xs
xsm
sm
md
lg

ส่อโกลาหล!นักวิเคราะห์เขมรวิตกกัมพูชารบรากันเองอีก แก่งแย่งอำนาจยามสิ้นยุค'ฮุนเซน'

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นักวิเคราะห์การเมืองและสังคม แสดงความกังวลว่าโครงสร้างอำนาจบนพื้นฐานการยึดมั่นกับตระกูลของกัมพูชา ภายในพรรคพีเพิลส์ ปาร์ตี พรรครัฐบาล กำลังก่ออุปสรรคใหญ่ขัดขวางความเป็นอิสระของนายกรัฐมนตรีฮุน มาเน็ต และก่อความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพทางการเมืองในอนาคต ถ้า ฮุน เซน ไม่สามารถทำหน้าที่ในฐานะผู้มีอำนาจอยู่เบื้องหลังได้อีกต่อไป

Seng Vanly นักวิเคราะห์ทางภูมิรัฐศาสตร์ที่มุ่งเน้นภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เขียนบนเฟซบุ๊ก ระบุว่ายามที่ ฮุน เซน ไม่อาจทำหน้าที่ในฐานะเสาหลักที่ยึดระบบไว้ด้วยกัน เมื่อนั้นทั้ง ฮุน มาเน็ตและประเทศกัมพูชาอาจเผชิญกับสถานการณ์ความเสี่ยงสูงต่างๆนานาในหลายขวบปีข้างหน้า

ผู้เชี่ยวชาญรายนี้เตือนว่าหนึ่งผลลัพธ์ที่มีความเป็นไปได้ คือความแตกแยกกันภายใน เนื่องจากฮุนเซนยังคงเป็นบุคคลเพียงคนเดียว ที่พวกเจ้าหน้าที่ระดับสูงและครอบครัวการเมืองทรงอิทธิพลทั้งหลายหวาดกลัวและให้ความเคารพ ดังนั้นเมื่อปราศจากเขา เครือข่ายคู่อริจะมีโอกาสก้าวเข้ามาช่วงชิงอำนาจ

เขาชี้ว่า ด้วยการมีอำนาจอย่างจำกัดของฮุน มาเน็ต ในฐานะนายกรัฐมนตรี บรรดาคณะรัฐมนตรีจึงเป็นภาพสะท้อนของการจัดสรรอำนาจบนพื้นฐานของเครือข่าย ที่เต็มไปด้วยลูกหลานและญาติๆของเจ้าหน้าที่ระดับสูง ซึ่้งต่างได้รับการสนับสนุนจากระบบอุปถัมภ์โดยครอบครัวหรือเครือญาติกันเอง ด้วยเหตุนี้ เขาบอกว่ามันอาจนำไปสู่ภาวะชะงักงันทางนโยบายหรือการเลือกปฏิบัติตามคำสั่งเฉพาะบางเรื่อง, การอ่อนแอในการบังคับใช้กฎหมายและกำหนดนโยบายระดับชาติ

อีกความเสี่ยงหนึ่งที่ถูกเน้นย้ำก็คือ การเปลี่ยนผ่านทางการเมืองโดยปราศจากการเตรียมพร้อมใดๆ โดย Seng Vanly บอกว่าสถาบันต่างๆของภาครัฐ อย่างเช่นศาลและรัฐบาล มักถูกใช้สำหรับรับใช้พวกที่อยู่ในอำนาจเป็นหลัก ส่งผลให้สถาบันต่างๆเหล่านี้ไม่สามารถปฏิบัติงานในฐานะผู้พิทักษ์เสถียรภาพ ในยามที่ประเทศอาจเผชิญกับวิกฤตผู้นำ

เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายเหล่านี้ เขาแนะนำว่ากัมพูชาต้องเปลี่ยนจากระบบตัวบุคคลเป็นการปกครองโดยอาศัยกฎหมายและสถาบันต่างๆ ในนั้นรวมถึงการเสริมความเข้มแข็งในความเป็นอิสระของฝ่ายนิติบัญญัติ, ฝ่ายบริหารและฝ่ายตุลาการ รับประกันความโปร่งใสของขั้นตอนการบริหารและเปิดทางให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น

Seng Vanly เน้นย้ำว่าสันติภาพที่พึ่งพิงกับบุคคลใดบุคคลหนึ่งมีความเปราะบางโดยเนื้อแท้ พร้อมระบุเสถียรภาพที่ยั่งยืนจะมีได้ก็ต่อเมื่อมาจากความไว้วางใจในสถาบันต่างๆของรัฐ และการเคารพหลักนิติรัฐ ซึ่งเขาให้คำจำกัดความว่าเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับ ฮุน มาเน็ต และ กัมพูชา ในการก้าวข้ามความอ่อนแอทางการเมืองในปัจจุบัน

พวกนักสังเกตการณ์คนอื่นๆมองเช่นกันว่า หลังดำรงตำแหน่งมานานกว่า 2 ปี ทาง ฮุน มาเน็ต ยังไม่ได้ใช้อำนาจอย่างเต็มที่และเป็นอิสระในฐานะนายกรัฐมนตรี การตัดสินใจหลักๆยังคงออกมาจากฮุน เซน บิดาของเขา
 
(ที่มา:แคมโบเดียเดลี)


กำลังโหลดความคิดเห็น