เครื่องบินขับไล่สหรัฐฯและจีน เผชิญหน้ากันไม่ไกลจากชายฝั่งเกาหลีใต้เมื่อช่วงกลางสัปดาห์ จากการเปิดเผยของสื่อมวลชนท้องถิ่นในวันศุกร์(20ก.พ.) อย่างไรก็ตามในท้ายที่สุดแล้ว สถานการณ์ไม่ลุกลามบานปลาย
ฝูงบินเอฟ-16 ของกองกำลังสหรัฐฯในเกาหลีใต้ บินขึ้นจากฐานทัพอากาศโอซาน ในพย็องแท็ก ห่างจากกรุงโซลไปทางใต้ราว 60 กิโลเมตร และบินอยู่เหนือน่านน้ำสากลของทะเลเหลือง ตามรายงานของโคเรีย เฮรัลด์ อ้างแหล่งข่าวใกล้ชิด พร้อมระบุภารกิจดังกล่าวมีขึ้นในน่านฟ้าที่อยู่ระหว่างเขตแสดงตนเพื่อการป้องกันภัยทางอากาศของเกาหลีใต้และของจีนตามลำดับ
ในขณะที่ฝูงบินเอฟ-16 มุ่งเข้าหาชายฝั่งจีน ทางปักกิ่งได้ส่งฝูงบินรบของตนเองเข้าไปยังพื้นที่ดังกล่าว แต่ไม่ชัดเจนว่าเป็นจำนวนเท่าไหร่ สื่อมวลชนเน้นย้ำว่ามีการเผชิญหน้ากันบนท้องฟ้าช่วงสั้นๆ แต่ไม่มีฝ่ายไหนละเมิดน่านฟ้าของอีกฝ่าย และสถานการณ์ไม่ลุกลามบานปลาย
โคเรีย เฮรัลด์ เน้นย้ำว่าถือเป็นเรื่องไม่ปกติ ที่มีเครื่องบินขับไล่ของสหรัฐฯหลายลำบนท้องฟ้า และมีความเป็นไปได้ว่ามันอาจเป็นการซ้อมรบ ที่มีเป้าหมายส่งสัญญาณแห่งการป้องปรามไปยังจีน
สำนักข่าวยอนฮับ ระบุว่าวอชิงตันได้รับแจ้งจากโซลเกี่ยวกับแผนภารกิจครั้งนี้ แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม
หนังสือพิมพ์โกลบอลไทม์สของจีน ยอมรับว่ามีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง บอกว่ากองกำลังทางอากาศและทางทะเลของปักกิ่ง จะเดินหน้าจับตาสถานการณ์ต่อไป และจะตอบสนองและรับมือกับสถานการณ์อย่างมีประสิทธิผล
รายงานข่าวเกี่ยวกับเหตุเผชิญหน้ากันครั้งนี้มีขึ้นหลังจากสหรัฐฯเผยแพร่เอกสารยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศฉบับใหม่เมื่อเดือนมกราคม เรียกร้องให้เกาหลีใต้ ทำหน้าที่เป็นผู้รับผิดชอบหลัก สำหรับป้องปรามเกาหลีใต้ เพื่อปลดปล่อยให้กองกำลังอเมริกา หันไปมุ่งเน้นรับมือกับการเผชิญหน้ากับจีน
ในปี 2023 เพนตากอนเผยแพร่คลิป เหตุการณ์อากาศยานสหรัฐฯถูกเครื่องบินขับไล่จีนเข้าสกัดมากกว่า 180 ครั้ง เหลือทะเลจีนตะวันออกและทะเลจีนใต้ นับตั้งแต่ปี 2021 อย่างไรก็ตามในปี 2024 สื่อมวลชนอเมริการายงานว่าจำนวนเหตุเผชิญหน้าลดลง หลังจากความสัมพันธ์ระหว่างวอชิงตันกับปักกิ่งดีขึ้น
อย่างไรก็ตามความตึงเครียดระหว่าง 2 ชาติยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่เป็นประเด็นเกี่ยวกับเกาะปกครองตนเองไต้หวัน ปักกิ่งมองไทเปเป็นส่วนหนึ่งของดินแดน และไม่ปฏิเสธการใช้กำลังดึงให้เข้ามาอยู่ภายใต้การควบคุม ขณะเดียวกัน จีน ส่งเสียงประท้วงบ่อยครั้งต่อกรณีที่ สหรัฐฯ ยังคงป้อนอาวุธให้แก่เกาะแห่งนี้ รวมถึงประณามต่อกรณีที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของวอชิงตันเดินทางเยือนไทเป
(ที่มา:อาร์ทีนิวส์)


