สื่อกัมพูชาตีข่าวอ้างรายงานของสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ระบุนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย สั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงกลาโหม ศึกษาความเป็นไปได้ในการยกเลิกบันทึกความเข้าใจ(MOU) 44 ที่ทำไว้กับกัมพูชา โดยระบุว่าข้อตกลงนี้ไม่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของไทยอีกต่อไป อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ฝ่ายกัมพูชายังไม่ตอบสนองอย่างเป็นทางการต่อความเคลื่อนไหวดังกล่าว
ขแมร์ทูเดย์ รายงานอ้างไทยพีบีเอส ระบุนายอนุทิน กล่าว ณ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันอังคาร(10ก.พ.) ว่า " การคงบันทึกความเข้าใจนี้ไว้ ไม่มีค่าใดๆอีกต่อไปแล้ว" และเน้นย้ำว่าจะให้ความสำคัญลำดับต้นๆกับการยกเลิก MOU 44 เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติ
ในรายงานของไทยพีบีเอส นายอนุทิน ย้ำว่า การคงบันทึกความเข้าใจนี้ไว้ ไม่ได้นำไปสู่ความคืบหน้าในประเด็นใด ๆ จึงไม่เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ แต่การยกเลิกต้องทำอย่างถูกต้องตามกระบวนการกฎหมาย โดยสั่งให้กระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงกลาโหมศึกษาทางออกและแนวทางที่เหมาะสม ยึดผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ
รายงานของขแมร์ทูเดย์ ระบุว่า MOU 44 เป็นการลงนามระหว่างกัมพูชาและไทย มอบกรอบการทำงานสำกรับจัดการชายแดน ความร่วมมือทางการค้าและแก้ไขข้อพิพาท ช่วยรักษาไว้ซึ่งเสถียรภาพตามแนวชายแดนร่วม
ขแมร์ทูเดย์ระบุว่าจนถึงเวลานี้ พวกเจ้าหน้าที่กัมพูชายังไม่ตอบสนองอย่างเป็นทางการต่อความเคลื่อนไหวของฝ่ายไทย แต่พวกนักวิเคราะห์ชี้ว่าการเปลี่ยนแปลงใดๆในบันทึกความเข้าใจ อาจส่งผลกระทบต่อการเจรจาในอนาคตและการจัดการด้านชายแดน ขณะที่พวกนักสังเกตการณ์บอกว่าสถานการณ์ล่าสุดนี้ ตอกย้ำให้เห็นถึงความอ่อนไหวในประเด็นชายแดนกัมพูชา-ไทย และความจำเป็นที่ต้องบริหารจัดการด้านการทูตอย่างระมัดระวัง
(ที่มา:ขแมร์ทูเดย์/mgronline)


