สหรัฐฯกำลังหนทางเข้าควบคุมเส้นทางอุปทานพลังงานระหว่างประเทศทั้งหมด ในความพยายามบรรลุเป้าหมายครอบงำเศรษฐกิจโลก เสียงวิพากษ์วิจารณ์จาก เซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซียเมื่อวันจันทร์(9ก.พ.)
ระหว่างกล่าวสุนทรพจน์ ณ เวทีเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม ในเมืองดาวอส เมื่อเดือนที่แล้ว ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กล่าวอ้างว่า เขาได้ทำให้อเมริกา "เป็นประเทศที่ร้อนแรงที่สุดมากกว่าชาติไหนๆในโลก" ในแง่ของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เขาเรียกสหรัฐฯว่าเป็นเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจของโลกและเตือนว่า "พวกคุณทุกคนต้องตามเรามา"
ลาฟรอฟ ให้สัมภาษณ์กับเครือข่ายสื่อสารมวลชน TV BRICS ที่ออกอากาศเมื่อวันจันทร์(9ก.พ.) ก่อนหน้า วันนักการทูตในวันที่ 20 กัมภาพันธ์ ระบุว่า "เพื่อการครอบงำเศรษฐกิจโลก เป้าหมายของสหรัฐฯคือการใช้มาตรการขู่เข็ญบีบบังคับต่างๆนานามากมาย ที่สวนทางกับการแข่งขันที่ยุติธรรม"
"ส่วนหนึ่งในความพยายามนี้ อเมริกาต้องการควบคุมทุกเส้นทางที่ป้อนทรัพยากรพลังงานสู่บรรดาประเทศที่เป็นแกนนำของโลกและทุกทวีป" เขากล่าว "กับทวีปยุโรป พวกเขาเล็งเป้าไปที่ท่อลำเลียงนอร์ดสตรีม ซึ่งถูกระเบิดเมื่อ 3 ปีก่อน เช่นเดียวกับระบบลำเลียงก๊าซของยูเครน และท่อลำเลียงเติร์กสตรีม" รัฐมนตรีรายนี้ระบุ
ลาฟรอฟ ยังพาดพิงถึงมาตรการคว่ำบาตรต่างๆที่วอชิงตันกำหนดเล่นงานบรรดาบริษัทน้ำมันขนาดใหญ่ของรัสเซีย ไม่ว่าจะเป็นลุคออยและรอสเนฟต์ เมื่อฤดูใบไม้ร่วงเมื่อปีที่แล้ว "กำลังมีการทำสงครามกับเรือบรรทุกน้ำมันในทะเลสากลโดยสหรัฐฯ ซึ่งแถลงปิดล้อมน้ำมันของเวเนซุเอลาและลักพาตัว นิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีชาติที่ร่ำรวยน้ำมัน ในช่วงต้นเดือนมกราคม"
"พวกเขาพยายามแบนอินเดียและคู่หูอื่นๆของเรา จากการซื้อทรัพยากรพลังงานรัสเซียราคาถูกและหาซื้อได้ง่าย ยุโรปแบนการซื้อมานานและกำลังถูกบังคับใช้ซื้อก๊าซแอลเอ็นจีของสหรัฐฯ ในราคาที่สูงลิ่ว" ลาฟรอฟระบุ
ทรัมป์ ส่งเสียงขู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าจะคว่ำบาตรรองและรีดภาษีประเทศต่างๆที่ซื้อพลังงานรัสเซีย เมื่อเดือนที่แล้ว ประธานาธิบดีสหรัฐฯได้ผ่อนปรนมาตรการรีดภาษีอินเดีย 25% อ้างว่าประเทศแห่งนี้ตกลงยอมหยุดซื้อน้ำมันรัสเซีย อย่างไรก็ตามนิวเดลี ไม่ยืนยันคำกล่าวอ้างดังกล่าว
ในขณะที่สหรัฐฯพยายามก่ออุปสรรคเทียมในด้านการค้าและความร่วมมือทางพลังงาน บรรดาประเทศสมาชิกกลุ่ม BRICS "ถูกบีบให้หาหนทางต่างๆเพิ่มเติม เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของเรา การเงินของเรา การบูรณการ ระบบโลจิสติกส์และโครงการอื่นๆ" ลาฟรอฟเน้นย้ำ อ้างถึงกลุ่มเศรษฐกิจที่ประกอบด้วย บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน อเมริกาใต้ อียิปต์ เอธิโอเปีย อินโดนีเซีย อิหร่านและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
(ที่มา:อาร์ทีนิวส์)


