เอเจนซีส์ – นักวิทยาศาสตร์ NASA ยืนยันไม่เป็นความจริงหลังโลกโซเชียลตะวันตกแตกตื่นลือ NASA กำลังซ่อนความลับวันสิ้นโลกส่งผลทำให้คนหลายล้านเสียชีวิตทันที ถ้าโลกเกิดสภาพไม่มีแรงโน้มถ่วงนาน 7 วินาทีในวันที่ 12 ส.ค ปีนี้ พบเตรียมรับมือโครงการ Project Anchor งบมหาศาล 86 พันล้านดอลลาร์รับผิดชอบสร้างบังเกอร์ใต้ดิน
หนังสือพิมพ์นิวยอร์กโพสต์ของสหรัฐฯรายงานวันที่ 19 ม.ค ที่ผ่านมาว่า กลายเป็นทฤษฎีสมคบคิดที่ลือไปทั่วโลกโซเชียลมีเดียตะวันตกถึงเหตุโลกกำลังเกิดสภาพไร้แรงโน้มถ่วง(gravity) นาน 7 วินาทีในปีนี้
และหายนะวันสิ้นโลกนี้จะส่งผลทำให้เกิดคนตายทั่วโลกทันทีจากการร่วงลงมาจากที่สูง 40 ล้านคนพร้อมกับคนบาดเจ็บมากมาย บ้านเรือนเสียหายหลังสภาพแรงโน้มถ่วงหวนกลับมาอีกครั้ง
โพสต์ต้นเรื่อง@mr_danya_of บนอินสตาแกรมอ้างว่า NASA รู้เรื่องดีแต่ปิดบังไว้ พร้อมโยงไปถึงเอกสารลับสุดยอดที่รั่วออกมาภายนอกเมื่อพฤศจิกายนปี 2024 เปิดเผยโครงการลับ NASA ชื่อ Project Anchor เตรียมพร้อมหากเกิดวันโลกาวินาศ
พร้อมกันนี้ยังอ้างว่า NASA ได้งบประมาณ 89 พันล้านเพื่อเตรียมรับมือและได้รับมอบหมายให้สร้างบังเกอร์ใต้ดิน อ้างอิงจากเดลีเมลของอังกฤษ
นิวยอร์กโพสต์ชี้ว่า ทฤษฎีสมคบคิดที่ลือไปทั่วระบุว่า โลกจะเกิดสภาพไร้แรงโน้มถ่วงในวันที่ 12 ส.ค ปี 2026 ในเวลา 14.33 GMT (09.33 น.ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ) โดยโลกจะเกิดสภาพไม่มีแรงโน้มถ่วงนาน 7 วินาทีที่จะทำให้ทุกสิ่งลอยขึ้นเหมือนกับอยู่ในอวกาศยังไงยังงั้น
หนึ่งในนักท่องเน็ตที่สนใจตั้งคำถามว่า “หากว่ามันไม่จริง ทำไมถึงมีการระบุวันที่ เปิดเผยชื่อโครงการและงบประมาณด้วย?”
โพสต์ต้นเรื่องบนอินสตาแกรมชี้ว่า พวกเขาอ้างว่าจะส่งผลทำให้คนทั่วโลก 40 ล้านคนตายจากการร่วงลงมา โครงสร้างพื้นฐานโดนทำลาย ระบบเศรษฐกิจล่มนานกว่า 10 ปี เกิดการแตกตื่นครั้งมโหฬาร
ทฤษฎีสมคบคิดอ้างว่า ปรากฎการณ์นี้มีสาเหตุมาจากการตัดกันของคลื่นแรงโน้มถ่วงเกิดขึ้นเมื่อหลุมดำชนกัน
สื่อสหรัฐฯชี้ว่า แต่ผู้เชี่ยวชาญ NASA ออกมาชี้ว่า ทฤษฎีสมคบคิดนี้แสดงให้เห็นว่า เป็นสิ่งที่ไม่เป็นความจริงเนื่องมาจากเข้าใจผิดอย่างร้ายแรงถึงการทำงานของแรงโน้มถ่วงโลก
NASA ได้ออกแถลงการณ์ตอบต่อนักข่าวสื่อ Snopes ยืนยันชัดเจนว่า “โลกจะไม่เสียแรงโน้มถ่วงในวันที่ 12 ส.ค ปี 2026 อย่างแน่นอน”


