หน่วยงานเฝ้าระวังระหว่างประเทศแห่งหนึ่ง ยืนยันไม่พบหลักฐานใดๆสนับสนุนคำกล่าวอ้างของเจ้าหน้าที่ระดับสูงสหรัฐฯ ซึ่งกล่าวหาว่าจีนได้ทำการทดสอบนิวเคลียร์อย่างลับๆในปี 2020 และปกปิดความเคลื่อนไหวดังกล่าว ที่ละเมิดสนธิสัญญาห้ามทดสอบนิวเคลียร์
โทมัส ดิแนนโน ปลัดกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐด้านการควบคุมอาวุธและความมั่นคงระหว่างประเทศ กล่าวอ้างในเรื่องดังกล่าว ณ ที่ประชุมปลดอาวุธนิวเคลียร์ของสหประชาชาติในเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันศุกร์(6ก.พ.) ไม่กี่วัน หลังจากสนธิสัญญาอาวุธนิวเคลียร์ฉบับหนึ่งกับรัสเซีย หมดอายุลง
"ผมสามารถเปิดเผยว่า รัฐบาลสหรัฐฯทราบว่าจีนได้ทำการทดสอบระเบิดนิวเคลียร์หลายครั้ง ในนั้นรวมถึงเตรียมการสำหรับการทดสอบที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงถึงหลายร้อยตัน "กองทัพจีนหาทางปิดบังการทดสอบ ด้วยการปกปิดการระเบิดของนิวเคลียร์ เพราะพวกเขาตระหนักว่าการทดสอบเหล่านี้ละเมิดพันธสัญญาต่างๆนานา" ดิแนนโนกล่าว "จีนทำการทดสอบนิวเคลียร์แบบจุดระเบิดอาวุธนิวเคลียร์จริง 1 ครั้ง ในเดือนมิถุนายน 2020"
เขาอ้างว่ากองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (พีแอลเอ) พยายามปกปิดกิจกรรมดังกล่าว ด้วยวิธีการทำให้เกิดการสั่นสะเทือนแยกออกจากชั้นหิน เพื่อลดประสิทธิภาพของระบบตรวจวัดแผ่นดินไหว ทำให้การตรวจจับการระเบิดทำได้ยากขึ้น
อย่างไรก็ตาม โรเบิร์ต ฟลอยด์ เลขาธิการใหญ่ขององค์การสนธิสัญญาห้ามทดลองนิวเคลียร์อย่างครอบคลุม ระบุในถ้อยแถลงในวันศุกร์(6ก.พ.) ว่าระบบเฝ้าระวังขององค์กร "ไม่ตรวจพบกรณีใดๆที่สอดคล้องกับลักษณะของการทดลองระเบิดนิวเคลียร์ ในช่วงเวลาที่กล่าวหาว่าจีนทำการทดลอง" และคำประเมินดังกล่าวยังคงไม่เปลี่ยนไปจากเดิม หลังได้วิเคราะห์รายละเอียดเพิ่มเติม
เซิง เจียน เอกอัครราชทูจจีน ด้านการปลดอาวุธนิวเคลียร์ ไม่ได้พูดถึงคำกล่าวหาของ ดิแนนโน โดยตรง ระหว่างแถลงข่าว แต่บอกว่าปักกิ่งดำเนินการอย่างรอบคอบและมีความรับผิดชอบเสมอในประเด็นนิวเคลียร์ ในขณะที่สหรัฐฯยังคงบิดเบือนและป้ายสีแสนยานุภาพการป้องกันชาติของจีนอยู่ตลอดในถ้อยแถลงต่างๆนานา
"เราคัดค้านอย่างหนักแน่นต่อเรื่องเล่าอันเป็นเท็จ และปฏิเสธคำกล่าวหาที่ไม่มีมูลของสหรัฐฯ" เซิงกล่าว "ข้อเท็จจริงคือ พฤติกรรมในแง่ลบต่างๆนานาของอเมริกาในแง่ของการควบคุมอาวุธนิวเคลียร์ เป็นก่อเกิดร้ายแรงความเสี่ยงที่มีต่อความมั่นคงของนานาชาติ จีนยึดมั่นเสมอต่อคำมั่นสัญญาระงับทดสอบนิวเคลียร์"
(ที่มา:อัลจาซีราห์)


