เอเจนซีส์/เอเอฟพี – รัฐบาลอิสราเอลวันอาทิตย์(15 ก.พ) อนุมัติแผนการอ้างสิทธิ์พื้นที่โซน C ของเขตยึดครองเวสต์แบงก์ กระทบประชาชนปาเลสไตน์ที่อาศัยอยู่อย่างหนาแน่นเสี่ยงต้องเสียบ้านไป กษัตริย์จอร์แดนและชาติอาหรับออกโรงประณามเป็นเสมือนการผนวกดินแดนไปโดยปริยาย
อัลญะซีเราะฮ์ของกาตาร์รายงานวานนี้(16 ก.พ)ว่า การไฟเขียวล่าสุดจากรัฐบาลนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู เป็นเสมือนการปูทางเพื่อการกลับมาของกระบวนการตั้งถิ่นฐานดินแดนใหม่ของอิสราเอลที่ได้ถูกระงับไปนับตั้งแต่เทลอาวีฟเข้าครอบครองเขตเวสต์แบงก์นับตั้งแต่ปี 1967
การผนวกดินแดนเขตยึดครองเวสต์แบงก์ตามการอนุมัติของรัฐบาลเทลอาวีฟเมื่อวันอาทิตย์(15)นี้เกิดขึ้นเฉพาะที่โซน C คิดเป็นราว 60% ของดินแดนเขตเวสต์แบงก์และอยู่ภายใต้การบริหารและความมั่นคงอิสราเอล
โซน C เป็น 1 ใน 3 พื้นที่ที่ถูกแบ่งตามสนธิสัญญาออสโลที่มีการลงนามเมื่อยุค 90
พื้นที่ดังกล่าวถูกทหารอิสราเอลควบคุมโดยสมบูรณ์
ทั้งนี้มีประชาชนปาเลสไตน์ไม่ต่ำกว่า 300,000 คนโดยประมาณน่าจะอาศัยอยู่ในพื้นที่โซน C ที่มีเป็นจำนวนมากกว่าในพื้นที่โดยรอบต้องมีชีวิตขึ้นอยู่กับพื้นที่การเกษตรและทุ่งหญ้าของตัวเอง
แต่ทว่าที่ดินของปาเลสไตน์ส่วนใหญ่ไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทางการเนื่องมาจากกระบวนการทางกฎหมายที่ยุ่งยากและและแพง รวมไปถึงข้อกำหนดที่ต้องแสดงหลักฐานเอกสารที่มีอายุเก่าแก่ยาวนานหลายสิบปีที่อาจสูญหายหรือโดนทำลายระหว่างสงครามหรือการถูกยึดครอง
อิสราเอลในเวลานี้สามารถท้าทายความเป็นเจ้าของที่ดินได้อย่างชอบธรรมจากแต่เดิมที่เคยโดนฝ่ายปาเลสไตน์ปฎิเสธห้ามเข้า
ฮากิต โอฟราน (Hagit Ofran) ผู้อำนวยการโครงการการเฝ้าระวังการตั้งถิ่นฐาน Peace Now’s Settlement Watch ได้เปิดเผยผ่านเอพีว่า และในหนทางนี้ อิสราเอลอาจยึด 83% ของพื้นที่โซน C ที่คิดเป็นครึ่งหนึ่งของเขตเวสต์แบงก์
อียิปต์ ตุรกี กาตาร์ และ จอร์แดน ต่างออกมาประณามอิสราเอลที่ต้องการผนวกดินแดนยึดครองเขตเวสต์แบงก์ว่าเป็น การละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ
กษัตริย์อับดุลลาห์ที่ 2 แห่งจอร์แดนตรัสประณามการกระทำว่า เป็นบ่อนทำลายความพยายามเพื่อรักษาความสงบสุ่มเสี่ยงที่จะทำให้ความขัดแย้งรุนแรงมากขึ้น” อ้างอิงจากเอเอฟพี
ขณะเดียวกันสหภาพยุโรปออกมาเรียกร้องอิสราเอลให้ยกเลิกความเคลื่อนไหวนี้ พร้อมยืนยีนว่าการผนวกดินแดนเป็นการละเมิดภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ
ด้านเลขาธิการใหญ่แห่งสหประชาชาติ อันโตนิโอ กูเตร์เรส ออกมาแสดงความสนับสนุนที่สอดคล้องพร้อมเรียกความเคลื่อนไหว่า เป็นการทำให้เกิดการไร้เสถียรภาพ เตือนว่าการตัดสินใจสามารถนำไปสู่การสูญเสียทรัพย์สินของปาเลสไตน์
เอเอฟพีชี้ว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ แต่ก่อนหน้าออกมาต่อต้านการผนวกเขตเวสต์แบงก์ของอิสราเอล โดยกล่าวว่า เสถียรภาพในดินแดนจะช่วยทำให้อิสราเอลมีความมั่นคง อย่างไรก็ตามทรัมป์เลือกที่จะไม่วิพากษ์วิจารณ์โดยตรงต่อมาตรการใหม่ของอิสราเอลท่ามกลางความไม่พอใจอย่างรุนแรงจากประชาคมโลกก็ตาม
ทั้งนี้ไม่นับรวมเยรูซาเลมตะวันออกที่อิสราเอลได้ผนวก มีชาวอิสราเอลไม่ต่ำกว่า 500,000 คนอาศับในเขตเวสต์แบงก์และที่ห่างไกลที่ซึ่งปัจจุบันผิดกฎหมายระหว่างประเทศ และเมื่อเทียบชาวปาเลสไตน์ 3 ล้านคนอาศัยในดินแดนที่อิสราเอลได้ยึดครองนับตั้งแต่ปี 1967


