เม็กซิโกเผยวันจันทร์ (23 ก.พ.) เบาะแสเกี่ยวกับการนัดพบสาวของ เนเมซิโอ โอเซเก-รา นำไปสู่การบุกจับกุมและสังหารเจ้าพ่อแก๊งค้ายาตัวเอ้ผู้นี้ในสถานที่กบดาน ณ เมืองตาปัลปา รัฐฮาลิสโก เมื่อเช้าวันอาทิตย์ (22) ซึ่งจุดชนวนให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงทั่วประเทศ
ทางการเม็กซิโกเผยว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 62 คนในเหตุการณ์บุกจับกุมโอเซเก-รา หรือ ที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในฉายาว่า “เอล เมนโช” ตลอดจนเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นตามมา ในจำนวนนี้รวมถึงสมาชิกกองกำลังป้องกันชาติ 25 นาย และผู้ต้องสงสัยเป็นสมาชิกแก๊ง 34 คน ขณะที่กลุ่มสมุนที่จงรักภักดีโอเซเก-รา ออกอาละวาดจุดไฟเผารถและปิดถนน 85 จุดในกว่า 10 รัฐของเม็กซิโก
ประธานาธิบดีคลอเดีย เชนบาม แถลงเมื่อเช้าวันจันทร์ (23 ก.พ.) ว่า สถานการณ์กลับสู่ปกติ และทางการสามารถควบคุมเรื่องการปิดถนนได้แล้ว
อย่างไรก็ตาม เม็กซิโกยังคงส่งทหารอีก 2,000 นายไปเสริมกำลังในรัฐฮาลิสโก ซึ่งเป็นที่มั่นสำคัญของแก๊ง ฮาลิสโก นิว เจเนอเรชัน คาร์เทล (CJNG) ของโอเซเก-รา อันเป็นกลุ่มอาชญากรที่น่ากลัวที่สุดกลุ่มหนึ่งในเม็กซิโก ทำให้รวมแล้วมีทหารราว 10,000 นายกระจายกำลังควบคุมสถานการณ์ ขณะที่ชาวเม็กซิโกและนักท่องเที่ยวในฮาลิสโก ต่างกังวลกับเหตุการณ์รุนแรงที่ลุกลามอย่างรวดเร็วไปจนทั่วเม็กซิโก
การตายของโอเซเก-รา ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อแก๊ง CJNG และในทางกลับกัน เป็นชัยชนะสำคัญสำหรับรัฐบาลเม็กซิโกที่ถูกประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กดดันหนักให้กวาดล้างแก๊งค้ายา อย่างไรก็ดี ชัยชนะนี้อาจนำไปสู่เหตุการณ์รุนแรงมากขึ้นในประเทศที่ต้องเผชิญกับปัญหาการสังหารและการหายสาบสูญของคนจำนวนมากจากฝีมือของแก๊งอาชญากรมานานหลายปี
โอเซเก-รา หัวหน้าแก๊งค้ายาในเม็กซิโกที่ทางการต้องการตัวมากที่สุด เป็นหัวหน้าแก๊ง CJNG ที่เป็นศัตรูกับแก๊งซินาโลอา และถูกอเมริกาตั้งรางวัลนำจับ 15 ล้านดอลลาร์
เชนบามย้ำว่า อเมริกาให้ข้อมูลข่าวกรองที่ช่วยชี้พิกัดที่กบดานของโอเซกา-ราในเมืองตาปัลปา แต่ไม่ได้ส่งทหารเข้าร่วมปฏิบัติการจับกุมเจ้าพ่อแก๊งค้ายารายนี้
สมาชิกแก๊งล้างแค้น
โอเซเก-ราและบอดี้การ์ด 2 คนที่ได้รับบาดเจ็บระหว่างต่อสู้กับกองกำลังรบพิเศษของเม็กซิโกในเมืองตาปัลปา แล้วเสียชีวิตในเฮลิคอปเตอร์ขณะถูกนำตัวไปยังกรุงเม็กซิโกซิตี
ริคาร์โด เทรวิญา รัฐมนตรีกลาโหมเม็กซิโก เผยว่า ข้อมูลจากหนึ่งในสาวคนสนิทของโอเซเก-รา ช่วยให้เจ้าหน้าที่วางแผนเข้าจับกุมได้อย่างรวดเร็วในวันต่อมา
ขณะที่สำนักงานอัยการสูงสุดของเม็กซิโกแถลงว่า ได้เริ่มดำเนินการตามกฎหมายใน 14 รัฐ หรือเกือบครึ่งหนึ่งของประเทศ และโอมาร์ การ์เซีย ฮาร์ฟุช รัฐมนตรีความมั่นคง ระบุว่า มีผู้ถูกจับกุมอย่างน้อย 70 คนใน 7 รัฐ
ตลอดวันอาทิตย์ ผู้ต้องสงสัยเป็นสมาชิกแก๊ง ได้ก่อเหตุจุดไฟเผารถยนต์และห้างร้านต่างๆ ปิดถนน และขัดขวางการเดินทาง เพื่อแสดงความโกรธเกรี้ยวและล้างแค้นการสังหารโอเซเก-รา
จากการเปิดเผยของกระทรวงกลาโหม การโจมตีที่เกิดขึ้นในรัฐฮาลิสโก บงการโดย “เอล ตูลี” มือขวาและหัวหน้าฝ่ายการเงินของโอเซเก-รา โดยที่ เอล ตูลี ก็ถูกสังหารแล้วระหว่างปะทะกับกองกำลังความมั่นคงที่พยายามเข้าจับกุมเขา
เทรวิญาเผยว่า เอล ตูลี ได้เสนอค่าหัว 20,000 เปโซ (1,160 ดอลลาร์) ให้ผู้ที่สามารถสังหารทหารเม็กซิโก
เหตุการณ์รุนแรงต่อเนื่องคราวนี้ได้ส่งผลให้สายการบินหลายแห่งระงับการให้บริการในวันอาทิตย์ อย่างไรก็ดี ในวันจันทร์เที่ยวบินต่างๆ เริ่มทยอยกลับมาให้บริการตามปกติ
คิมเบอร์ลี สเปอร์เฟชเตอร์ นักเศรษฐศาสตร์ตลาดเกิดใหม่ของแคปิตอล อิโคโนมิกส์ ชี้ว่า ความวุ่นวายนี้จะส่งผลกระทบเฉพาะหน้าต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยว แต่หากเหตุการณ์รุนแรงยังดำเนินต่อไป อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ในฮาลิสโก อาจโดนหางเลขไปด้วย
นอกเหนือจากผลกระทบต่อเศรษฐกิจมหภาคแล้ว การสังหารอาชญากรทรงอิทธิพลครั้งนี้ยังแสดงให้เห็นว่า รัฐบาลเม็กซิโกกำลังพยายามสุดความสามารถเพื่อเอาใจคณะบริหารของทรัมป์ ก่อนที่จะมีการทบทวนข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกา-แคนาดา-เม็กซิโกในปีนี้
อย่างไรก็ตาม เมื่อเช้าวันจันทร์ ทรัมป์ยังคงเรียกร้องให้เม็กซิโกเพิ่มความพยายามในการกวาดล้างแก๊งค้ายาต่อไป
ขณะที่อเมริกาผลักดันให้เม็กซิโกเพิ่มความพยายามในการปราบปรามการลักลอบค้ายา เม็กซิโกเรียกร้องมานานให้วอชิงตันยกระดับการจำกัดการขายอาวุธผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นช่องทางที่แก๊งอาชญากรในเม็กซิโกใช้เติมคลังอาวุธ ทั้งนี้จากข้อมูลของรัฐบาลสหรัฐฯ อาวุธผิดกฎหมายราว 70% ในเม็กซิโกล้วนมาจากอเมริกา
(ที่มา: รอยเตอร์)


