xs
xsm
sm
md
lg

PLANET #3 ‘บิล เกตส์’ ติดกามโรคจากสาวรัสเซียขณะใช้บริการซี้ดซ้าดที่‘เอปสทีน’จัดให้ แล้วขอยาไปเผื่อภรรยาด้วย: แฉโดยอีเมลล็อตใหม่จาก ก.ยุติธรรมมะกัน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เป็นความย่อยยับมหาศาลที่ บิล เกตส์ ได้รับจากการเปิดข้อมูลลับที่ เจฟฟรีย์ เอปสทีน เขียนอีเมลทิ้งไว้อย่างหมดเปลือก นี่ไม่ใช่แค่เสียชื่อเสียงและภาพลักษณ์ป่นปี้ แต่ยังเป็นภัยคุกคามต่อชีวิตทั้งหมดด้วย เพราะพรรคเดโมแครตตั้งเป้าหมายจะขุดคุ้ยคอร์รัปชันและการใช้อำนาจในทางที่ผิดของ โดนัลด์ ทรัมป์ ตลอดจนบรรดานักการเมืองพรรครีพับลิกัน และบรรดาเครือข่าย ไม่ว่าจะเป็นผู้บริจาคเงินสนับสนุนพรรครีพับลิกัน นายธนาคารและนักการเงิน ไปจนถึงบุคคลสำคัญทั้งหลาย ซึ่งล้วนแต่เกาะกลุ่มอยู่ในเครือข่ายของเอปสทีน และบิล เกตส์ คือหนึ่งในตัวเอ้แถวหน้าที่จะถูกกระชากหน้ากากเป็นลำดับต้นๆ ต่อด้วยการถูกนำตัวไปดำเนินคดี ตามแผนกวาดล้างระบบครั้งใหญ่
อื้อฉาวหนักหนาสาหัสสำหรับ “บิล เกตส์” อภิมหาเศรษฐีแห่งไมโครซอฟต์ ซึ่งถูกเอ่ยถึงในอีเมลของ “เจฟฟรีย์ เอปสทีน” ว่าไปใช้บริการแซ่บซี้ดจากก๊วนสาวๆ รัสเซียในสังกัดพ่อเล้าเอปสทีน อดีตเจ้าของเครือข่ายค้ามนุษย์บำเรอกามข้ามชาติ แล้วปรากฏว่า บิล เกตส์ ติดกามโรค ในการนี้เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะตกเป็นข่าวอื้อฉาวหากไปพบแพทย์ตามปกติ จึงไปขอยารักษาจากเอปสทีน โดยมีการขอเผื่อไปให้ “เมลินดา เกตส์” (ศรีภรรยาในช่วงนั้น) ด้วย เดลิเมลออนไลน์รายงานโดยอ้างอิงข้อมูลจาก “ไฟล์เจฟฟรีย์ เอปสทีน” ระลอกใหม่ที่กระทรวงยุติธรรมแห่งสหรัฐอเมริกานำออกเผยแพร่เมื่อวานนี้ 30 มกราคม 2026

พ่อเล้าเฒ่าหัวงู เจฟฟรีย์ เอปสทีน ซึ่งเสียชีวิตเมื่อปี 2019 ในคุกนิวยอร์กแบบที่น่าเคลือบแคลงใจเป็นอย่างยิ่งว่า ถูกฆ่าตัดตอน มากกว่าจะฆ่าตัวตายตามรายงานของทางการ เป็นผู้เขียนถึงเรื่องดังกล่าวของอภิมหาเศรษฐีพันล้านแห่งไมโครซอฟต์ โดยปรากฏในหลายๆ อีเมลที่เอปสทีนเขียนเป็นจดหมายฉบับร่างและส่งไปถึงตนเองในวันที่ 18 กรกฎาคม 2013

เรื่องเล่าว่ามั่วเซ็กซ์กับเหล่าสาวเอ๊าะ จนกระทั่งติดโรคร้ายอันน่าอับอายนี้ ปรากฏเป็นอีเมลยาวเหยียดที่เอปสทีนเขียนฟาดงวงฟาดงาใส่ บิล เกตส์ เพราะบิล เกตส์ตีตัวออกห่างหมายจะตัดขาดมิตรภาพ โดยเอปสทีนก็ลำเลิกเอาแรงๆ ว่า

“คุณน่ะอ้อนวอนให้ผมลบอีเมลฉบับที่เกี่ยวกับปัญหากามโรคของคุณ มันเป็นคำอ้อนวอนที่ทำให้ผมต้องไปจัดหายารักษาให้คุณ เพื่อที่คุณจะได้แอบส่งต่อให้แก่ เมลินดา ตลอดจนแอบใช้รักษาองคชาติของตัวเอง”

ในตอนต้นๆ ของอีเมลฉบับเดียวกันนี้ เอปสทีนเขียนว่า “เสียใจอย่างยิ่งเกินจะพรรณนา” ที่เกตส์ตัดสินใจ “ที่จะตัดขาดมิตรภาพซึ่งพัฒนาขึ้นในตลอด 6 ปีที่แล้วมา” เดลิเมลออนไลน์รายงานไว้

นอกจากนั้น ยังมีอีเมลฉบับที่ดูว่าจะเป็นจดหมายฉบับร่างโดย “บอริส นิโกลิก” หัวหน้าทีมที่ปรึกษาของบิล เกตส์ ซึ่งอยู่ในช่วงที่กำลังจะโบกมือลาจากมูลนิธิการกุศลของอภิมหาเศรษฐีไมโครซอฟต์และภรรยา อีเมลดังกล่าวมีใจความว่า

“ผมตกอยู่หว่างกลางความขัดแย้งรุนแรงของเมลินดากับบิล...

“ตามบทบาทที่ผมเป็นมือขวาของบิล ผมถูกขอให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับหลายสิ่งหลายอย่าง ซึ่งมีทั้งเรื่องที่ไม่ถูกต้องไม่เหมาะสม ไปจนถึงเรื่องไม่ดีงามในเชิงศีลธรรม และยังถูกขอครั้งแล้วครั้งเล่าให้ทำเรื่องหมิ่นเหม่จะข้ามเส้นไปเป็นสิ่งผิดกฎหมาย...

“ซึ่งมีตั้งแต่การช่วยให้บิลได้ยารักษาโรค เพื่อแก้ปัญหาหลังจากที่เขาไปมีเซ็กซ์กับพวกเด็กสาวรัสเซีย ไปจนถึงเรื่องอำนวยการจัดเตรียมสถานที่ที่บิลจะลักลอบนัดหมายกับผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว

เมื่อเดลิเมลติดต่อขอความเห็นจากบิล เกตส์ เขาจัดทำหนังสือชี้แจงปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหลายอย่างโกรธเกรี้ยว โฆษกประจำตัวเกตส์บอกว่า คำกล่าวอ้างทั้งปวงล้วนแต่โง่เง่าไร้สาระอย่างสมบูรณ์ และเป็นเรื่องโกหกร้อยเปอร์เซ็นต์

“สิ่งเดียวที่อีเมลพวกนี้สะท้อนออกมาได้คือ ความอับจนของเอปสทีนที่ไม่เหลือความสัมพันธ์กับบิล เกตส์ อีกต่อไปแล้ว”

ภาพถ่ายหมู่ที่มี บิล เกตส์ กับเอปสทีน เป็นแกนนำ จะเปิดโปงให้ฝ่ายเดโมแครตแกะรอยคีย์แมนในเลเยอร์ต่างๆ ของเครือข่ายโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เป็นชุดเดียวกับเครือข่ายของเจฟฟรีย์ เอปสทีน ในการนี้ ภาพถ่าย Who is Who ว่ากันว่ามีจำนวนอยู่ในหลักแสน แต่กรรมาธิการตรวจสอบของพรรคเดโมแครตเลือกที่จะทยอยปล่อยออกสู่พื้นที่สาธารณะ

อ่านกันมันส์ๆ ว่าเจฟฟรีย์ เอปสทีน กรีดเนื้อ บิล เกตส์ แสบสันเพียงใด เมื่อ บิล เกตส์ ขยับจะถอนตัวจากเครือข่าย โดยมีการถลกหนังด้วยเรื่องของการติดกามโรคจากสาวๆ รัสเซียผู้ให้บริการทางเพศ

อีเมลอีกอันหนึ่งที่เป็นดั่งระเบิดสังหาร บิล เกตส์ อีเมลนี้เขียนโดยที่ปรึกษาซึ่งแฉด้วยความคับข้องใจ ที่ตนต้องช่วยบิล เกตส์ ทำหลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่ถูกต้อง และหมิ่นเหม่จะผิดกฎหมาย
เกตส์บอกว่าเสียใจที่สร้างมิตรภาพกับอดีตพ่อเล้าหัวงู พร้อมกับยืนยันว่าไม่เคยมีเรื่องไม่ถูกต้อง ไม่ดีงามใดๆ เกิดขึ้น

ในการนี้ สิ่งที่กระทรวงยุติธรรมนำออกเผยแพร่ในวันศุกร์ที่ 30 มกราคม 2026 นอกจากจะมีอีเมลจำนวนมาก ยังมีภาพถ่ายที่มีเอปสทีนและเกตส์อยู่ร่วมกันในเฟรม ณ สถานที่ต่างๆ

และยังมีบางภาพที่เกตส์ยิ้มแย้มข้างๆ กับหญิงสาว แต่เจ้าหน้าที่ของกระทรวงยุติธรรมป้ายสีดำปกปิดใบหน้าไว้

ทั้งนี้ การป้ายสีดำปิดบังใบหน้าสตรีในภาพต่างๆ นั้น เป็นที่คาดการณ์ได้ว่าเป็นการปกป้องผู้เสียหายซึ่งอยู่ในกระบวนการฟ้องร้องดำเนินคดี

ที่ผ่านมา บิล เกตส์ กับ เมลินดา ครองคู่เป็นสามีภรรยาอยู่ด้วยกันตั้งแต่ปี 1994 จดจนปี 2021 ก็หย่าร้างเสร็จสิ้น

เมลินดาเปิดเผยว่าการที่บิล เกตส์คบชู้/เล่นกิ๊กกับใครต่อใครมากมาย และการคบหาเป็นสหายกับเอปสทีน เป็น 2 สาเหตุหลักของการหย่าร้าง กระนั้นก็ตาม เธอไม่ให้รายละเอียดลงลึก เดลิเมลออนไลน์รายงาน

เดลิเมลระบุด้วยว่า ตอนที่เมลินดาตั้งทีมทนายมาวางแผนฟ้องร้องหย่าร้างตัดขาดจากเกตส์ตั้งแต่ปี 2019 จนกระทั่งเรียบร้อยในปี 2021 นั้น เป็นเพราะได้เห็นรายงานข่าวของสื่อหลากหลายค่ายเปิดโปงว่า เกตส์ไปพบปะกับเอปสทีนครั้งแล้วครั้งเล่า

ด้านบิล เกตส์ จะหมั่นประกาศตนว่าไม่ได้คบหาอะไรกับเอปสทีน โดยมีการตีตัวออกห่างจริงจังหลังจากที่รู้จักกับเอปสทีนหลายปี ซึ่งเอปสทีนเคืองเวอร์วังและแสดงท่าทียื้อ จะไม่ยอมถูกเท จนกระทั่งดูว่าจะประสบความสำเร็จ

เมื่อเอปสทีนเสียชีวิตในปี 2019 หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล ขอสัมภาษณ์บิล เกตส์ ซึ่งเกตส์กล่าวว่าตนไม่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับเอปสทีน และมิได้เป็นแม้กระทั่งเพื่อนกัน

“ผมไม่ได้ไปนิวเม็กซิโก หรือฟลอริดา หรือ ปาล์มบีช การพบกันแต่ละครั้ง ก็มีแต่ผู้ชาย และผมไม่เคยเข้าร่วมปาร์ตีหรือกิจกรรมบันเทิงกับเอปสทีนเลย”

กระนั้นก็ตาม หลังข่าวในวอลล์สตรีท เจอร์นัล ปรากฏออกมาประมาณ 1 เดือน นิวยอร์กไทมส์นำเสนอรายงานเจาะลึกว่า บิล เกตส์พบปะกับเอปสทีนหลายครั้งหลายโอกาสมากมายทีเดียวนับจากปี 2011 ซึ่งเป็นช่วงที่เอปสทีนผ่านพ้นโทษจำคุกออกมาแล้ว อันเป็นคดีล่วงละเมิดทางเพศต่อเยาวชน ซึ่งนั่นเป็นคดีความและการติดคุกตะรางในรัฐฟลอริดา

ภาพนี้เป็นหนึ่งในไฮไลท์การถล่มบิล เกตส์ ซึ่งสตรีในภาพอยู่ในระหว่างดำเนินการเพื่อเอาผิดอภิมหาเศรษฐีแห่งไมโครซอฟต์ โดยน่าจะเป็นปมการล่วงละเมิดทางเพศ

เมลินดา เกตส์ หย่าร้างเลิกราจาก บิล เกตส์ ในปี 2021 หลังจากใช้ชีวิตเป็นครอบครัวเดียวกันนาน 17 ปี เธอกล่าวว่ามิตรภาพของบิล กับเจฟฟรีย์ และการคบชู้-นอกใจเธอ เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ต้องตัดสินหย่าขาด แต่ก็มีปมเล็กๆ ที่ต้องจับตา กล่าวคือ เมลินดา ประกาศจุดยืนทางการเมืองว่าอยู่ฝ่ายเดโมแครต ดรามากวาดล้างความบิดเบี้ยวในสังคมอเมริกัน อาจได้ปัญญาชนที่ต้องการสร้างสังคมใหม่ มาช่วยขับเคลื่อนปฏิบัติการอยู่ที่ฉากหลัง อย่างทรงพลัง
ทั้งนี้ ณ แมนชันหรูของเอปสทีนในนครนิวยอร์ก บิล เกตส์ ไปพบเอปสทีนอย่างน้อย 3 ครั้ง โดยมีหนึ่งครั้งที่เกตส์อยู่จนดึกดื่น เดอะไทมส์ลอนดอนรายงาน

เกี่ยวกับแมนชันแห่งนี้ “เวอร์จิเนีย โรเบิตส์ จุฟเฟร” (ซึ่งเป็นผู้ที่ฟ้องร้องเล่นงานปรินซ์แอนดรูว์ พระราชโอรสแห่งควีนเอลิซาเบธที่ 2 ในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศต่อเธอในช่วงที่เธอยังเป็นเยาวชน) เล่าไว้ว่าจะมีบริการสันทนาการทางเพศสัมพันธ์เพื่อรับรองแขกเหรื่อของเอปสทีนภายในห้องรับรองอันมากมายของแมนชัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริการนวดเปลือยกายก่อนจะต่อเนื่องไปสู่บริการทางเพศหมวดอื่นๆ จนครบวงจร จนกระทั่งแขกวีไอพีของเอปสทีนสุขสมสบายตัว

อาทิ แขกวีวีไอพีอย่างปรินซ์แอนดรูว์ ซึ่งคนรับใช้ของเอปสทีนให้การแก่ตำรวจนิวยอร์กว่าปรินซ์แอนดรูว์ไปใช้บริการนวดที่แมนชันหรูของเอปสทีนในนครนิวยอร์กทุกวันตลอดช่วงที่ปรินซ์ไปเยือนเดอะบิ๊กแอปเปิล

นอกจากจะพบปะกันที่นิวยอร์กแล้ว ยังมีการพบปะกันที่ปาล์มบีช รัฐฟลอริดา โดยแมนชันอันอลังการที่ปาล์มบีชก็มีบทบาทแบบเดียวกับแมนชันที่นิวยอร์ก

(ทั้งนี้ สกู๊ปของเดลิเมลออนไลน์ว่าด้วยเส้นทางที่เวอร์จิเนีย โรเบิตส์ เข้าสู่ธุรกิจค้ากามข้ามชาติของเอปสทีน มีการถ่ายทอดคำให้การของเธอว่า ทุกเมื่อที่เธอถูกโทร. ตามตัว เธอต้องหยุดทุกสิ่ง แล้วรีบตรงไปยังแมนชันนี้ ไปให้บริการกิจกรรมเข้าจังหวะที่มอบความหฤหรรษ์แก่ลูกค้า ซึ่งล้วนแต่เป็น VIP ผู้ร่ำรวย/ทรงอำนาจ)

ในการนี้ มีผู้เห็นเหตุการณ์ในเครื่องเจ็ทส่วนตัวกัล์ฟสตรีมของเจฟฟรีย์ เอปสทีน ณ ไฟล์ทเดือนมีนาคม 2013 บุคคลดังกล่าวเล่าว่า เขาเดินทางด้วยกันกับ บิล เกตส์ บินจากนิวเจอร์ซีย์ สู่ปาล์มบีช ฟลอริดา นั่นเป็นอีกหนึ่งครั้งที่อภิมหาเศรษฐีแห่งไมโครซอฟต์ไปพบปะและมีกิจกรรมด้วยกันกับเอปสทีน

อีกหนึ่งภาพสำคัญที่บิล เกตส์ ทำงานร่วมกับ เจฟฟรีย์ เอปสทีน โดยมีท่านโม่งอยู่ในที่ประชุมด้วย การที่กรรมาธิการเลือกภาพนี้ (ที่กระทรวงยุติธรรมปล่อยออกมา) ให้ปรากฏต่อสายตาท่านผู้ชม สามารถเขย่าขวัญเจ้าของแขนที่โผล่อยู่ในภาพได้เป็นอย่างดี

ภาพนี้น่าจะถูกเลือกออกมาเผยแพร่เพราะลอว์เรนซ์ ซัมเมอร์ส (ซ้ายสุด) อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นหนึ่งในตัวกลั่นที่ถูกมาร์กเป็นพิเศษ โดยลอว์เรนซ์ ซัมเมอร์สมีความสนิทสนมกับเอปสทีนแบบลูกกระเดือกกับคอหอย โดยทั้งคู่ขับเคลื่อนการปรับลดกฎระเบียบในการกำกับดูแลภาคการเงิน ส่วนทางขวาสุดคือ บอริส นิโกลิก หัวหน้าทีมที่ปรึกษาของบิล เกตส์ เดลิเมลออนไลน์ให้ข้อมูลว่าภาพบานนี้บันทึกกันที่คฤหาสน์ของเอปสทีนในนิวยอร์ก เมื่อปี 2011 ซึ่งเป็นปีแรกที่เอปสทีนเข้าไปตีสนิท บิล เกตส์ และความรู้จักมักคุ้นก็พัฒนาขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

บิล เกตส์ กับ เมลินดา ผู้เป็นศรีภรรยา ถ่ายภาพคู่กันในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2019 ที่เมืองเคิร์กแลนด์ รัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ ในวันมงคลดังกล่าว ทั้งสองร่วมกันให้สัมภาษณ์ตอบโต้กระแสวิพากษ์วิจารณ์อันร้อนระอุว่า การบริจาคเพื่อการกุศลของพวกมหาเศรษฐีเป็นพลังแห่งความดีจริงล่ะหรือ เมลินดาบอกว่าเธอไม่หวั่นไหวกับแรงต่อต้าน มูลนิธิบิลล์และเมลินดาเกตส์ (ชื่อในเวลานั้น) เป็นมูลนิธิที่มีเงินทุนสนับสนุนมากที่สุดในโลก ณ ศักราช 2019
เกร็ดข้อมูลมิตรภาพระหว่างบิล เกตส์ กับเจฟฟรีย์ เอปสทีน ไปปรากฏในเอสเอ็มเอส ปี 2017 ซึ่งสภาคองเกรสนำออกเผยแพร่ในปีที่แล้ว ยืนยันว่าความสัมพันธ์ของสองคนดังคู่นี้ดำเนินเรื่อยมา แม้จะถูกคัดค้านโดยเมลินดา เดลิเมลออนไลน์รายงานอย่างนั้น

ที่ปรึกษาของบิล เกตส์ เขียนไปถึงเอปสทีนว่า

‘เกตส์อยากคุยกับคุณ แต่ภรรยาเขาไม่ยอม’

หนึ่งนาทีถัดมา ก็เขียนส่งไปเพิ่มว่า

‘เกตส์รักคุณ’ – ‘เขาฝากเซย์ไฮ’

แล้วมีการเอ่ยไปถึงกองทุนการกุศลที่เอปสทีนพยายามจะจัดตั้งให้แก่เกตส์ และผู้บริจาครายอื่นๆ โดบที่ปรึกษาเขียนส่งไปว่า

‘เกตส์รู้สึกไม่ดีเลย ... เขามองว่าเป็นไอเดียดีงาม แต่ภรรยาไม่ยอมให้เข้าร่วม’

ขณะที่บิล เกตส์ ปฏิเสธในเรื่องมิตรภาพและการไปพบปะกับ เจฟฟรีย์ เอปสทีน นั้น การตรวจสอบและแฉความจริงเกี่ยวกับการคบหาระหว่างสองคนดังจอมอื้อฉาว ที่ดำเนินการโดยกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรในฝ่ายของพรรคเดโมแครต นับวันแต่จะมีความชัดเจนเจาะลึกมากขึ้นอย่างรวดเร็ว

โดยในเดือนกันยายน 2025 คณะกรรมาธิการทำการเปิดข้อมูลตารางนัดหมายของเอปสทีน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการพบปะกับบิล เกตส์ มีขึ้นหลากหลายครั้งทีเดียว แม้แต่อีเวนต์ที่มีปรินซ์แอนดรูว์ (ซึ่งขณะนั้นยังมิได้ถูกถอดพระอิสริยยศเจ้าชาย) เดินทางจากอังกฤษมาร่วมกิจกรรม ก็มีบิล เกตส์ ปรากฏตัวในงานด้วย เดลิเมลออนไลน์รายงาน

คอลัมน์ PLANET No.3

โดย รัศมี มีเรื่องเล่า


(ที่มา: เดลิเมลออนไลน์ เดอะซัน)

กำลังโหลดความคิดเห็น