คำกล่าวของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยและแคนดิเดทนายกรัฐมนตรี ที่ประกาศปกป้องอธิปไตยไทยและสถาบัน เรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงจากนักวิเคราะห์ชื่อดังชาวกัมพูชารายหนึ่ง ประเทศเพื่อนบ้านที่เปิดศึกสู้รบนองเลือด 2 รอบเมื่อเดือนที่แล้ว ตามรายงานของพนมเปญโพสต์
รายงานข่าวของพนมเปญโพสต์ระบุว่า ระหว่างปราศรัยหาเสียงที่สวนลุมพินี เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว นายอนุทินน้ำย้ำว่าการปกป้องดินแดนของไทยและสถาบันพระมหากษัตริย์ จะยังคงเป็นเป้าหมายที่มีความสำคัญลำดับต้นๆของเขา
"ผมสัญญาว่าจะปกป้องดินแดนไทยด้วยชีวิต ผมจะไม่เปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา จนกว่าคนไทยจะต้องการเป็นอย่างอื่น และผมจะไม่มีวันยอมให้ใครก้าวล้ำหน้าที่ของผม ในการรับฟังเสียงแห่งความปรารถนาของประชาชนคนไทย" เขากล่าว ตามรายงานของพนมเปญโพสต์
นอกจากนี้แล้วพนมเปญโพสต์ ยังรายงานด้วยว่านายอนุทิน ยังวิพากษ์วิจารณ์นางสาวแพทองธาร ชินวัตร เรียกเธอว่าเป็น "หลายของอังเคิล" และบ่งชี้ว่ามีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงในด้านนโยบายชาติและอธิปไตย
เขาเน้นย้ำภาระหน้าที่ที่มีต่อสถาบัน ยืนกรานว่าจะไม่มีการแก้ไขกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพหรือการแก้ไขใดๆต่อรัฐธรรมนูญ ที่อาจเป็นอันตรายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์
Kin Phea ผู้อำนวยการสถาบันความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ภายใต้สังกัดราชบัณฑิตยสภากัมพูชา แสดงความกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่มันจะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์กัมพูชาและไทย
"สำหรับผม อนุทินจะเดินหน้าก่อความเป็นปรปักษ์กับกัมพูชาถ้าเขาชนะเลือดตั้ง เพราะเขาโปรโมทตนเองในฐานะผู้พิชิต ผู้ยึดครองและผู้เหนือชั้นกว่าเขมรในสนามรบ" Kin Phea กล่าวกับพนมเปญโพสต์
"เขาไม่ยอมละทิ้งความทะเยอทะยานของเขา เพราะว่าเลือกข้างกองทัพ เพื่อรับประกันแรงสนับสนุนของกองทัพ และรักษาไว้ซึ่งเสถียรภาพของรัฐบาลของเขา" นักวิเคราะห์ชาวกัมพูชารายนี้ระบุ
Kin Phea เน้นย้ำถึงความเปราะบางในสถานการณ์ชายแดนกัมพูชา-ไทย บอกว่าการควบคุมกิจการชายแดนส่วนใหญ่อยู่ภายใต้อิทธิพลของกองทัพไทยและสถาบันพระมหากษัตริย์ "ทหารใช้ประเด็นชายแดนกับกัมพูชาเป็นข้ออ้างสำหรับขยายอิทธิพลของพวกเขา และกระชับอำนาจทางการเมือง" ตามรายงานของพนมเปญโพสต์
นักวิเคราะห์รายนี้ระบุว่า คำพูดดังกล่าวเน้นย้ำถึงความท้าทายต่างๆที่กัมพูชาต้องเผชิญ ในการจัดการกับประเด็นชายแดนกับไทย ไม่ว่าผลการเลือกตั้งจะออกมาอย่างไร
(ที่มา:พนมเปญโพสต์)


