ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ในวันอังคาร(10ก.พ.) เปิดเผยว่ากำลังพิจารณาส่งกองเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่ 2 เข้าสู่ตะวันออกกลาง แม้วอชิงตันและเตหะรานเตรียมพร้อมกลับมาเจรจากัน โดยมีเป้าหมายหลีกเลี่ยงความขัดแย้งรอบใหม่
โอมาน อำนวยความสะดวกการเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ที่ทางโฆษกของกระทรวงการต่างประเทศเตหะราน บอกว่ามันเปิดทางให้อิหร่านทบทวนความจริงจังของวอชิงตัน และแสดงให้เห็นว่ามีความเห็นสอดคล้องกันหรือไม่ ในการเดินหน้าหนทางด้านการทูต
การเจรจานี้มีขึ้นหลังจาก ทรัมป์ ประจำการเรือบรรทุกเครื่องบินลำหนึ่งในภูมิภาค เพิ่มความกังวลเกี่ยวกับปฏิบัติการทางทหารรอบใหม่ ทั้งนี้ ทรัมป์ ซึ่งเข้าร่วมปฏิบัติการทิ้งระเบิดของอิสราเอล และโจมตีที่ตั้งนิวเคลียร์ของอิหร่าน เมื่อปีก่อน ขู่ในเดือนที่แล้ว จะเข้าแทรกแซงทางทหาร เพื่อช่วยเหลือผู้ประท้วงทั่วประเทศที่ถูกปราบปรามนองเลือดในอิหร่าน แต่ท้ายที่สุดก็ยับยั้งไว้
ระหว่างให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนอิสราเอล ทรัมป์บอกว่าสหรัฐฯจะจำเป็นต้องทำบางอย่างที่หนักหน่วงมากๆ ถ้าไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับอิหร่าน "เราอาจบรรลุตกลงหรือเราจะจำเป็นต้องทำอะไรที่หนักหนาสาหัสมากๆ" เขากล่าวกับสถานีโทรทัศน์ชาแนล 12 ของอิสราเอล
วันเวลาและสถานที่สำหรับการเจรจารอบใหม่ระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน ยังไม่มีการแถลงอย่างเป็นทางการ
ทรัมป์ บอกกับชาแนล 12 ว่าเขากำลังพิจารณาส่งกองเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่ 2 เข้าไปยังตะวันออกกลางเช่นกัน โดยมีความเป็นไปได้ว่าจะเป็น ยูเอสเอส จอร์จ วอชิงตัน ที่เวลานี้อยู่ในเอเชีย หรือไม่ก็ ยูเอสเอส จอร์จ เอช.ดับเบิลยู.บุช ซึ่งอยู่ตามแนวชายฝั่งทางตะวันออกของสหรัฐฯ อย่างไรก็ตามเรือบรรทุกเครื่องบินทั้ง 2 ลำ จำเป็นต้องใช้เวลาอย่างน้อยๆ 1 สัปดาห์ ในการเดินทางถึงตะวันออกลาง
"ตามหลังการเจรจา เราจะรับรู้ถึงความเข้าใจและความเห็นพ้องต้องกัน ว่าจะเดินหน้ากระบวนการด้านการทูตหรือไม่" เอสมาอิล บากาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านระบุ
จากการวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมของรอยเตอร์ พบว่าเร็วๆนี้มีการเสริมอากาศยานและยุทโธปกรณ์ทางทหารอื่นๆทั่วภูมิภาค แม้ทั้ง 2 ฝ่ายเตรียมพร้อมที่จะเจรจา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกองกำลังสหรัฐฯ ในฐานทัพอากาศอัลอูเดดในกาตาร์ ซึ่งเป็นฐานทัพใหญ่ที่สุดของอเมริกาในตะวันออกกลาง ได้ลำเลียงขีปนาวุธขึ้นยานพาหนะติดตั้งเครื่องยิงจรวดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ท่ามกลางความตึงเครียดกับอิหร่านที่โหมกระพือขึ้นมาตั้งแต่เดือนมกราคม เปิดทางให้พวกเขาสามารถเคลื่อนตัวได้ทันทีถ้าจำเป็น
ความเคลื่อนไหวนี้มีขึ้นในขณะที่สหรัฐฯกำลังหาทางขยายขอบเขตการเจรจากับอิหร่านนอกเหนือจากประเด็นนิวเคลียร์ สู่การจำกัดโครงการขีปนาวุธของเตหะราน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในโครงการขีปนาวุธใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง
ส่วนเตหะรานบอกว่าได้เติมคลังแสงขีปนาวุธขึ้นมาใหม่นับตั้งแต่สงคราม 12 วันเมื่อปีที่แล้ว ที่พวกเขาถูกโจมตีทางอากาศโดยอิสราเอลและสหรัฐฯ และยืนกรานว่าคลังแสงของพวกเขาไม่สามารถนำมาเจรจาต่อรองได้
มาซู เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน บอกว่าในการเจรจาใดๆ อิหร่านจะเดินหน้าเรียกร้องให้ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทางการเงิน และเน้นย้ำเกี่ยวกับสิทธิทางนิวเคลียร์ต่างๆของพวกเขา ในนั้นรวมถึงสิทธิในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม
อิหร่านและสหรัฐฯ เจรจากันไป 5 รอบเมื่อปีที่แล้ว ในประเด็นจำกัดโครงการนิวเคลียร์ของเตหะราน แต่กระบวนการดังกล่าวพังครืนลง ส่วนใหญ่แล้วสืบเนื่องจากข้อพิพาทเกี่ยวกับการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมในอิหร่าน
(ที่มา:รอยเตอร์)


