สำหรับ Khaochat Mankong พลเมืองชาวไทย มีความตั้งใจว่าปี 2026 จะเป็นปีที่มีความสำคัญที่สุดในชีวิตของเธอ หลังจากกรอกเอกสารที่จำเป็นกับสถานทูตสหรัฐฯในกรุงเทพฯ และเตรียมไปเริ่มชีวิตใหม่กับสามีชาวแคนาดาในแคลิฟอร์เนีย
อย่างไรก็ตามเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว Khaochat Mankong ต้องมาเห็นแผนดังกล่าวพังทลายลงไปต่อหน้าต่อตา หลังรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ แถลงระงับกระบวนการออกวีซ่าถาวรคนเข้าเมืองจากประเทศต่างๆ 75 ชาติ ในนั้นรวมถึง ไทย ความเคลื่อนไหวที่ อัลจาซีราห์ สื่อมวลชนอาหรับภาคภาษาอังกฤษ รายงานพาดหัวว่า "ไทย พันธมิตรของอเมริกา รู้สึกเหมือนถูกทรยศ"
รายงานของอัลจาซีราห์ ระบุกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ให้เหตุผลสำหรับการระงับออกวีซ่าถาวรคนเข้าเมือง สำหรับประเทศที่เป็นเป้าหมาย เป็นเพราะคนเข้าเมืองของชาติต่างๆเหล่านั้น เข้ามาฉวยสิทธิประโยชน์และสวัสดิการในอัตราที่ไม่อาจยอมรับได้
Khaochat Mankong ติวเตอร์สอนภาษาองกฤษ ในกรุงเทพฯ ให้สัมภาษณ์กับอัลจาซีราห์ว่า "ฉันรู้สึกช็อค ฉันไม่เคยคิดว่าพวกเขาจะแทรกแซงวีซ่าถาวรหรือวีซ่าสมรส แต่ตอนนี้ทุกๆอย่างจำเป็นต้องหยุดชะงัก โดยไม่รู้ว่าจะอีกนานแค่ไหน"
รายงานของอัลจาซีราห์ อ้างคำสัมภาษณ์ของ Khaochat Mankong บอกต่อว่า เธอหวังสร้างครอบครัวในสหรัฐฯ และไม่มีเจตนารับสิทธิประโยชน์และสวัสดิการใดๆ "ถ้าพวกเขาต้องการคัดกรองผู้คน ก็ควรใช้การทดสอบความสามารถทางภาษี ตรวจสอบบัญชีทางการเงิน" เธอกล่าว "ฉันมีความสามารถทางภาษา ฉันมีเงิน แล้วทำไมฉันถึงถูกขัดขวางจากการไปใช้ชีวิตอยู่กับคนที่ฉันรัก"
อัลจาซีราห์รายงานว่าเรื่องราวลักษณะเดียวกันเกี่ยวกับความฝันที่พังทลายลง ได้ถูกเล่าพรั่งพรูบนสื่อสังคมออนไลน์ของไทยในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา คู่สมรสจำนวนมากแสดงความกังวลว่าอาจต้องห่างจากกันเป็นเวลานาน หรือไม่ก็ลูกๆของพวกเขาอาจโดนปฏิเสธสิทธิในการอาศัยอยู่ในอเมริกา
บรรดาผู้ที่คาดว่าจะเป็นแรงงานข้ามชาติ ก็รู้สึกตกใจกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเช่นกัน ที่เป็นการระงับออกวีซ่าทำงาน EB-class เช่นเดียวกับวีซาคู่หมั้น K-class และวีซ่าผู้ติดตาม
Songtham Artsomjit วัย 26 ปี บอกว่าเขามองไม่เห็นเส้นทางมุ่งหน้าสู่สหรัฐฯอีกแล้ว หลังจากจ่ายเงินแก่เอเยนต์ไทยแห่งหนึ่ง 800 ดอลลาร์ ให้เริ่มดำเนินการด้านเอกสาร สำหรับซีซ่าผู้อพยพสำหรับแรงงานไร้ฝีมือ EB-3
"ผมกำลังเดินทางไปทำงานที่โรงานประกอบรถเทรลเลอร์แห่งหนึ่งในวิสคอนซิล" Artsomjit กล่าวกับอัลจาซีราห์ พร้อมให้คำจำกัดความแผนการของเขาว่าเป็นความหวังสำหรับเปลี่ยนชีวิต ที่อาจนำไปสู่การพักอาศัยถาวร "แต่ผมต้องรับงานทำงานในซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งในอิสราเอลแทน ผมหวั่นกลัวความยากจน มากกว่าความเสี่ยงของสงครามที่นั่น"
ไทย เป็นเพียง 1 ใน 2 พันธมิตรตามสนธิสัญญาของสหรัฐฯ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้ง 2 ชาติมีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการย้อนกลับไปในปี 1833 อย่างไรก็ตามในกรณีนี้ ไทย แสดงความผิดหวังอย่างยิ่งที่ถูกนับรวมในบัญชีดังกล่าว ซึ่งในนั้นมีบรรดาชาติยากจนกว่าไทยมาก และประกอบด้วยเหล่าประเทศที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง อย่างอัฟกานิสถาน, เฮติ, โซมาเลีย และพม่า
อัลจาซีราห์ระบุ สำหรับคนไทยจำนวนมาก รู้สึกว่าการไม่ได้รับความยุติธรรม มีต้นตอจากการที่พวกผู้พลัดถิ่นชาวไทยค่อนข้างประสบความสำเร็จในสหรัฐฯ ในนั้นจำนวนมากสามารถสร้างธุรกิจที่ทำกำไรได้มากมาย หลังเบื้องต้นย้ายถิ่นฐานมาทำงานค่าจ้างระดับต่ำ ตามร้านอาหาร คลังสินค้าและโรงงานต่างๆ
รายได้เฉลี่ยตรงกลางของครัวเรือนที่มีคนไทยเป็นหัวหน้าครอบครัวในปี 2023 อยู่ที่ 82,000 ดอลลาร์(ราว 2.5 ล้านบาท) สูงกว่าค่าเฉลี่ยรายได้ของประเทศ ซึ่งอยู่ที่ 75,000 ดอลลาร์(ราว 2.3 ล้านบาท) อ้างอิงข้อมูลของศูนย์วิจัยพิว
ในรายงานของอัลจาซีราห์ ระบุว่า ไทย ครั้งหนึ่งเคยเป็นฐานสำคัญในภารกิจของสหรัฐฯ ในการจัดการกับคอมมิวนิสต์ และเมื่อเร็วๆนี้เป็นพันธมิตรต่อต้านคำกล่าวอ้างกรรมสิทธิ์อันเกินเลยของจีนในทะเลจีนใต้ อย่างไรก็ตามปัจจุบัน ไทย มีความสัมพันธ์ตึงเครียดมากขึ้นเรื่อยๆกับพันธมิตรตามสนธิสัญญาที่เก่าแก่ที่สุด นับตั้งแต่ ทรัมป์ กลับเข้าสู่ตำแหน่งประธานาธิบดี
เช่นเดียวกับชาติอื่นๆในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่พึ่งพิงการส่งออก ไทยกำลังเผชิญกับความผันผวนทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง สืบเนื่องจากมาตรการรีดภาษีของทรัมป์
การส่งออกสินค้าไทยไปยังสหรัฐฯ อยู่ภายใต้มาตรการรีดภาษี 19% มาตั้งแต่เดือนสิงหาคม ในขณะที่การเจรจาการค้าอย่างครอบคลุมต้องหยุดชะงักไป จากข้อเรียกร้องของอเมริกา ที่ต้องการให้ไทยเปิดตลาดท้องถิ่นให้แก่บรรดาผู้ผลิตอาหารรายใหญ่ของพวกเขา
"รัฐบาลทรัมป์ไม่เคารพในมิตรภาพ มันคือมุมมองโลกเชิงแลกเปลี่ยนหรือโลกทัศน์ของการทำธุรกรรม" จากความเห็นของฟิล โรเบิร์ตสัน พลเมืองอเมริกาที่พำนักอยู่ในไทย ซึ่งมีตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการเอเชีย ฮิวแมน ไรท์
โรเบิร์ตสัน เรียกนโยบายของทรัมป์ ว่า "หยาบกระด้างและไร้จิตใจ" และคาดการณ์ว่ารัฐบาลสหรัฐฯ "จะสร้างอุปสรรคต่างๆนานา ระเบียบราชการที่ยุ่งยากและล่าช้ามากมาย เพื่อทำให้การโยกย้ายถิ่นฐานไปยังสหรัฐฯ กลายเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้
อย่างไรก็ตามไม่ใช่คนไทยทุกคนที่คัดค้านการเปลี่ยนแปลง โดย Noi ที่ใช้ชีวิตอยู่กับสามีชาวอเมริกา ในเมืองไนซ์วิลล์ รัฐฟลอริดา และถือครองกรีนการ์ด ได้สิทธิ์ใช้ชีวิตอยู่ในสหรัฐฯเป็นการถาวร บอกกับอัลจาซีราห์ ว่าเธอสนับสนุนความพยายามของรัฐบาลทรัมป์ ในการสกัดพวกคนเข้าเมืองเคลมสิทธิประโยชน์และสวัสดิการของอเมริกา
(ที่มา:อัลจาซีราห์)


