สหรัฐฯต้องการเห็นยูเครนและรัสเซีย ยุติสงครามที่ลากยาวมาเกือบ 4 ปีในเดือนมิถุนายน และเสนอตัวเป็นเจ้าภาพการเจรจาระหว่าง 2 ฝ่ายในฟลอริดา สัปดาห์หน้า จากการเปิดเผยของประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน
ความพยายามที่นำโดยสหรัฐฯในการยุติความขัดแย้งนองเลือดที่สุดของยุโรปนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ทวีความเข้มข้นขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่มอสโกและเคียฟยังคงมีความเห็นแตกต่างกันในประเด็นหลักเกี่ยวกับดินแดน
รัสเซีย ซึ่งครอบครองดินแดนของประเทศเพื่อนบ้านแห่งนี้ราวๆ 20% กำลังผลักดันควบคุมแคว้นโดเนตส์ก ทางภาคตะวันออกของยูเครน โดยสมบูรณ์ ส่วนหนึ่งในข้อตกลงใดๆ และขู่ใช้กำลังเข้ายึดถ้าหากการเจรจาล้มเหลว
อย่างไรก็ตาม ยูเครน บอกว่าการยอมสละดินแดนใดๆจะยิ่งสร้างความฮึกเหิมแก่รัสเซีย และส่งสัญญาณว่าจะไม่ยอมลงนามในข้อตกลงหนึ่งใด ถ้ามันล้มเหลวในการป้องปรามมอสโกจากการรุกรานอีกครั้ง
"สหรัฐฯเสนอเป็นครั้งแรกให้คณะผู้แทนเจรจา 2 ชาติ ยูเครนและรัสเซีย พบปะกันในอเมริกา บางทีอาจเป็นในไมอามี ในสัปดาห์หน้า" เซเลนสกีบอกกับผู้สื่อข่าว ในความเห็นที่เผยแพร่ในวันเสาร์(7ก.พ.) "พวกเขาบอกว่าพวกเขาอยากทำทุกๆอย่างให้เสร็จสิ้นภายในเดือนมิถุนายน"
อเมริกาเป็นคนกลางเจรจาระหว่าง 2 ฝ่ายมาแล้ว 2 รอบ ในอาบูดาบี นับตั้งแต่เดือนมกราคม อันนำมาซึ่งการแลกเปลี่ยนนักโทษครั้งใหญ่ แต่ล้มเหลวในการผ่าทางตันใดๆเกี่ยวกับดินแดน ในขณะที่ทั้งมอสโกและเคียฟต่างบอกว่าการเจรจาเป็นไปอย่างยากลำบาก
เซเลนสกี เน้นย้ำแสดงความผิดหวังว่าประเทศของเขา มักถูกร้องขอให้ยอมอ่อนข้อประนีประนอมกับรัสเซียแบบไม่สมสัดสมส่วน
ยูเครนเสนอตรึงความขัดแย้งตามแนวหน้าปัจจุบัน แต่ทาง รัสเซีย ปฏิเสธเรื่องนี้ และวอชิงตันผลักดินให้เคียฟ เปลี่ยนดินแดนที่ปัจจุบันอยู่ภายใต้การควบคุมของพวกเขาในแคว้นโดเนตส์ก ให้กลายเป็น "เขตเศรษฐกิจพิเศษ" ที่ไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของทหารทั้ง 2 ฝ่าย "แม้นว่าถ้าเราไปถึงการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ เราจำเป็นต้องมีกฎที่ยุติธรรมและน่าเชื่อถือ" เซเลนสกีระบุ
นอกจากนี้แล้วทั้ง 2 ฝ่าย ยังล้มเหลวในการเข้าใจความกัน ในประเด็นควบคุมโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ซาโปริซเซีย ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัสเซีย "ยูเครนจะไม่อดทนกับรัสเซียและสหรัฐฯ ต่อการทำข้อตกลงต่างๆเกี่ยวกับยูเครน ลับหลังยูเครน" เซเลนสกีระบุ
ตลอดกระบวนการเจรจา รัสเซียเปิดฉากโจมตีนองเลือดเล่นงานยูเครน ที่ตัดไฟและความร้อนที่ป้อนแก่ประชาชนหลายล้านคน ท่ามกลางอุณหภูมิเย็นยะเยือก
ขณะเดียวกัน รัสเซีย กล่าวหายูเครนในวันศุกร์(6ก.พ.) สำหรับบงการเหตุลอบยิงนายพลข่าวกรองทหารระดับสูงในกรุงมอสโก ส่งผลให้เขาได้รับบาดเจ็บ อย่างไรก็ตามเคียฟยังไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้
(ที่มา:เอเอฟพี)


