xs
xsm
sm
md
lg

ด่วน! ข่าวดี!?! ศาลสูงสุดสหรัฐฯตัดสินแล้ว การขึ้นภาษีศุลกากรกับประเทศทั่วโลกของ ‘ทรัมป์’ เป็นโมฆะ ใช้อำนาจเกินเลยกฎหมาย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ช่างภาพสื่อมวลชนจัดอุปกรณ์ของเขาเพื่อถ่ายภาพ บริเวณด้านหน้าของอาคารศาลสูงสุดสหรัฐฯ ในกรุงวอชิงตัน วันศุกร์ (20 ก.พ.)
ศาลสูงสุดสหรัฐฯตัดสินแล้วในวันศุกร์ (20 ก.พ.) ระบุว่าการสั่งขึ้นภาษีศุลกากรอย่างกว้างขวางของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นโมฆะ โดยการที่เขาอ้างอิงอำนาจตามกฎหมายฉบับซึ่งมุ่งเอาไว้ใช้ในยามประเทศชาติเกิดภาวะฉุกเฉินนั้น เป็นการกระทำซึ่งเกินเลยจากที่กฎหมายดังกล่าวกำหนด นับเป็นความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่โตมโหฬารของประมุขประเทศซึ่งมาจากพรรครีพับลิกันรายนี้ ซึ่งจะมีผลกระทบต่อเนื่องอย่างมหาศาลทั้งต่อวาระทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯและเศรษฐกิจทั่วทั้งโลก

คณะผู้พิพากษาศาลสูงสุดซึ่งมีทั้งสิ้น 9 คน ลงมติด้วยคะแนน 6 ต่อ 3 ยืนตามคำตัดสินของศาลอุทธรณ์และศาลชั้นต้น ที่ระบุว่าการที่ทรัมป์อ้างอำนาจตามรัฐบัญญัติอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทส หรือ IEEPA เพื่อสั่งขึ้นภาษีศุลกากรนั้น เป็นการใช้อำนาจเกินกว่าที่กฎหมายดังกล่าวให้ไว้ โดยคำพิพากษาหลักซึ่งเขียนโดยประธานศาลสูงสุด จอห์น โรเบิร์ตส์ ระบุว่า กฎหมาย IEEPA ไม่ได้ให้อำนาจประธานาธิบดีในการประกาศขึ้นภาษีศุลกากรตามที่เขากล่าวอ้าง

“ภารกิจของเราในวันนี้คือ ตัดสินเฉพาะเพียงประเด็นที่ว่าอำนาจในการ “จัดระเบียบ ... การนำเข้า” ตามที่ IEEPA ให้ไว้แก่ประธานาธิบดีนั้น ครอบคลุมถึงอำนาจในการบังคับใช้เรื่องภาษีศุลกากรด้วยหรือไม่ มันไม่ได้ให้อำนาจ” โรเบิร์ตเขียนเอาไว้เช่นนี้ในคำพิพากษา โดยอ้างอิงข้อความในกฎหมายดังกล่าว ซึ่งทรัมป์ใช้อ้างอิงเพื่อสร้างความถูกต้องชอบธรรมให้แก่มาตรการขึ้นภาษีศุลกากรอย่างมโหฬารของเขา

ทรัมป์นั้นอาศัยมาตรการภาษีศุลกากร ซึ่งก็คือภาษีที่จัดเก็บจากสินค้านำเข้า มาใช้งานอย่างกว้างขวางในฐานะเป็นเครื่องมือสำคัญทางนโยบายเศรษฐกิจและนโยบายการต่างประเทศของเขา ภาษีเหล่านี้กลายเป็นแกนกลางในสงครามการค้าที่ทรัมป์เปิดศึกทำกับแทบทุกประเทศทั่วโลกภายหลังจากเขาเริ่มต้นวาระสองแห่งการเป็นประธานาธิบดีของเขา จนกลายเป็นสิ่งที่ทำให้สหรัฐฯแปลกแยกจากบรรดาหุ้นส่วนทางการค้า รวมทั้งส่งผลกระทบแรงต่อตลาดการเงิน ตลอดจนทำให้เศรษฐกิจโลกตกอยู่ในภาวะไม่แน่ไม่นอน

โรเบิร์ต ซึ่งอ้างอิงคำพิพากษาก่อนๆ ของศาลสูงสุด เขียนในคำตัดสินของเขาว่า “ประธานาธิบดีต้อง ‘ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่าได้รับมอบหมายจากรัฐสภา’ เพื่อสร้างความถูกต้องชอบธรรมให้แก่การยืนกรานอย่างเป็นพิเศษของเขาในอำนาจที่จะประกาศบังคับใช้ภาษีศุลกากร” และกล่าวต่อไปว่า “เขาไม่สามารถทำได้” ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญสหรัฐฯกำหนดเอาไว้อย่างชัดเจนว่า อำนาจในการกำหนดจัดเก็บภาษีเป็นของฝ่ายรัฐสภา ไม่ใช่ของฝ่ายบริหาร

หลังข่าวคำตัดสินของศาลสูงสุดแพร่ออกมา ทั้งชาวพรรคเดโมแครตที่เป็นฝ่ายค้าน ตลอดจนกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ หลายหลาก พากันแสดงความชื่นชมยินดี ถึงแม้มีกลุ่มธุรกิจจำนวนมากแสดงความวิตกกังวลในแง่มุมที่ว่า คำตัดสินนี้จะนำไปสู่ระยะเวลาที่จะต้องเกิดความไม่แน่นอนเป็นเดือนๆ ขณะที่ทางฝ่ายบริหารพยายามหาหนทางขึ้นภาษีศุลกากรใหม่โดยอาศัยอำนาจทางกฎหมายอื่นๆ นอกจากนั้น คำตัดสินคราวนี้ยังไม่ได้แตะต้องประเด็นของการที่รัฐบาลจะต้องคืนเงินภาษีศุลกากร ซึ่งถูกพิพากษาแล้วว่าเป็นการใช้อำนาจอย่างไม่ถูกต้อง

ทรัมป์โวยเป็นคำตัดสินที่ “น่าอับอาย”

ทรัมป์กำลังอยู่ระหว่างกล่าวปราศรัยต่อที่ประชุมของพวกผู้ว่าการรัฐต่างๆ ซึ่งจัดขึ้น ณ ทำเนียบขาว ตอนที่เขาได้รับโน้ตจากผู้ช่วยคนหนึ่งแจ้งให้เขาทราบคำพิพากษาของศาลสูงสุด ทั้งนี้ตามคำบอกเล่าของพวกแหล่งข่าวซึ่งทราบเหตุการณ์ ทั้งนี้ ทรัมป์ดูอยู่ในอาการหงุดหงิดผิดหวังอย่างชัดเจน และบอกกับพวกผู้ฟังของเขาว่า คำตัดสินนี้ “น่าอับอายขายหน้า” และตัวเขาจะต้องทำอะไรบางอย่างกับทางศาลสูงสุด แหล่งข่าวเหล่านี้กล่าว โดยขอให้สงวนนาม

(ที่มา: รอยเตอร์)