xs
xsm
sm
md
lg

เขมรนั่งไม่ติด! เตือนไทยทำลายสัมพันธ์ หลัง'อนุทิน'เตรียมยกเลิก MOU44 ขู่ฟ้องUN-ลากขึ้นศาลโลก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สื่อมวลชนแห่งรัฐเขมร รายงานพวกนักวิเคราะห์กัมพูชาพากันส่งเสียงเตือน หลังมีข่าวว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล รักษาการนายกรัฐมนตรรีของไทย มีแผนยกเลิกข้อตกลงชายแดนที่มีมาอย่างยาวนานกับกัมพูชา ระบุมันอาจละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ ทำลายความสัมพันธ์ทวิภาคี และโหมกระพือความตึงเครียดตามแนวหน้าที่เป็นข้อพิพาท

สำนักข่าวเคทีพี รายงานอ้างสื่อมวลชนไทย ระบุว่านายอนุทิน ออกคำสั่งถึงพวกเจ้าหน้าที่ให้เตรียมการสำหรับความเป็นไปได้ของการยกเลิกบันทึกความเข้าใจปี 2001 (MOU 44) เกี่ยวกับเขตแดนทางทะเลที่ทับซ้อนกัน อ้างว่าไม่มีประโยชน์และปราศจากความคืบหน้าใดๆ

บรรดานักวิเคราะห์ในพนมเปญ บอกว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวดูเหมือนมีแรงจูงใจทางการเมือง โดยที่นายอนุทิน "ตีไพ่รักชาติ" เพื่อระดมเสียงสนับสนุน หลังจากพรรคของเขาได้รับชัยชนะในศึกเลือกตั้ง

Yang Peou นักวิเคราะห์การเมืองชาวกัมพูชา อ้างว่า MOU 44 ได้รับการขึ้นทะเบียนกับสหประชาชาติแล้ว และไม่อาจยกเลิกแต่เพียงฝ่ายเดียว "ข้อตกลงนี้ได้รับการรับรองภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ และทั้ง 2 ฝ่ายมีพันธสัญญาต้องดำเนินการสอดคล้องกับหลักการเนื้อหาที่เห็นพ้องต้องกัน" เขากล่าว พร้อมเตือนว่าการถอนตัวแต่เพียงฝ่ายเดียวจะบ่อนทำลายระเบียบโลก

ด้าน Kin Phea กิน เพีย (Kin Phea) ผู้อำนวยการสถาบันความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ของราชวิทยาลัยกัมพูชา แสดงความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกัน เน้นว่า MOU 43 และ MOU 44 อยู่ภายใต้การกำกับดูแลโดยอนุสัญญากรุงเวียนนาว่าด้วยกฎหมายสนธิสัญญา "การถอนตัวแต่เพียงฝ่ายเดียวไม่ได้รับอนุญาต เว้นแต่มันระบุไว้อย่างชัดเจนในสนธิสัญญาเอง ซึ่ง MOU ดังกล่าว ไม่ได้รับอนุญาต"

เขาเตือนว่ากัมพูชาจะหันไปขอความช่วยเหลือผ่านศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ และร้องขอให้สหประชาชาติเข้าแทรกแซง ถ้าไทยเดินหน้ากระบวนการดังกล่าว นักวิเคราะห์รายนี้บอกต่อว่าการยกเลิกข้อตกลง อาจทำให้ความก้าวหน้าด้านการทูตถดถอยย้อนกลับไปหลายปี บั่นทอนการสำรวจน้ำมันและก๊าซในพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล รวมถึงวาดภาพไทยในฐานะชาติที่ไมสนใจต่อบรรทัดฐานระหว่างประเทศ

นอกเหนือจากความเห็นของบรรดานักวิเคราะห์ในประเทศตนเองแล้ว สำนักข่าวเคทีพี ยังอ้างคำพูดของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย ที่เรียกร้องให้ระมัดระวังเช่นกัน โดยเคยเตือนว่าข้อเสนอให้จัดทำประชามติเกี่ยวกับ MOU อาจเป็นการเปิดเผยข้อมูลที่อ่อนไหวของไทย

ขณะเดียวกันเคทีพี ยังอ้างความเห็นของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน ที่เรียกร้องให้ถอนแผนการดังกล่าว เตือนว่าประเด็นกฎหมายระหว่างประเทศที่ซับซ้อน ต้องอยู่ในความรับผิดชอบของทางรัฐบาล

เคทีพี รายงานยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่า รัฐบาลใหม่ของไทยจะเดินหน้ากระบวนการดังกล่าวอย่างเป็นทางการเมื่อไหร่หรืออย่างไร แต่พวกนักวิเคราะห์กัมพูชา บอกว่าความเคลื่อนไหวแต่เพียงฝ่ายเดียว อาจก่อผลกระทบทางการทูตและทางกฎหมายอย่างร้ายแรง

(ที่มา:เคพีที)