นายกรัฐมนตรีกรีนแลนด์ในวันพฤหัสบดี(22ม.ค.) ระบุไม่ทราบเนื้อหาของกรอบการทำงานข้อตกลงเกี่ยวกับดินแดนปกครองตนเองของเดนมาร์กแห่งนี้ ที่ทางประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯแถลงออกมา ตามหลังพูดคุยหารือกับเลขาธิการนาโต พร้อมยืนกรานว่าไม่สามารถมีข้อตกลงใดๆเกิดขึ้นได้ หากปราศจากการมีส่วนร่วมของกรีนแลนด์
"ไม่มีใครนอกจากกรีนแลนด์และเดนมาร์ก ที่อำนาจเจรจาต่อรองหรือทำข้อตกลงเกี่ยวกับกรีนแลนด์และเดนมาร์ก โดยปราศจากเรา" เยนส์-เฟรเดริก นีลเซน นายกรัฐมนตรีกรีนแลนด์กล่าวระหว่างแถลงข่าว "เรามีเส้นตาย เราจำเป็นต้องเคารพบูรณภาพแห่งดินแดนของเรา เราจำเป็นต้องเคารพกฎหมายระหว่างประเทศและอธิปไตย" เขากล่าว
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ลดสุ้มเสียงขู่ยึดกรีนแลนด์โดยการใช้กำลัง หลังพบปะพูดคุยกับ มาร์ค รุตต์ เลขาธิการนาโตในวันพุธ(21ม.ค.) อ้างว่าเขาบรรลุกรอบการทำงานของข้อตกลงหนึ่งๆ เกี่ยวกับดินแดนปกครองตนเองของเดนมาร์กแห่งนี้
อย่างไรก็ตามยังไม่มีการให้รายละเอียดเพิ่มเติมใดๆ ของข้อตกลงที่เห็นพ้องกัน ณ เวทีสัมมนาเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม ในเมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
นีลเซน บอกว่าเขายินดีที่ทรัมป์เน้นย้ำว่าการใช้กำลังไม่ได้วางอยู่บนโต๊ะพิจารณาแล้ว แต่เขาไม่ทราบเกี่ยวกับเนื้อหาในข้อตกลง "ผมไม่รู้เรื่องข้อตกลงเกี่ยวกับประเทศของผมเอง หรืออะไรที่อยู่ในข้อตกลงดังกล่าว" นายกรัฐมนตรีกรีนแลนด์ระบุ เน้นย้ำว่าเขาไม่ได้มีส่วนร่วมในการพูดคุยหารือ
แหล่งข่าวใกล้ชิดกับการเจรจาระหว่างทรัมป์กับรุตต์ เปิดเผยกับเอเอฟพีในวันพฤหัสบดี(22ม.ค.) บอกว่าข้อตกลงดังกล่าวรวมไปถึงบทบัญญัติที่ระบุว่าสหรัฐฯและเดนมาร์ก จะทำการเจรจาใหม่ในข้อตกลงป้องกันตนเองปี 1951 ซึ่งอนุญาตให้อเมริกา มีสิทธิ์ทางทหารในกรีนแลนด์เพื่อป้องกันภัยคุกคามจากโซเวียต ทำให้สหรัฐฯ สามารถสร้างและกำกับดูแลฐานทัพสำคัญบนเกาะแห่งนี้
อย่างไรก็ตามแหล่งข่าวใกล้ชิดระบุว่าการดึงฐานทัพสหรัฐฯบนเกาะกรีนแลนด์ มาอยู่ภายใต้อธิปไตยของอเมริกา ไม่ได้ถูกหยิบยกมาหารือระหว่างการพูดคุย
ก่อนหน้านี้ในวันพฤหัสบดี(22ม.ค.) มูเต เอเกเด รองนายกรัฐมนตรีกรีนแลนด์ โพสต์ข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์ ระบุเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ "ในความพยายามส่งมอบดินแดนของเขาให้แก่คนอื่น" ขณะที่ นีลเซน บอกเช่นกันว่าหาก กรีนแลนด์ จำเป็นต้องเลือกระหว่างยังคงเป็นส่วนหนึ่งของเดนมาร์กหรือเข้าร่วมกับสหรัฐฯ "เราเลือกเดนมาร์ก เราเลือกอียู และเราเลือกนาโต"
(ที่มา:เอเอฟพี)


