อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯพรรคเดโมแครตทั้ง “โอบามา” และ “คลินตัน” ออกมาเรียกร้องในวันอาทิตย์ (25 ม.ค.) ให้คนอเมริกันยืนหยัดปกป้องเสรีภาพ หลังพลเมืองในมินนีแอโพลิส ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองยิงตายเป็นรายที่ 2 ในรอบเดือนนี้ โดยที่คณะบริหารทรัมป์ยังดึงดันว่า เป็นการป้องกันตัว ทั้งที่ภาพวิดีโอชัดเจนผู้ตายไม่มีปืนในมือ ขณะเดียวกันพวกสมาชิกรัฐสภารีพับลิกันจำนวนมากขึ้น ก็กดดันให้มีการสอบสวนเหตุการณ์นี้อย่างละเอียด
คณะบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถูกบีบหนักขึ้นเรื่อยจากการใช้นโยบายปราบปรามผู้อพยพอย่างแข็งกร้าวครั้งใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางยิง อเล็กซ์ เพรตตี บุรุษพยาบาลแผนกผู้ป่วยวิกฤต วัย 37 ปี เสียชีวิตเมื่อวันเสาร์ (24 ) หรือไม่ถึง 3 สัปดาห์หลังจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองยิง เรเน กู๊ด แม่ลูกสาม วัย 37 ปี เสียชีวิตในรถ โดยทั้ง 2 เหตุการณ์ต่างเกิดขึ้นในเมืองมินนีแอโพลิส เมืองใหญ่ที่สุดของรัฐมินนิโซตา ซึ่งทรัมป์ออกคำสั่งส่งพวกเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐฯ (ไอซ์) พร้อมเจ้าหน้าที่สหรัฐฯที่เป็นหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายหน่วยอื่นๆ เข้าไปจับกุมกวาดล้างผู้อพยพเข้าเมืองผิดกฎหมาย ถึงแม้ทางเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นตลอดจนประชาชนจำนวนมากพากันคัดค้าน
คณะบริหารทรัมป์ได้ออกมากล่าวหาเพรตตีในทันทีหลังเกิดเหตุว่า เจตนาทำร้ายเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางแบบเดียวกับที่กล่าวหากู๊ด โดยอ้างว่า ตรวจพบว่า ผู้ตายพกปืนพกมาด้วย
สตีเฟน มิลเลอร์ รองประธานคณะทำงานทำเนียบขาว ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องสนับสนุนนโยบายปราบปรามผู้อพยพอย่างรุนแรง เรียกเพรตตีว่า “นักฆ่า” และ “ผู้ก่อการร้ายในประเทศ” ขณะที่คริสตี โนเอม รัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ กล่าวหาว่า เพรตตีขัดขวางการบังคับใช้กฎหมาย
อย่างไรก็ตาม คลิปวิดีโอที่แชร์กันอย่างกว้างขวางบนโซเชียลมีเดียและได้รับการตรวจสอบยืนยันจากสื่อหลายสำนักกลับเผยให้เห็นว่า เพรตตีไม่ได้ชักปืนออกมา แต่เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางเป็นฝ่ายยิงใส่หลังจากฉีดสารระคายเคืองเข้าหน้าเพรตตีและเหวี่ยงเขาลงบนพื้นถนน ทั้งนี้ เพรตตี ยังเป็นผู้ที่มีใบอนุญาตพกปืนได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายอีกด้วย
ทางด้านทรัมป์กล่าวหาว่า การเสียชีวิตของเพรตตีและกู๊ดเป็นผลจากการปลุกปั่นของเจ้าหน้าที่ที่ได้รับเลือกตั้งในท้องถิ่นซึ่งเป็นพวกสังกัดพรรคเดโมแครต โดยรวมถึง ทิม วอลซ์ ผู้ว่าการรัฐมินนิโซตา และเจค็อบ เฟรย์ นายกเทศมนตรีมินนีแอโพลิส ซ้ำกล่าวหาว่า เมืองและรัฐที่อยู่ภายใต้การบริหารของเดโมแครตไม่ยอมให้ความร่วมมือกับทางไอซ์
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองหลายพันคนถูกส่งไปยังมินนีแอโพลิสตั้งแต่หลายสัปดาห์ก่อน หลังจากสื่ออนุรักษนิยมกล่าวหาว่า มีการฉ้อโกงที่เชื่อมโยงกับผู้อพยพชาวโซมาเลีย
อย่างไรก็ดี แม้เจ้าหน้าที่คณะบริหารหลายคนออกมาปกป้องเจ้าหน้าที่ที่ยิงเพรตตี แต่ระหว่างการสัมภาษณ์สั้นๆ กับวอลล์สตรีท เจอร์นัลเมื่อวันอาทิตย์ ทรัมป์กลับเลี่ยงที่จะตอบคำถามว่า สิ่งที่เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวทำเหมาะสมแล้วหรือไม่ โดยบอกว่า คณะบริหารกำลังตรวจสอบเรื่องนี้
ผู้ประท้วงในมินนีแอโพลิสยังคงชุมนุมต่อเนื่องในวันอาทิตย์และประณามการกระทำของไอซ์ ขณะที่ บารัค โอบามา อดีตประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแครต พร้อมกับ มิเชล ภรรยาของเขา ออกคำแถลงระบุว่า การตายของเพรตตีควรเป็นสัญญาณเตือนว่า ค่านิยมสำคัญของอเมริกากำลังถูกล่วงละเมิดหนักขึ้น
ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา บิลล์ คลินตัน อดีตประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแครตอีกคนหนึ่ง ก็ออกคำแถลงว่า ผู้ประท้วงที่ชุมนุมอย่างสันติกลับถูกจับกุม ทุบตี ยิงด้วยแก๊สน้ำตา และถูกยิงตาย ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่รับไม่ได้ พร้อมเรียกร้องให้คนอเมริกันยืนหยัดปกป้องเสรีภาพ
ทางด้านวอลซ์ ผู้ว่าการรัฐมินนิโซตา ตั้งคำถามโดยตรงถึงทรัมป์ระหว่างแถลงข่าวในวันอาทิตย์ว่า ต้องทำอย่างไรถึงจะทำให้เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางออกไปจากมินนิโซตา
วันเดียวกันนั้น ผู้นำธุรกิจจากบริษัท 60 แห่งที่มีสำนักงานใหญ่ในรัฐนี้ ลงชื่อในจดหมายเปิดผนึกเรียกร้องให้แก้ไขสถานการณ์ตึงเครียดทันที และขอให้เจ้าหน้าที่ร่วมมือกัน
แม้กระทั่งพวกสมาชิกรัฐสภาสังกัดรีพับลิกันเอง ก็มีจำนวนมากขึ้นที่เรียกร้องให้สอบสวนกรณีการยิงเพรตตีอย่างละเอียด รวมทั้งเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น
ทั้งนี้ รายงานข่าวระบุว่า คณะบริหารทรัมป์ไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่สอบสวนมินนีแอโพลิสเข้าร่วมการสอบสวนคดีเพรตตี
แอนดรูว์ การ์บาริโน ประธานคณะกรรมการธิการความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสภาผู้แทนราษฎรสังกัดพรรครีพับลิกัน เผยว่า ต้องการให้ผู้นำไอซ์ สำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดน และสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและสัญชาติไปให้การกับคณะกรรมาธิการของเขา และย้ำว่า สิ่งสำคัญอันดับแรกคือ ความปลอดภัยของประชาชน
นอกจากนี้ยังมีสมาชิกรัฐสภาและผู้ว่าการรัฐรีพับลิกันอีกหลายคนออกคำแถลงแสดงความกังวลและเรียกร้องให้มีการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเสียชีวิตของเพรตตี รวมทั้งวิจารณ์ว่า ความน่าเชื่อถือของไอซ์และต้นสังกัดคือกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ กำลังเผชิญความเสี่ยง
ทอม ทิลลิส วุฒิสมาชิกรีพับลิกันจากนอร์ทแคโรไลนา กดดันให้รัฐบาลกลางและรัฐมินนิโซตาร่วมกันสอบสวนอย่างละเอียด และดักคอว่า เจ้าหน้าที่คณะบริหารที่ด่วนตัดสินและพยายามยุติการสอบสวนทั้งที่ยังไม่เริ่มต้นด้วยซ้ำถือว่า กำลังทำให้ประเทศชาติและผลงานของทรัมป์เสียหาย
ฟิล สก็อตต์ ผู้ว่าการรัฐเวอร์มอนต์ที่เป็นสมาชิกรีพับลิกัน วิจารณ์ว่า การยิงเพรตตีเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้
นอกจากนั้น คะแนนนิยมสำหรับการจัดการปัญหาคนเข้าเมืองของทรัมป์จากการสำรวจของเอพี-เอ็นโออาร์ซีล่าสุดยังลดลงเหลือ 38% จาก 49% ในเดือนมี.ค.ปีที่แล้ว
(ที่มา: เอเอฟพี/เอพี)


