเยือน ส่วนหนึ่งในการเดินทางเยือนนานาชาติ เพื่อขอแรงสนับสนุนทางการทูต ท่ามกลางความขัดแย้งด้านชายแดนกับไทย

ฮุน มาเนต อ้างว่าการตรวจสอบภูมิหลังของ เฉิน จื้อ ไม่พบสัญญาณความน่ากังวลใดๆ เน้นว่ากลุ่มธุรกิจปรินซ์กรุ๊ปของเฉิน จื้อ ซึ่งเจ้าหน้าที่สหรัฐฯบอกว่าถูกใช้ปกป้องอาณาจักรฉ้อโกงไซเบอร์อันมโหฬาร ก็เข้าไปประกอบกิจการในมากมายหลายประเทศ ในนั้นรวมถึงสหราชอาณาจักร

อัยการสหรัฐฯเผยก่อนหน้านี้ว่า นับตั้งแต่ปี 2025 ปรินซ์กรุ๊ป ปฏิบัติการธุรกิจในประเทศต่างๆมากกว่า 30 ชาติทั่วโลก ภายใต้หน้าหากของธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมายต่างๆนานา ไม่ว่าจะเป็นอสังหาริมทรัพย์ บริการด้านการเงินและธุรกิจอุปโภคบริโภค

ฮุน มาเนต ชี้แจงว่า ก่อนหน้าที่ เฉิน จื้อ จะถูกกล่าวหา สำหรับกัมพูชาแล้ว เขาเป็นเพียงนักธุรกิจ ที่มีส่วนสนับสนุนเศรษฐกิจ "ไม่ว่าจะกิจกรรมใดก็ตาม เราไม่รู้เลย" นายกรัฐมนตรีกัมพูชากล่าว พร้อมอ้างว่าพวกเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการในทันที ครั้งที่ทราบเกี่ยวกับคำกล่าวหามีการกระทำผิด

(ที่มา:เอเอฟพี)