นายกรัฐมนตรี ฮุน มาเนต แห่งกัมพูชา ได้เขียนจดหมายส่งถึงประธานาธิบดี เอมมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศส โดยขอร้องให้ฝรั่งเศสพิจารณาให้ความช่วยเหลือด้านเทคนิค ความเชี่ยวชาญ และคำแนะนำ ตลอดจนอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงและส่งมอบเอกสารทางประวัติศาสตร์และทางเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับเส้นพรมแดนระหว่างกัมพูชาและไทย ซึ่งเป็นปัญหายุ่งยากที่ตกทอดมาตั้งแต่ยุคที่ฝรั่งเศสปกครองดินแดนเขมร
ข่าวประชาสัมพันธ์จากกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 5 ก.พ. ระบุว่า ฮุน มาเนต ได้เขียนจดหมายฉบับนี้หลังจากที่ฝรั่งเศสแสดงความพร้อมที่จะจัดหาเอกสารทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง หากกัมพูชาร้องขอ
ในจดหมายดังกล่าว นายกฯ กัมพูชา ได้แสดงความกตัญญูอย่างจริงใจต่อฝรั่งเศสสำหรับการสนับสนุนอย่างมีหลักการและแน่วแน่ต่อข้อตกลงหยุดยิงระหว่างกัมพูชาและไทย ตลอดจนการมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ของฝรั่งเศสในการอำนวยความสะดวกเพื่อแก้ไขข้อพิพาทอย่างสันติ ตามกฎหมายระหว่างประเทศ
ผู้นำกัมพูชายังเน้นย้ำว่ากัมพูชาให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับบทบาทของฝรั่งเศส ไม่เพียงแต่ในฐานะสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเท่านั้น แต่ยังรวมถึงในฐานะผู้นำระดับโลกในการสนับสนุนธรรมาภิบาลโลก กฎหมายระหว่างประเทศ ระบบพหุภาคี และในฐานะหุ้นส่วนที่มีมายาวนาน ซึ่งผูกพันด้วยความเคารพซึ่งกันและกัน มีประวัติศาสตร์ร่วมกัน และมีค่านิยมร่วมกัน
นอกจากคำร้องขอการสนับสนุนแล้ว ฮุน มาเนต ยังยืนยันถึงความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ของกัมพูชาต่อเส้นทางแห่งสันติภาพ การเคารพกฎหมายระหว่างประเทศในการแก้ไขข้อพิพาท การละเว้นจากการข่มขู่หรือใช้กำลัง และการส่งเสริมสันติวิธี
คำแถลงระบุว่า “นายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่า การมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องของฝรั่งเศสจะช่วยให้บรรลุเป้าหมายร่วมกันในการหาทางออกที่เป็นธรรมและยั่งยืน ทำให้ประชาชนกัมพูชาและไทยสามารถอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข ปลอดภัย มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน และเจริญรุ่งเรืองไปชั่วลูกชั่วหลาน”
ถ้อยแถลงดังกล่าวย้ำถึงความซาบซึ้งของกัมพูชาต่อการมีส่วนร่วมของฝรั่งเศสที่ยาวนานหลายทศวรรษ ทั้งด้านสันติภาพ การพัฒนา และการฟื้นฟูประเทศของกัมพูชา ซึ่งมีส่วนช่วยเสริมสร้างศักยภาพของชาติกัมพูชาและกระชับความสัมพันธ์อันใกล้ชิดและหลากหลายมิติระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
ฝรั่งเศสเป็นอดีตมหาอำนาจอาณานิคมที่กำหนดเขตแดนระหว่างกัมพูชาและไทยส่วนใหญ่ในช่วงที่กัมพูชายังเป็นรัฐในอารักขาของฝรั่งเศส และรัฐบาลกัมพูชากำลังขอความช่วยเหลือจากฝรั่งเศส เพื่อชี้แจงและส่งเสริมการแก้ไขปัญหาเขตแดนที่ยืดเยื้อมานานอย่างสันติและให้เป็นไปตามกฎหมาย
ที่มา: The Phnom Penh Post


