xs
xsm
sm
md
lg

ไม่รอดกันอยู่ดี!ทรัมป์เดือนจัดหลังศาลชี้รีดภาษี'เป็นโมฆะ' ใช้ทางอื่นกำหนดเพดานภาษีโลก10%

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ตอบสนองด้วยความเดือดดาลต่อคำพิพากษาของศาลสูงในวันศุกร์(20ก.พ.) ที่ตัดสินใจว่าเขาไม่มีอำนาจกำหนดเพดานภาษีสินค้านำเข้าแต่เพียงฝ่ายเดียว ดูหมิ่นผู้พิพากษาแต่ละคน พร้อมประกาศใช้กฎหมายอื่นเดินหน้าสงครามการค้ากับทั่วโลกต่อไป

คำพิพากษาครั้งประวัติศาสตร์ของศาลสูงสหรัฐฯ ด้วยคะแนน 6-3 เสียง พลิกผันอำนาจต่อรองของทรัมป์และบรรดาผู้แทนการค้าของเขาที่มีต่อบรรดารัฐบาลต่างชาติ ไม่ว่าจะทั้งพันธมิตรหรือศัตรู ณ โต๊ะเจรจาต่างๆทั่วโลก สำหรับพลิกโฉมความสัมพันธ์ทางการทูตและตลาดโลก

ทั้งนี้คำตัดสินของศาลได้ก่อคำถามไปยังข้อตกลงการค้าต่างๆนานาที่คณะผู้แทนเจรจาของทรัมป์ สามารถเจรจาต่อรองได้ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ภายใต้คำขู่ปรับเพิ่มเพดานภาษี ขณะเดียวกันมันผลักให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯดีดตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบหลายสัปดาห์ และทำให้ภาษีกว่า 175,000 ล้านดอลลาร์ ที่ ทรัมป์ เรียกเก็บกับพวกผู้นำเข้าสหรัฐฯ ตกอยู่ในความไม่แน่นอน หลังผู้พิพากษาบอกว่าเขากระทำการเกินเลยขอบเขตของกฎหมายฉบับหนึ่ง ซึ่งมุ่งเอาไว้ใช้ในยามประเทศชาติเกิดภาวะฉุกเฉินเท่านั้น

คณะผู้พิพากษาศาลสูงสุดซึ่งมีทั้งสิ้น 9 คน ลงมติด้วยคะแนน 6 ต่อ 3 ยืนตามคำตัดสินของศาลอุทธรณ์และศาลชั้นต้น ที่ระบุว่าการที่ทรัมป์อ้างอำนาจตามรัฐบัญญัติอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ หรือ IEEPA เพื่อสั่งขึ้นภาษีศุลกากรนั้น เป็นการใช้อำนาจเกินกว่าที่กฎหมายดังกล่าวให้ไว้ โดยคำพิพากษาหลักซึ่งเขียนโดยประธานศาลสูงสุด จอห์น โรเบิร์ตส์ ระบุว่า กฎหมาย IEEPA ไม่ได้ให้อำนาจประธานาธิบดีในการประกาศขึ้นภาษีศุลกากรตามที่เขากล่าวอ้าง

"ผมรู้สึกอดสูกับสมาชิกศาลบางคน อดสูอย่างยิ่ง สำหรับการไม่กล้าหาญทำเพื่อประเทศชาติของเรา" ทรัมป์ บอกกับพวกผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาว พร้อมคร่ำครวญว่าบรรดาต่างชาติกำลังยินดีปรีดาและร้องเล่นเต้นรำกันบนท้องถนน ขานรับต่อคำพิพากษา

เขาพูดเป็นนัย โดยปราศจากหลักฐานใดๆ ว่าการคอรัปชั่นมีบทบาทต่อการตัดสินใจของเสียงส่วนใหญ่ "พวกเขาไม่รักชาติกันเลย และไม่ซื่อสัตย์ต่อรัฐธรรมนูญของเรา ความเห็นของผมคือ ศาลถูกชักจูงโดยผลประโยชน์ของต่างชาติ และขนวนการเคลื่อนไหวทางการเมืองหนึ่ง ที่เล็กกว่าที่ผู้คนคิดมากๆ"

นับตั้งแต่กลับคืนสู่ทำเนียบขาวเมื่อ 13 เดือนก่อน ทรัมป์ประกาศกร้าวว่าเขามีอำนาจพิเศษในการกำหนดมาตรการรีดภาษีแต่เพียงฝ่ายเดียว ในปริมาณ ระยะเวลาและขอบเขตที่ไม่จำกัด โดยอ้างสถานการณ์ฉุกเฉินแห่งชาติ เขาบอกว่าตามกฎหมายอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (International Emergency Economic Powers Act - IEEPA) เขาสามารถกำหนดเพดานภาษีอัตราใดก็ได้ตามที่เขาต้องการ

อย่างไรก็ตามคำพิพากษาระบุอย่างตรงไปตรงมา ว่า ทรัมป์ ไม่มีข้อพิสูจน์ว่าประธานาธิบดีมีอำนาจนี้ และชี้ว่ามันอยู่เกินขอบเขตอำนาจของเขา ศาลบอกว่ามาตรการรีดภาษีที่กำหนดกับพวกผู้นำเข้าสินค้าสู่อเมริกา ก็เหมือนกับภาษีอื่นๆ และรัฐธรรมนูญสงวนอำนาจ "ในการกำหนดและจัดเก็บภาษี ภาษีอากรและภาษีสรรพสามิต" ไว้แก่สภาคองเกรส

ในปฏิกิริยาตอบโต้อันโกรธเกรี้ยว ทรัมป์ กล่าวในช่วงบ่ายวันศุกร์(20ก.พ.) ว่าเขาจะใช้กฎหมายอื่นๆในการเรียกเก็บภาษี และแถลงกำหนดเพดานภาษีอย่างครอบคลุม 10% สำหรับสินค้านำเข้าจากประเทศอื่นๆทั้งหมด เพิ่มเติมจากภาษีนำเข้ารียกเก็บโดยไม่ได้ใช้อำนาจภายใต้กฎหมายอำนาจเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ(Non-IEEPA tariff)

เพื่อดำเนินการเช่นนั้น ทรัมป์ กลายมาเป็นประธานาธิบดีคนแรกที่ประกาศใช้มาตรา 122 ของกฎหมายการค้าปี 1974 ซึ่งสภาคองเกรสบอกว่าประธานาธิบดีมีสิทธิ์เรียกเก็บภาษีสูงสุด 15% เป็นเวลาสูงสุด 150 วัน เพื่อแก้ไขปัญหาพื้นฐานของการชำระเงินระหว่างประเทศ

(ที่มา:รอยเตอร์)