xs
xsm
sm
md
lg

สื่อนอกตีข่าวเลือกตั้งไทย สัมภาษณ์คนหนุ่มสาวเลือกคนมา'แก้เศรษฐกิจ-วิกฤตชายแดน'

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศึกเลือกตั้งทั่วไปของไทยในวันอาทิตย์(8ก.พ.) ได้เริ่มขึ้นแล้ว ตามรายงานของสเตรทส์ไทม์ส สื่อมวลชนภาคภาษาอังกฤษของสิงคโปร์ พร้อมสัมภาษณ์คนหนุ่มสาว ได้ความว่าปัญหาเศรษฐกิจและความขัดแย้งกับกัมพูชา เป็น 2 ประเด็นที่อยู่ในความคิดคำนึงของผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งมากที่สุด

สเตรทส์ไทม์ส รายงานว่ามีพรรคการเมืองราวๆ 60 พรรค เข้าร่วมชิงชัยในศึกเลือกตั้งของไทยในครั้งนี้ แย่งชิงเก้าอี้ในสภาผู้แทนราษฏรทั้งหมด 500 ที่นั่ง โดยประชาชนเกือบ 53 ล้านคน จาก 76 จังหวัดและกรุงเทพฯ มีสิทธิ์ลงคะแนนย่อนบัตรตั้งแต่เวลา 8.00น. จนถึง 17.00น. ในนั้น 2.3 ล้านคน เป็นผู้มีสิทธิ์ใช้สิทธิ์ออกเสียงเป็นครั้งแรก

หนึ่งในนั้น ได้แก่ Achinadda Limleartpholaboon นักศึกษาวัย 20 ปี ให้สัมภาษณ์กับสตรทส์ไทม์ส ว่าเธอยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเลือกพรรคไหน แต่เชื่อว่ารัฐบาลถัดไปจำเป็นต้องมุ่งเน้นไปที่การพลิกฟื้นเศรษฐกิจ "ฉันรู้สึกว่าราคาข้าวของเพิ่มขึ้นในทุกๆวัน และเงินเดือนของประชาชนคนไทยไม่สูงเหมือนเท่าที่ควรจะเป็น"

Ranlaris Panjavan วัย 21 ปี ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งครั้งแรกอีกคน เผยว่าเธอจะพิจารณานโยบายต่างๆของบรรดาพรรคการเมือง เช่นเดียวกับประสบการณ์การทำงานของผู้สมัครทั้งหลาย

รายงานของสเตรทส์ไทม์ส อ้างความเห็นของพวกนักวิเคราะห์ เชื่อว่าจะไม่มีพรรคไหนที่บรรลุเป้าหมายคว้าชัยชนะอย่างถล่มทลาย สืบเนื่องจากความแตกแยกทางการเมืองและอุดมการณ์ในไทย ดังนั้นรัฐบาลผสมจะโผล่ขึ้นมาอีกครั้ง

อย่างไรก็ตามสิ่งที่พวกนักสังเกตการณ์จับตาก็คือ พรรคไหนจะได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล และพรรคไหนบ้างจะเข้าร่วมในรัฐบาลผสม

การเลือกตั้งครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาเศรษฐกิจของประเทศไม่ค่อยสู้ดีนัก ตามรายงานของสเตรทส์ไทม์ส โดยกระทรวงการคลังของประเทศประเมินว่าการเติบโตทางจีดีพี ในปีที่แล้ว อยู่ที่แค่ 2.2% ลดลงจากการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ที่ 2.4% ขณะที่ในปี 2026 รัฐบาลไทย ประมาณการว่าเศรษฐกิจจะเติบโตแค่ราวๆ 1.2% ถึง 2.2%

พวกเจ้าหน้าที่ยังส่งเสียงเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยงต่างๆ ในนั้นรวมถึงหนี้ภาคครัวเรือนในระดับสูง ความไม่แน่นอนทางการเมืองที่กำลังกัดเซาะความเชื่อมั่นของนักลงทุน และแรงกดดันจากมาตรการรีดภาษีของสหรัฐฯ

สเตรทส์ไทม์ส อ้างคำกล่าวของนายบุรินทร์ อดุลวัฒนะ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของบริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่าแนวโน้มภาคธุรกิจของไทยเสื่อมทรามลงอย่างมาก "ประเทศแห่งนี้ครั้งหนึ่งเคยถูกเรียกขานว่าเป็นเทฟลอนไทยแลนด์ สำหรับความยืดหยุ่นรับมือกับคลื่นความช็อคภายนอก แต่เวลานี้เสี่ยงถูกมองในฐานะคนป่วยแห่งเอเชีย"

พรรคการเมืองเกือบทั้งหมดของประเทศ ชอบพูดถึงความตั้งใจของพวกเขา สำหรับช่วยเหลือคนมีรายได้น้อยและเพิ่มรายได้แก่รัฐบาล เพื่อดึงดูดคะแนนเสียง แต่ทางสเตรทส์ไทม์ส รายงานอ้างความเห็นของนายบุรินทร์ ระบุว่า "คำสัญญาระหว่างหาเสียง ส่วนใหญ่แล้วมุ่งเน้นไปที่การขยาย สวัสดิการและสิทธิประโยชน์ ลดค่าครองชีพและแจกเงินกระตุ้นเศรษฐกิจมากกว่า"

เขาบอกว่ามาตรการต่างๆนานาเหล่านี้ไม่เพียงพอและเป็นประโยชน์เฉพาะในระยะสั้น "นโยบายทางเศรษฐกิจจำเป็นต้องจัดการความอ่อนแอทางโครงสร้างที่มีมาอย่างยาวนาน อย่างเช่นขาดแคลนทักษะฝีมือ และการศึกษามีปัญหาก้าวไม่ทันความต้องการของตลาดแรงงาน เหล่านี้ส่วนใหญ่แล้วไม่ได้รับการใส่ใจโดยพรรคการเมืองต่างๆของไทย"

เพื่อเรียกคะแนนเสียงมากขึ้น บางพรรคการเมืองได้ใช้ความขัดแย้งชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชาเมื่อปีที่แล้ว ดึงดูดเสียงสนับสนุนของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งด้วย "ประเด็นชาตินิยมและความมั่นคง กลายมาเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของมีผู้สิทธิ์เลือกตั้ง" สเตรทส์ไทม์ส อ้างความเห็นของ ดอคเตอร์ปุรวิชญ์ วัฒนสุข ผู้บรรยายด้านรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

สเตรทส์ไทม์ส ระบุว่าคำสัญญายกระดับความมั่นคง เป็นที่โดนใจของพวกชาวบ้านที่อยู่ตามแนวชายแดน ในนั้นรวมถึง Chubuathong เกษตรกรวัย 60 ปี "ถ้าปัญหาอย่างยาเสพติดและแก๊งสแกมยังมีอย่างต่อเนื่อง ประเทศก็ไม่อาจเดินหน้าได้ ปัญหาเหล่านั้นก่อความทุกข์ยากและความเสียหายใหญ่หลวง โดยเฉพาะกับเยาวชน"

(ที่มา:สเตรทส์ไทม์ส)


กำลังโหลดความคิดเห็น