xs
xsm
sm
md
lg

เหมืองแร่โคลแทนหัวใจอุตสาหกรรมผลิตสมาร์ทโฟนถล่มในพื้นที่ "กบฎM23" ดีอาร์คองโกดับระอุไม่ต่ำกว่า 200

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เอพี – ดินถล่มเมื่อต้นสัปดาห์ทำให้เหมืองไม่กี่แห่งเกิดถล่มแหล่งผลิตแร่โคลแทน(coltan) ที่ใช้กันมากตั้งแต่อุตสาหกรรมผลิตสมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์แลปท็อป รถอีวี และอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ ส่งผลทำให้มีผู้เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 200 คน

เอพีรายงานวันนี้(1 ก.พ)ว่า การถล่มเกิดตั้งแต่วันพุธ(28 ม.ค) ที่เหมืองรูบายา(Rubaya mines)ในพื้นที่การควบคุมของกบฏ M23 ลูมัมบา กัมเบร์ มูยีซา(Lumumba Kambere Muyisa)โฆษกผู้ว่าราชการจังหวัดนอร์ท-คีวู(North-Kivu) ให้สัมภาษณ์เอพีวันเสาร์(31 ม.ค)

และเสริมว่า สภาวะดินถล่มเกิดมาจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก

“มาจนถึงเวลานี้มีผู้เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 200 คน โดยมีบางส่วนยังคงอยู่ใต้โคลนและยังไม่สามารถนำร่างออกมาได้”

และกล่าวต่อว่า มีอีกไม่กี่คนได้รับบาดเจ็บและถูกนำตัวไปส่งสถานพยาบาล 3 แห่งในเมืองรูบายา (Rubaya) ในขณะที่คาดว่ารถพยาบาลจะนำตัวผู้บาดเจ็บไปยังเมืองโกมา(Goma)ที่ใกล้ที่สุดห่างออกไปแค่ 50 ก.ม

ผู้ว่าราชการจังหวัดที่ได้รับการแต่งตั้งจากกบฏ M23 สั่งให้การทำเหมืองยุติลงชั่วคราวและอพยพประชาชนที่อาศัยใกล้เหมืองให้ออกไป

ขณะที่รัฐบาลสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกกล่าวผ่านแถลงการณ์บนแพลตฟอร์ม X แสดงความเป็นหนึ่งเดียวกับครอบครัวเหยื่อพร้อมกล่าวหากกลุ่มกบฎ M23 ในการทำเหมืองเถื่อนอย่างไม่ปลอดภัย

อดีตคนงานเหมืองในที่เกิดเหตุเปิดเผยกับเอพีว่า มักมีดินถล่มซ้ำเป็นเพราะอุโมงค์ถูกขุดด้วยมือ อีกทั้งก่อสร้างอย่างไม่ได้มาตรฐานรวมไปถึงขาดการบำรุงรักษา

“ผู้คนต่างขุดไปทุกแห่งโดยปราศจากการควบคุมหรือมาตรการปลอดภัย และแค่บ่อเหมืองเดียวสามารถพบคนงานเหมืองได้มากถึง 500 คน เป็นเพราะอุโมงค์นั้นสร้างคู่ขนานส่งผลทำให้หากมีอุโมงค์หนึ่งอุโมงค์ใดเกิดถล่มสามารถล่งผลกระทบต่อบ่อมากมายได้ในเวลาเดียวกัน” โคลวิส เมแฟร์ (Clovis Mafare) เปิดเผย

ทั้งนี้เมืองรูบายาตั้งอยู่ตรงใจกลางของคองโกตะวันออกเป็นพื้นที่แหล่งทรัพยากรธรรมชาติสำคัญของประเทศดีอาร์คองโกที่อยู่ในแอฟริกากลางแต่ทว่าเป็นเวลาหลายสิบปีที่กลับตกอยู่ในความรุนแรงจากกองกำลังรัฐบาลและกลุ่มติดอาวุธมากมาย รวมกลุ่มกบฎM23ที่ได้รับการสนับสนุนจากรวานดา

คองโกเป็นแหล่งผลิตแร่โคลแทน ซึ่งเป็นแร่โลหะสีดำที่มีแร่โลหะหายากคือ แร่แทนทาลัมซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในอุตสาหกรรมการผลิตสมาร์มโฟน คอมพิวเตอร์ และเครื่องยนต์ของเครื่องบินเจ็ต เป็นต้น

สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกผลิตโคลแทน 40% ของการผลิตทั่วโลกในปี 2023 อ้างอิงจากการสำรวจทางธรณีวิทยาสหรัฐฯ และมีออสเตรเลีย แคนาดา และบราซิล เป็นผู้ผลิตอื่นๆของแร่โคลแทน

ขณะที่กว่า 15% ของแร่แทนทาลัมโลกมาจากเหมืองรูบายา

คองโกตะวันออกนี้เกิดวิกฤตมานานหลายสิบปีส่งผลทำให้เกิดวิกฤตทางมนุษยธรรมครั้งใหญ่ที่มีประชาชนไม่ต่ำกว่า 7 ล้านคนพลัดถิ่น รวมอีกกว่า 300,000 คนได้หนีออกไปจากบ้านตั้งแต่ธันวาคมล่าสุด

แต่ถึงแม้จะมีการลงนามข้อตกลงระหว่างรัฐบาลสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและรัฐบาลรวานดาที่มีสหรัฐฯเป็นกาวใจ และการเจรจาที่ยังคงเดินหน้าระหว่างกบฏ M23 และคองโกแต่ทว่าการสู้รบในแนวรบไม่กี่แนวในคองโกตะวันออกยังคงไม่หยุดส่งผลทำให้มีทั้งพลเรือนมากมายและทหารเสียชีวิต

เอพีชี้ว่า ข้อตกลงระหว่างคองโกและรวานดายังปิดทางการเข้าถึงแร่สำคัญต่อรัฐบาลสหรัฐฯและบริษัทเอกชนของสหรัฐฯต่างๆ


กำลังโหลดความคิดเห็น