ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนระบุว่า อนาคตของแคว้นดอนบาส ทางภาคตะวันออกของยูเครน จะเป็นจุดโฟกัสสำคัญจุดหนึ่ง ขณะที่คณะผู้เจรจาจากยูเครน, รัสเซีย, และสหรัฐฯเริ่มประชุมกันที่กรุงอาบูดาบี เมืองหลวงของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ตั้งแต่วันศุกร์ (23 ม.ค.) เพื่อหาทางยุติสงครามที่รัสเซียเปิดการรุกรานยูเครนอย่างเต็มพิกัดมาเป็นเวลาเกือบ 4 ปี
กระทรวงการต่างประเทศของยูเออี แถลงยืนยันว่าการเจรจาเริ่มต้นขึ้นแล้วในวันศุกร์ (23) และมีกำหนดการที่จะประชุมกันเป็นเวลา 2 วัน “โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่เดินหน้ามาอย่างต่อเนื่องเพื่อส่งเสริมการสนทนากันและหาวิธีแก้ไขวิกฤตคราวนี้ด้วยหนทางการเมือง”
ทางด้านทำเนียบขาวได้กล่าวถึงการเจรจาครั้งนี้ว่ามีประสิทธิผล และบอกว่าการสนทนาจะดำเนินต่อไปอีกในวันเสาร์ (24)
การเจรจากันแบบ 3 ฝ่ายเข้าร่วมคราวนี้ มีขึ้นหลายชั่วโมงหลังจากประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย หารือถึงการหาทางแก้ปัญหาในยูเครนกับ สตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ และ จาเรด คุชเนอร์ บุตรเขยของทรัมป์ซึ่งเป็นผู้เจรจาของสหรัฐฯอีกคนหนึ่ง โดยข่าวระบุว่าเป็นการพูดจากันแบบมาราธอนในคืนวันพฤหัสบดี ทั้งนี้มีรายงานว่า ทำเนียบเครมลินยืนยันว่า หากจะสามารถทำดีลสันติภาพกันได้ เคียฟก็ต้องถอนทหารออกไปจากพื้นที่ในดอนบาสให้หมด โดบแคว้นดอนบาสที่ว่านี้ ประกอบด้วยแคว้นลูฮันสก์กับแคว้นโดเนตสก์ ลูฮันสก์นั้นถูกรัสเซียยึดไปได้เกือบสมบูรณ์แล้ว ขณะที่โดเนตสก์นั้น ยูเครนยังครองดินแดนเอาไว้ได้ราว 20-30%
เซเลนสกี ซึ่งได้เจรจากับทรัมป์ที่ดาวอส, สวิตเซอร์แลนด์ ในวันพฤหัสฯ กล่าวภายหลังการหารือโดยพยายามมองแง่ดีว่า ถึงแม้สถานะในอนาคตของดอนบาสยังคงไม่ได้รับการแก้ไข แต่ข้อเสนอสันติภาพก็ถือว่า “เกือบเรียบร้อยแล้ว”
เขายังย้ำข้อเสนอของฝ่ายเขาเองที่ว่า ยินดีเปิดให้นำเอาดินแดนส่วนซึ่งยูเครนยังครอบครองอยู่ในดอนบาสมาจัดตั้งเป็นเขตการค้าเสรีแต่ยังคงอยู่ใต้การควบคุมของเคียฟ เขาอ้างว่าได้หารือข้อเสนอนี้กับทรัมป์แล้ว และคิดว่า “มันจะเป็นผลบวกสำหรับการเจรจาของเรา”
การเจรจาแบบ 3 ฝ่ายในวันศุกร์ ถือเป็นครั้งแรกเท่าที่ทราบกันซึ่งเจ้าหน้าที่จากคณะบริหารทรัมป์พบปะหารือกับคณะผู้เจรจาจากทั้งฝ่ายยูเครนและฝ่ายรัสเซียพร้อมๆ กัน ขณะที่ยังไม่มีความชัดเจนว่าการเจรจาคราวนี้จะมีออกมาในทางไหน และเป็นที่ยอมรับกันว่ายังคงมีอุปสรรคต่อการไปสู่สันติภาพอีกไม่น้อย แต่ก็ยังมีบางฝ่ายมองการเจรจาที่อาบูดาบีคราวนี้ว่า เป็นสัญญาณแสดงให้เห็นถึงความคืบหน้าในการทำดีลกัน
ในคืนวันศุกร์ ระหว่างกล่าวปราศรัยถึงประชาชนยูเครนซึ่งเขาทำอยู่เป็นประจำทุกค่ำคืน เซเลนสกีบอกว่าคณะผู้แทนยูเครนที่กำลังเจรจาอยู่ที่ยูเออี มีการรายงานเขา “แทบทุกๆ ชั่วโมง” โดยที่เวลานี้พวกเขาพูดคุยกันถึง “หลักเกณฑ์และขอบเขตต่างๆ สำหรับการยุติสงคราม”
“มาถึงตอนนี้ พวกเขาอย่างน้อยที่สุดก็สมควรได้รับคำตอบมาบ้างจากรัสเซีย โดยสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือรัสเซียควรมีความพรักพร้อมสำหรับการยุติสงครามนี้ ซึ่งรัสเซียเป็นผู้เริ่มต้นขึ้น”
แต่เขาก็ยอมรับว่า “มันยังเร็วเกินไปที่จะมีข้อสรุปเกี่ยวกับเนื้อหาของสิ่งที่เจรจากันในวันนี้ เราจะได้เห็นกันต่อไปว่าการสนทนาจะดำเนินไปเช่นไรในวันพรุ่งนี้ และผลลัพธ์จะออกมาอย่างไร”
สำหรับทำเนียบเครมลินนั้น แทบไม่ให้รายละเอียดใดๆ เกี่ยวกับการเจรจากันในวันศุกร์ นอกเหนือไปจากเรียกการประชุมคราวนี้ว่า เป็นการหารือของ “กลุ่มทำงานว่าด้วยประเด็นต่างๆ ทางด้านความมั่นคง”
ดมิตริ เปสคอฟ โฆษกเครมลินกล่าวย้ำในวันศุกร์ว่า เรื่องที่รัสเซียเรียกร้องให้ทหารยูเครนถอยออกไปจากดอนบาส ถือเป็น “เงื่อนไขสำคัญ” ประการหนึ่ง และกล่าวเสริมว่า ยังคงมี “ความแตกต่างกันที่ละเอียดอ่อน” อื่นๆ เกี่ยวกับวาระการเจรจา ทว่าเขาไม่ได้พูดเจาะจงว่าคืออะไร
ทางด้าน ยูริ อูชาคอฟ ที่ปรึกษาฝ่ายกิจการต่างประเทศของทำเนียบเครมลิน ซึ่งได้เข้าร่วมอยู่ในการพบปะระหว่างปูติน กับ วิตคอฟฟ์ และคุชเนอร์ด้วย กล่าวว่า “มีการย้ำยืนยันอีกครั้งว่า ไม่สามารถคาดหมายได้ว่าจะบรรลุถึงการตกลงกันแบบระยะยาวได้เลย ถ้าหากไม่มีการแก้ไขประเด็นปัญหาเรื่องดินแดน ขณะที่เขาพูดถึงการเจรจากับฝ่ายสหรัฐฯว่า เป็นการพูดจากันอย่าง “ตรงไปตรงมา, สร้างสรรค์” และ “ให้ผลดี”
ขณะที่สำนักข่าวทาสส์ของทางการรัสเซียรายงานว่า การเจรจามีการพูดกันในประเด็นความเป็นไปได้ที่จะจัดพื้นที่กันชน ตลอดจนมาตรการควบคุมต่างๆ
เปสคอฟ บอกกับพวกผู้สื่อข่าวว่า คณะผู้แทนรัสเซียนั้นนำโดย พลเรือเอก อีกอร์ คอสต์ยูคอฟ และประกอบด้วยนายทหารอีกจำนวนหนึ่ง ทั้งนี้ คอสต์ยูคอฟ เป็นผู้บัญชาการกองอำนวยการคณะเสนาธิการทหารแห่งกองทัพรัสเซีย ซึ่งก็คือ หัวหน้าหน่วยข่าวกรองทหารรัสเซีย หรือที่รู้จักกันในชื่อว่าหน่วย GRU
นอกจากนั้นคณะผู้แทนฝ่ายความมั่นคงเหล่านี้แล้ว ทางรัสเซียยังมี คิริลล์ ดมิตริฟ ผู้แทนของปูติน เป็นผู้แทนแยกต่างหากซึ่งจะคอยเจรจาหารือประเด็นทางเศรษฐกิจกับวิตคอฟฟ์ เปสคอฟบอก
สำหรับฝ่ายสหรัฐฯ ยืนยันว่า วิตคอฟฟ์ กับ คุชเนอร์ กำลังเข้าร่วมการเจรจาที่อาบูดาบีด้วย พร้อมๆ กับ แดน ดริสคอลล์ รัฐมนตรีทบวงทหารบก และ พลอากาศเอก เอเล็กซุส กรีนเควิค ผู้บัญชาการทหารสูงสุดขององค์การนาโต
ส่วนทีมยูเครนประกอบด้วย รุสเตม อูเมรอฟ เลขาธิการสภาความมั่นคงและกลาโหมแห่งชาติ, แอนดรี ฮนาตอฟ ประธานคณะเสนาธิการทหาร, และ ครีรีโล บูดานอฟ ประธานสำนักงานทำเนียบประธานาธิบดี
(ที่มา: เอพี, เอเจนซีส์)


