พวกนักวิเคราะห์กัมพูชาเตือนว่าผลการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อเร็วๆนี้ของไทย อาจโหมกระพือความตึงเครียดตามแนวชายแดน อ้างถึงวาทกรรมชาตินิยมและประเด็นพิพาทที่ยังไม่คลี่คลาย ซึ่งก่อความซับซ้อนในความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ชาติ ตามหลังพรรคภูมิใจไทยคว้าชัยชนะอย่างถล่มทลาย
กิน เพีย (Kin Phea) นักวิเคราะห์การเมือง บอกว่าผลงานที่แข็งแกร่งของพรรคภูมิใจไทย ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย สะท้อนถึงกระแสชาตินิยมที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆในไทย ในนั้นรวมถึงความรู้สึกที่เป็นปรปักษ์กับกัมพูชา
"ผลเลือกตั้งแสดงให้เห็นถึงผลกระทบจากความโกรธแค้นของฝ่ายชาตินิยมในหมู่บรรดาผู้มีสิทธิ์ออกเสียงชาวไทย" เขากล่าว พร้อมเผยว่านโยบายหาเสียงของนายอนุทิน ยังรวมไปถึงถ้อยคำที่แข็งกร้าวต่อกัมพูชา และเตือนว่าบรรยากาศหลังการเลือกตั้งยังคงไม่แน่นอน เพิ่มความเสี่ยงของการปะทะติดอาวุธมากขึ้นไปอีก "ไม่แน่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นถัดจากนี้ เหตุปะทะรอบ 3 หรือกระทั่งรอบ 4 มีความเป็นไปได้"
เขาบอกว่าการสู้รบรอบใหม่อาจก่อความปั่นป่วนแก่เศรษฐกิจไทย โหมกระพือภาวะไร้เสถียรภาพทางสังคมและเชื้อเชิญแรงกดดันจากนานาชาติ ในส่วนกัมพูชา กิน เพีย แนะนำว่าต้องเตรียมสำหรับทุกความเป็นไปได้ ในการปกป้องอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดนและเกียรติศักดิ์ศรีของประเทศชาติ
นักวิเคราะห์รายนี้ยังเตือนด้วยว่า อย่าได้คาดหวังว่าท่าทีของไทยจะเปลี่ยนไปตามหลังการเลือกตั้ง "โดยไม่พิจารณาว่าพรรคไหนจะก้าวเข้าสู่อำนาจ ความทะเยอทะยานของไทยที่มีต่อกัมพูชายังคงไม่เปลี่ยนแปลง กัมพูชาจำเป็นต้องพึ่งความเข้มแข็งของตนเอง"
Thong Mengdavid ผู้บรรยายจากมหาวิทยาลัยพนมเปญ กล่าวว่าบ่อยครั้งที่ตัวแสดงทางการเมืองของไทย ใช้ข้อพิพาทตามแนวชายแดน ปรับตัวเป็นแนวร่วมกับกองทัพ หรือเบี่ยงเบนความสนใจจากปัญหาต่างๆภายในประเทศ พร้อมเน้นว่าบ่อยครั้งเช่นกันที่กัมพูชาได้รับผลกระทบจากการให้เรื่องชายแดนเป็นประเด็นทางการเมือง
นอกจากนี้แล้ว Mengdavid ยังบอกด้วยว่าภูมิทัศน์ทางการเมืองที่กระจัดกระจายของไทย นั่นหมายความว่าไม่มีพรรคไหนสามารถบริหารประเทศได้เพียงลำพัง ต้องได้รับการสนับสนุนจากแนวร่วม เพื่อบรรลุเป้าหมาย 251 ที่นั่งที่จำเป็นสำหรับการจัดตั้งรัฐบาล
แต่กระนั้น เขาเตือนว่าชายแดนกัมพูชา-ไทย ยังคงเป็นอุปสรรคระยะยาวขัดขวางสันติภาพและเสียรภาพ โดยเฉพาะวาทกรรมเผชิญหน้าของนายอนุทิน
(ที่มา:เคทีพี)


