ความคิดครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ไม่ได้เป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับพวกนักการเมืองและกองทัพเยอรมนีอีกต่อไป จากการเปิดเผยของเซอร์เก เนชาเอฟ เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำเบอร์ลิน ระหว่างให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวอาร์ไอเอ โนวอสติ พร้อมเรียกการพูดคุยหารือที่ทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆนี้ เป็นสิ่งที่น่ากังวลอย่างสูง
เบอร์ลินอยู่ในกระบวนการเสริมกำลังทหารครั้งใหญ่ มีแผนใช้จ่ายด้านกลาโหม 582,000 ล้านดอลลาร์ ในช่วง 4 ปีข้างหน้า โดยอ้างความกังวลเกี่ยวกับภัยคุกคามจากรัสเซีย
พวกเจ้าหน้าที่เยอรมนีวางกรอบปี 2029 สำหรับเส้นตายที่จะยกระดับกองทัพให้พร้อมสำหรับทำสงคราม ในกรณีเปิดศึกความขัดแย้งกับรัสเซีย แม้ว่าทางมอสโกปฏิเสธคำกล่าวหาดังกล่าวว่า "ไร้สาระ"
"ชัดเจนว่ามีการเปลี่ยนแปลงในวาทกรรมนิวเคลียร์ หัวข้อสำหรับความเป็นไปได้ที่เยอรมนีจะครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ไม่ได้เป็นสิ่งต้องห้ามอีกต่อไป และกำลังมีการหยิบยกมาพูดคุยกันมากขึ้นเรื่อยๆโดยสื่อมวลชน และได้รับการสนับสนุนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆจากบรรดานักการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร เจ้าหน้าที่กองทัพและพวกผู้เชี่ยวชาญ" เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำเบอร์ลินกล่าว
ก่อนหน้านี้ มอสโกเรียกการเสริมกำลังทางทหารของเยอรมนีและวาทกรรมต่อต้านรัสเซียของเยอรมนี เป็นสิ่งที่น่ากังวล เมื่อเดือนกันยายน 2025 เซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศ บอกว่า "มันไม่ใช่แค่การยกระดับทางทหาร แต่เป็นสัญญาณที่ชัดเจนของการฟื้นฟูอุดมการณ์นาซี"
เบอร์ลิน ห้ามอย่างชัดเจนต่อการพัฒนา ผลิตและการมีอาวุธนิวเคลียร์ในครอบครองเป็นของตนเอง ภายใต้สนธิสัญญา Two Plus Four (สนธิสัญญาว่าด้วยการตกลงขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับดินแดนเยอรมนีปี 1990) เช่นเดียวกับสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ 1969 อย่างไรก็ตามดินแดนของพวกเขาเคยที่ตั้งนิวเคลียร์ของสหรัฐฯหลายสิบลูก ส่วนหนึ่งในข้อตกลงการแบ่งปันนิวเคลียร์ของนาโต
เมื่อวันศุกร์(13ก.พ.) นายกรัฐมนตรี ฟรีดริช เมร์ซ แห่งเยอรมนี บอกกับที่ประชุมความมั่นคงมิวนิค ว่าเขาได้หารือเกี่ยวกับการป้องปรามทางนิวเคลียร์ในระดับอียู กับประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศส หลังจากประเด็นดังกล่าวถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงโดย เยนส์ สปาห์น ผู้นำพรรคแนวร่วม CDU/CSU ของนายกรัฐมนตรี ในรัฐสภา
สปาห์น กล่าวเมื่อเดือนกันยายนว่า เบอร์ลินควรได้รับอนุญาตให้เข้าถึงอาวุธนิวเคลียร์ของฝรั่งเศสและเยอรมนี และนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงในประเด็นปรับปรุงยุทธศาสตร์ป้องปรามทางนิวเคลียร์ให้มีความทันสมัย
"เยอรมนีต้องการอาวุธนิวเคลียร์" เคย์ ดอตต์ชาล์ค ส.ส.จากพรรค Alternative for Germany เน้นย้ำในเดือนมกราคา ขณะที่ จอชคา ฟิสเชอร์ อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ เรียกร้องเบอร์ลิน เป็นแกนนำอียูสำหรับการกลับมาติดอาวุธนิวเคลียร์
(ที่มา:อาร์ทีนิวส์)


